ข่าว

รอบเกาะสมุยประกาศไม่เอาบ่อน้ำมัน!

รอบเกาะสมุยประกาศไม่เอาบ่อน้ำมัน!

29 เม.ย. 2556

จับมือรอบเกาะสมุยประกาศ...ไม่เอาบ่อน้ำมันกลางอ่าวไทย (1) : สุวรรณี บัณฑิศักดิ์ ... รายงาน

 

                       ภายหลังจากนโยบายรัฐบาลปรากฏออกมาโดยอนุญาตให้บริษัทเอกชนที่ได้รับสัมปทานเข้าขุดเจาะเพื่อสำรวจแหล่งน้ำมันดิบกลางทะเลอ่าวไทยหลายจุดของพื้นที่ภาคใต้เพื่อหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติมสำรองพลังงานในอนาคต โดยมีเป้าหมายการสำรวจในพื้นที่หลายจังหวัด รวมทั้งพื้นที่ อ.เกาะสมุย และเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับต้นๆ ของโลกรวมอยู่ด้วย

                       ทันทีที่ประชาชนในพื้นที่รวมทั้งองค์กรเอกชนรับทราบข่าวดังกล่าว ก็รวมตัวศึกษาที่มาที่ไปของโครงการรวมทั้งผลได้ผลเสียที่จะตามมาในภายหลังจนได้ข้อสรุปว่าหากปล่อยให้มีการขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทยอาจจะเลี่ยงไม่ได้กับการเกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และย่อมจะตามมาด้วยผลกระทบทางด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแหล่งทำรายได้เข้าประเทศปีละจำนวนมหาศาล ภาคประชาชนและภาคเอกชนทั้งเกาะสมุยและเกาะพะงัน รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียงออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านตลอดมาและยกระดับการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีการออกล่ารายชื่อประชาชนกว่า 50,000 ชื่อ เพื่อยื่นคัดค้านและสะท้อนให้รัฐได้รับทราบอย่างเป็นรูปธรรมและยกเลิกโครงการดังกล่าวออกไป

                       การเคลื่อนไหวเริ่มเด่นชัดมาตั้งแต่ปี 2553 ช่วงที่นโยบายรัฐบาลออกมาชัดเจนให้เดินหน้าขุดเจาะแหล่งน้ำมัน ชาวเกาะสมุย เกาะพะงัน และชาวเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานีและจังหวัดใกล้เคียงกว่า 3 หมื่นคนทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมพลังสร้างปรากฏการณ์ด้วยการจับมือรอบเกาะสมุยเพื่อประกาศเจตนารมณ์ไม่เอาบ่อน้ำมันในอ่าวไทยในครั้งนั้น และกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเป็นกำลังสำคัญในการสร้างกระบวนการคัดค้านอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งได้ผลในระดับหนึ่งและเรื่องเงียบไปพักหนึ่ง

                       หลังการแสดงพลังด้วยการจับมือรอบเกาะครั้งนั้น ฝ่ายคัดค้านได้เดินหน้าฟ้องศาลปกครองและขอการคุ้มครองชั่วคราวแต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อศาลปกครองไม่ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวออกมาในขณะที่ภาครัฐบาลโดยกรมเชื้อเพลิงพลังงานและบริษัทผู้รับสัมปทานก็เดินหน้าเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ซึ่งหลายเวทีถูกต่อต้านจนไม่สามารถดำเนินการได้และยังมีการจัดกิจกรรมมวลชน กิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

                       ในส่วนของบริษัทผู้รับสัมปทานก็ไม่ลดละและภายในเดือนเมษายนก็จะเริ่มดำเนินการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียม 3 แปลง คือ แปลง G4/50 ของบริษัท ซาลามานเดอร์ (เดิมเป็นสัมปทานของบริษัทเชฟรอน) ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะพะงัน 36.7 กิโลเมตร แปลง G5/50 ของบริษัท นิวคอสตอล ห่างจากเกาะสมุย 40 กิโลเมตร และ B6/27 ของปตท.สผ.ห่างจากหมู่เกาะอ่างทอง และเกาะเต่า ประมาณ 30-40 กิโลเมตร แต่ถึงขณะนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จเมื่อมีการคัดค้านจากภาคเอกชนต่อเนื่องจนต้องเลื่อนออกไปไม่มีกำหนดและอาจจะมีการเปิดเวทีสาธารณะทำประชาพิจารณ์อีกครั้ง

