
'อนุสรณ์'อัด'ปชป.'ทำตัวเป็นทนายเขมร
'อนุสรณ์'อัด'ชวนนท์'ทำตัวเหมือนเป็นทนายให้กัมพูชา พร้อมเหน็บ'ปชป.'กรรมออนไลน์มาไวกว่าความรับผิดชอบทางการเมือง
27 เม.ย.56 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงความเห็นกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งประทับรับคำฟ้องในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช. )ยื่นฟ้อง นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีลงนามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาว่า ไม่เหนือความคาดหมายที่ นายชวนนท์ และพรรคประชาธิปัตย์ จะกระโดดเข้าผสมโรง ทั้งๆ ที่เรื่องนี้เป็นเพียงแค่การไม่นำแถลงการณ์ร่วมเข้าสภาฯ พรรคประชาธิปัตย์ตีปีกราวกับว่า นายนพดล เป็นผู้ทำให้เสียดินแดน ซึ่งเทียบไม่ได้กับการสั่งการให้ปราบปรามประชาชนด้วยอาวุธสงครามกลางเมือง การออกมาเหยียบย่ำซ้ำเติม กล่าวหาใส่ร้ายต่อคนไทยด้วยกันเองด้วยความเท็จว่า ปล่อยให้กัมพูชานำปราสาทพระวิหารไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกแล้ว หมายความว่า เรายกพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรให้กัมพูชาไปด้วยนั้น ข้อเท็จจริงก็เป็นไปตามที่นายวีระชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ และศาสตราจารย์อแลง เเปลเล่ต์ ได้ชี้แจงไปแล้วว่า กัมพูชาได้ไปเฉพาะตัวปราสาท ไม่รุกล้ำแนวเขตแดนที่กำหนดโดยมติ ครม.สมัยรัฐบาล จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
"ทีมทนายฝ่ายไทยยังยืนยันว่า แถลงการณ์ร่วมสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นประโยชน์ จึงอยากยื่นเอกสารนั้นขึ้นมาต่อสู้คดี ทำเรื่องขอไปยังศาลปกครองแต่ใช้ไม่ได้ เพราะศาลปกครองสั่งให้เป็นโมฆะไปแล้ว การแถลงคดีจบแล้ว แต่นายชวนนท์ทำตัวราวกับว่าเป็นทนายกัมพูชาไม่สิ้นสุด กล่าวหานายนพดลด้วยความเท็จ ทุ่มสุดตัว ด่าคนไทยด้วยกันเองแบบคนชอบเสี่ยง กล้าได้กล้าเสีย ทั้งที่ไม่เป็นผลดีกับการต่อสู้คดี" นายอนุสรณ์ กล่าว
เหน็บ"ปชป."กรรมออนไลน์มาไวกว่าความรับผิดชอบทางการเมือง
นายอนุสรณ์ แถลงถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จัดงานพบประชาชนใน จ.ชลบุรี ในชื่อว่า "ราตรีสีฟ้า" เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา และมีกลุ่มนปช.แหลมฉบังหลายสิบคนถือป้ายโจมตี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งนำรถมาปราศรัยตรงข้ามกับสถานที่จัดงานว่า เท่าที่ทราบตำรวจนำโดยพ.ต.อ.ศักดิ์รพี เพียวพนิช ผกก.สภ.แหลมฉบัง ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและตำรวจอาสารวม 40 นาย มาเฝ้าระวังป้องกันเหตุรอบบริเวณงานเพื่อไม่ให้มีการกระทบกระทั่งกันทั้ง 2 ฝ่าย แต่นายอภิสิทธิ์ต้องคิดไตร่ตรองในช่วงที่ผ่านมาว่าทำอะไรลงไปบ้าง ทำไมไปที่ไหนถึงมีคนออกมาต่อต้านไม่หยุดหย่อนทั่วทุกหัวระแหง หรือเกิดจากกรณีที่มีผู้เสียชีวิตในเหตุชุมนุมทางการเมืองแล้วไม่เคยออกมาขอโทษใช่หรือไม่
"กรรมออนไลน์มาไวกว่าความรับผิดชอบทางการเมืองเสมอ จะหวังเอาแต่เปิดเวทียั่วยุแล้วฟ้องกรรมการจะเอาจุดโทษอยู่ร่ำไปคงไม่ได้ เพราะกรรมการเขาไม่ว่าง ทะเลาะกับคนดู"นายอนุสรณ์ กล่าว



