
'ฝากลูกไว้กับตร.'พ่อบุญธรรมวัยรุ่นหลงผิด
'ฝากลูกไว้กับตำรวจ' พ่อบุญธรรม...วัยรุ่นหลงผิด : สารพันตำรวจ โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ
หลายคนอาจคุ้นชินกับชื่อโครงการอย่าง "ฝากบ้านไว้กับตำรวจ" แต่ตอนนี้มีโครงการใหม่ "ฝากลูกไว้กับตำรวจ"?!!
หนึ่งในมาตรการเชิงรุก เริ่มนำร่องเปลี่ยนพฤติกรรม "วัยรุ่นหลงผิด" ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ สืบเนื่องจากปัจจุบัน มีสถิติคดีที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีเพิ่มมากขึ้น ทั้งพฤติกรรมการแข่งรถจักรยานยนต์ ลักวิ่งชิงปล้น ทะเลาะวิวาทระหว่างสถาบัน เรื่องยาเสพติด โดยการแก้ไขปัญหาเดิมๆ คือการจับกุมส่งศาลและมีการลงโทษตามศาลเด็กและเยาวชน เมื่อเด็กพ้นโทษออกมาแล้วก็มาก่อเหตุอีก วนเวียนอยู่แบบนี้ ขณะเดียวกันก็มีเหล่าดาวรุ่งเดินทางที่ผิดรุ่นใหม่ๆ มาสบทบ ก็ทำให้คดีที่มีเด็กและเยาวชนเป็นผู้กระทำความผิดนั้นมีมากขึ้น
พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 จึงทำโครงการเชิงรุก "ฝากลูกไว้กับตำรวจ" เข้าไปแก้ไขที่ตัว "เด็ก" ว่าสาเหตุใดเขาจึงมีพฤติกรรมแบบนี้ และจากการศึกษานั้นพบว่าเกิดจากปัญหาครอบครัว และสภาพแวดล้อม โดยโครงการนี้เคยทำมาที่อยุธยาแล้วได้ผลดี จึงมานำร่องที่ จ.สมุทรปราการ ก่อนจะขยายไปยังจังหวัดในภาค 1 ทั้งหมด
พ.ต.อ.ดร.พัลลภ แอร่มหล้า ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ บอกถึงหลักการคัดเลือกเด็กที่มาร่วมโครงการว่า จะเป็นเด็กที่สุ่มเสี่ยงมีพฤติกรรมหลงผิด ซึ่งตำรวจเฝ้าระวังเด็กกลุ่มนี้อยู่ แล้วใช้วิธีชักชวนผู้ปกครองให้พาเด็กมาสมัคร ตอนนี้ได้เด็กมา 138 คน แล้วก็มาหา "พ่อบุญธรรม" จะคัดจากตำรวจที่มีลูกว่าเลี้ยงลูกได้ดีไหม ก่อนที่จะไปดูแลลูกคนอื่น ถ้าไม่มีลูกก็ต้องเลือกที่วัยวุฒิที่เหมาะสม โดยเป็นการจับคู่กันระหว่างเด็กหนึ่งคนกับตำรวจหนึ่งคน เด็กคนไหนที่แรงๆ เราเรียกว่า "เกรดเอ" จะจัดตำรวจที่สมน้ำสมเนื้อกันหน่อย เหมือนจับมวยให้ถูกคู่
ทั้งนี้ "พ่อบุญธรรม" ต้องผ่านการอบรมหลายด่านกว่าจะมารับบทเป็นพ่อบุญธรรมได้ ทั้งจาก พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 ที่เป็นครูใหญ่มาสอนตำรวจ รวมทั้งการอบรมด้านจิตวิทยาที่ได้ "หมอแอร์" พ.ต.ท.พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล ว่าจะเข้าถึงเด็กได้อย่างไร จะคอยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในโครงการนี้ด้วย และสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการเข้ามาอบรมให้ตำรวจที่ถูกคัดเลือกด้วย เราคาดหวังว่าให้ลูกบุญธรรมเป็นคนดี ไม่ไปก่ออาชญากรรม ทำให้ผู้ปกครองพึงพอใจ และให้ชุมชนที่เด็กคนนั้นอยู่มีความปลอดภัย
ร.ต.ต.วิฑูรย์ สังข์ศาสตร์ รองสว.ป้องกันปราบปราม สภ.เมืองสมุทรปราการ หนึ่งใน "พ่อบุญธรรม" รับผิดชอบ "นายตี๋" อายุ 18 ปี เล่าประสบการณ์พ่อบุญธรรมว่า เริ่มเข้าไปหาเด็กที่บ้านเพื่อสร้างความคุ้นเคยให้เด็กยอมรับและช่วยแก้ไขปัญหาเขาได้ ครั้งแรกที่เข้าไปตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ตอนแรกเขามีท่าทีที่ไม่ยอมรับ ก็พยายามพูดคุยชี้แจงใช้จิตวิทยาให้เขายอมรับเปิดใจพูดคุย และคอยชี้ผิดชี้ถูกให้เขา สอนวิธีปฏิเสธการออกไปรวมกลุ่ม หรือในเรื่องต่างๆ และบอกเขาว่าถ้ามีปัญหาก็โทรหาได้ตลอด 24 ชั่วโมง
"จากที่ไม่รู้จักกันเลย ตอนนี้ความรู้สึกเหมือนเป็นญาติกันแล้ว เขาจะเรียกผมว่า "พ่อหมวด" ที่จริงจะเรียก "น้า" เรียก "อา" ก็ได้ แต่เขาเรียกชื่อนี้เราก็ดีใจเป็นชื่อที่เขาคิดเอง อย่างในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาเขาก็โทรมาถามว่าพ่อหมวดไปไหนหรือเปล่า ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราแสดงถึงความใกล้ชิดกันมาก ไปไหนเขาก็ซื้อของมาฝาก และจากที่ฟังจากแม่เขาเล่าว่าพฤติกรรมเขาดีขึ้นมาก พ่อแม่เขาก็สบายใจมากขึ้น น้องตี๋เคยบอกว่า จะตอบแทนอะไรผมได้บ้าง ผมก็บอกไปว่าขอแค่เป็นคนดี ตั้งใจเรียนก็พอแล้ว" ร.ต.ต.วิฑูรย์ บอกด้วยรอยยิ้ม
ด้าน "นายตี๋" วัย 18 ปี ยอมรับว่า ตอนแรกก็ไม่ค่อยยอมรับก็คิดว่าใครที่ไหนจะมาช่วยเราได้ ตอนแรกแม่ก็กลัวว่าจะมาจับเราอีกหรือเปล่า ยังระแวงกันอยู่ พอสักพักผมจะเรียกพ่อบุญธรรมว่า "พ่อหมวด" ผมก็รู้สึกว่าเขาดีกับเรา พาไปทำกิจกรรม ไปไหว้พระ สอนในเรื่องต่างๆ ทำให้เราเปลี่ยนวิธีคิด และการใช้ชีวิต เวลามีปัญหาก็สามารถคุยกับเขาได้ตลอดเวลา ตอนนี้ก็ได้มาช่วยพ่อหมวดทำงานที่โรงพักในเรื่องของการพิมพ์เอกสารต่างๆ ก็ตั้งใจว่าจะกลับตัวและตั้งใจว่าจะเรียนให้จบ ไม่ไปจับกลุ่มเกเรอีก
.........
(หมายเหตุ : 'ฝากลูกไว้กับตำรวจ' พ่อบุญธรรม...วัยรุ่นหลงผิด : สารพันตำรวจ โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ)