                       นายอานนท์ วาทยานนท์ ผู้ประสานงานเครือข่ายรักษ์อ่าวไทย ระบุว่า ชาวเกาะสมุยได้เข้าร่วมในเวทีรับฟังความคิดเห็นของบริษัทเชฟรอนและเพิร์ลออยล์ โดยชี้แจงเหตุผลและยืนยันไม่เห็นด้วยกับการขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทยของทั้ง 2 บริษัท แต่การเข้าร่วมรับฟังความเห็นของภาคประชาชนและภาคธุรกิจ กลับกลายเป็นการสร้างความถูกต้องชอบธรรมในกระบวนการรับฟังความเห็นให้บริษัทสุดท้าย กรมเชื้อเพลิงพลังงานก็อนุมัติให้ทั้ง 2 บริษัทขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมในแปลงสัมปทาน

                       จนกระทั่งบริษัท ซาลามานเดอร์ เอนเจอร์ยี่ (บัวหลวง) ลิมิเต็ด จัดเวทีรับฟังความเห็นเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่าน ภาคประชาชนและผู้ประกอบการจึงรวมตัวกันไม่เข้าร่วมเวทีดังกล่าว ส่งผลให้เวทีรับฟังความเห็นไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ทุกวิถีทางที่จะมีทางออกของปัญหาและยุติการขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทยเราทำทั้งหมด แม้กระทั่งการเข้าร่วมเป็นกรรมการ 3 ฝ่าย ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนภาคประชาชน บริษัทผู้รับสัมปทานและกรมพลังงานเชื้อเพลิง ทั้งๆ ที่รู้ว่า มติของที่ประชุมกรรมการ 3 ฝ่าย ไม่มีผลทางกฎหมาย ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ เป็นเพียงการรับฟังความคิดเห็นของคนในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ก็เข้าร่วมเพื่อที่จะนำข้อเสนอที่ชาวเกาะสมุยยืนยันมาตลอดทุกเวที คือ หลุมขุดเจาะน้ำมัน ไม่ควรอยู่ในระยะ 100 กิโลเมตร จากแหล่งท่องเที่ยวของเกาะสมุย เกาะพะงันและเกาะเต่า

                       แต่หลังจากที่คณะกรรมการ 3 ฝ่าย ได้มีกิจกรรมเพื่อสังคมหรือ CSR ของกลุ่มบริษัทผู้รับสัมปทานอย่างต่อเนื่อง โดยมีความพยายามจะดันกิจกรรมต่างๆ ผ่านคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ผ่านไปยังโรงเรียน ชุมชน วัดและผู้ประกอบการ เช่น ให้การสนับสนุนการศึกษาดูงาน การปลูกปะการัง การให้ทุนการศึกษา ส่งผลให้ชาวบ้านที่ได้ประโยชน์จากกิจกรรม เกิดความเอนเอียง เกรงอกเกรงใจและเมินเฉยต่อสถานการณ์ ที่เคยต่อสู้ร่วมกันมา ในขณะที่การฟ้องศาลปกครองเองไม่มีความคืบหน้า

                       ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของนายทนงศักดิ์ สมวงศ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ที่เชื่อว่าผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วยกับการขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทย หลังจากนี้ไปจะมีการประสานไปยังภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดท่าทีในการคัดค้านอีกครั้งจนกว่าจะเป็นผลยกเลิกการขุดเจาะแหล่งน้ำมันดิบดังกล่าว

                       นางวรรณี ไทยพาณิช นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน ระบุเช่นกันว่า ผู้ประกอบการบนเกาะพะงันเองมีความกังวลในเรื่องนี้มาก หากมีการขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทย การท่องเที่ยวจะต้องล่มสลายอย่างแน่นอน ที่ผ่านมาพยายามสร้างความยั่งยืนจากภาคการท่องเที่ยว และถ้าการขุดเจาะน้ำมันมีผลกระทบอย่างที่ทุกฝ่ายกังวลกันจริงๆ หรือขุดน้ำมันขึ้นมาใช้จนหมดไปแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะสามารถฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวให้กลับมาเป็นเหมือนปัจจุบันได้หรือไม่

                       ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่สำคัญมากๆ คือ ในบริเวณ 3 เกาะดังกล่าวนั้น ยังถือเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของประเทศด้วย ณ วันนี้ ปลาทูกำลังวางไข่ เรายังปิดอ่าวให้ปลาทูวางไข่และให้ธรรมชาติฟื้นตัว เรายังไม่รู้เลยว่าเมื่อมีการลงมือขุดเจาะน้ำมันกลางทะเลแล้วปลาทูยังจะวางไข่ได้หรือไม่ และธรรมชาติจะฟื้นตัวได้หรือไม่

 

 

---------------------

(จับมือรอบเกาะสมุยประกาศ...ไม่เอาบ่อน้ำมันกลางอ่าวไทย (1) : สุวรรณี บัณฑิศักดิ์ ... รายงาน)