ข่าว

20มิ.ย.พิพากษา'อิหร่าน'บึ้มสุขุมวิท

20มิ.ย.พิพากษา'อิหร่าน'บึ้มสุขุมวิท

26 เม.ย. 2556

ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดพิพากษา 'ซาอิด - มูฮัมหมัด' 2 ชาวอิหร่านก่อเหตุระเบิด 3 จุดสุขุมวิท 71 เก้าโมงเช้า 20 มิ.ย.นี้

 

                         26 เม.ย. 56  ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 วันที่ 26 เม.ย.56 ศาลนัดสืบพยานจำเลยนัดสุดท้ายเหตุระเบิด 3 จุดในซอยสุขุมวิท 71 คดีหมายเลขดำ ด.1446/2555 ที่พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายซาอิด โมราดิ (SAEID MORADI) อายุ 29 ปี  ซึ่งขาซ้ายขาดจากเหตุระเบิด ขณะที่ตาขวามองไม่เห็น เพราะได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดและ นายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ อายุ 43 ปี ชาวอิหร่าน เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดระเบิด , ก่อให้เกิดเพลิงไหม้ , ความผิดต่อชีวิต , ทำให้เสียทรัพย์ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พ.ศ.2490

                         โดยวันนี้นายซาอิด และ นายมูฮัมหมัด จำเลยที่ 1-2 ถูกเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาเพื่อมาเบิกความ 

                         เมื่อเวลา 17.00 น.ภายหลังการเบิกความเสร็จสิ้น นายกิตติพงษ์ เกียรติธนภูมิ ทนายความจำเลย กล่าวว่า ขณะนี้คดีนำสืบพยานเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น. สำหรับพยานจำเลยที่นำสืบคดีนี้มีเพียง 2 ปาก คือ ตัวจำเลยทั้งสองเท่านั้น ซึ่งวันนี้ทั้งสองนำสืบข้อเท็จจริงเต็มที่แล้ว ส่วนศาลจะพิจารณาเพื่อมีคำพิพากษาออกมาแนวทางใด เป็นดุลยพินิจของศาลซึ่งจำเลยทั้งสองก็หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากศาล

                         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 14 พ.ค.55 ระบุว่า ระหว่างวันที่ 19 ธ.ค.54 - 14 ก.พ.55 ต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งสองกับนางไลลา โรฮานี (LEILA ROHANI) นายซีดา การ์ด ซาเดด มะห์ซุส (SEDA GHAT ZADEH MASOUD) และนายนูโรซิ ซายัน อารี อัคบาร์ (NOROUZI SHAYAN ALI AKBAR) พวกของจำเลยทั้งสองที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันทำและร่วมกันมีไว้ซึ่งวัตถุระเบิดที่ใช้เครื่องรับวิทยุ AM - FM แบบมีไฟฉายยี่ห้อ SONITEC รุ่น ST 2040 U ผลิตจากประทศสาธารณประชาชนจีน ขนาดกว้าง 9 ซ.ม. ยาว 20.5 ซ.ม. สูง 14.5 .ซ.ม. นำมาดัดแปลงประกอบกับชุดเรือนชนวนของลูกระเบิดขว้างชนิดสังหาร ภายในบรรจุวัตถุระเบิดแรงสูงชนิดซีโฟร์ น้ำหนัก 1.5 ก.ก. ฝักแคระเบิดยาวประมาณ 96 ซ.ม. และโลหะลูกปราย ขนาดประมาณ 0.6 ซ.ม. จำนวน 103 ชิ้น ทำเป็นสะเก็ดระเบิดประกอบติดแผ่นโลหะกับแม่เหล็กแรงสูง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 ซ.ม. จำนวน 6 ตัว ไว้บริเวณด้านล่างของเครื่องรับวิทยุ AM - FMแบบมีไฟฉาย รวมทั้งสิ้นจำนวน 5 ชุด สามารถใช้งานได้ จัดเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบเป็นระบบกลไกโดยใช้ชุดเรือนชนวนของลูกระเบิดขว้างชนิดสังหาร เป็นตัวจุดระเบิดประกอบกับวัตถุระเบิดแรงสูงชนิดซีโฟร์ และฝักแคระเบิด เป็นดินระเบิดหลัก ประกอบรวมกันใส่ไว้ในเครื่องรับวิทยุ AM - FM แบบมีไฟฉาย โดยมีโลหะลูกปรายทำเป็นสะเก็ดระเบิดประกอบติดแผ่นโลหะกับแม่เหล็กแรงสูงสำหรับติดกับเป้าหมาย เมื่อดึงสลักออกจากกระเดื่องนิรภัยแล้วปล่อยกระเดื่องนิรภัย เข็มแทงชนวนที่ตัวเรือนชนวนจะทำงานถ่วงเวลาประมาณ 5 วินาที ก็จะเกิดระเบิดขึ้นสามารถสังหารชีวิตมนุษย์ สัตว์ ทรัพย์สินให้ได้รับความเสียหายได้ในรัศมีฉกรรจ์ประมาณ 10-15  เมตร จากจุดระเบิด  

                         โดยเมื่อวันที่ 14 ก.พ.55 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองและนายซีดา การ์ด ซาเดด มะห์ซุส (SEDA GHAT ZADEH MASOUD) พวกของจำเลยทั้งสองที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้ร่วมกันใช้ระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 1 ชุดที่จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันทำ และร่วมกันมีทำให้เกิดระเบิดขึ้นจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น และเป็นเหตุให้บ้านเลขที่ 66 ซอยปรีดีพนมยงค์ 31 (เจริญใจ) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. ของนายบัญฑิต พิฑูรมานิต ได้รับอันตรายและได้รับความเสียหายทั้งหลัง รวมทั้งทรัพย์สินเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ภายในบ้านดังกล่าวได้รับความเสียหายทั้งหมด ไม่สามารถซ่อมแซมได้ รวมค่าเสียหายทั้งสิ้น 5 ล้านบาท นอกจากนั้นการทำให้ระเบิดของจำเลยที่ 1 ยังเป็นเหตุให้ บ้านของนายธีระพล หอประสาททอง , นางจุฑาทิพย์ สัจจะดำรงค์ , น.ส.กนกวรรณ ศรีเทพ , ร.อ.ชัชวาล อรรถจินดา , บริษัท เอส เอ็ม โอเชียน กรุ๊ป , นายกรเกียรติ ชุณหกสิการ , น.ส.พเยาว์ รอดดี และ บริษัทไทย เอ้า ฉี ฟรุ๊ตส์ จำกัด รวมทั้งรถยนต์แท็กซี่ คันหมายเลขทะเบียน ทร - 1419 กรุงเทพมหานคร ของสหกรณ์เจริญเมืองแท็กซี่ จำกัด ซึ่งขณะเกิดเหตุมีนายขรรค์ชัย บุญสูงเนิน ขับขี่ผ่านมาได้รับความเสียหายทั้งคันราคา 200,000 บาท และทำให้ผิวถนนบริเวณกลางซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลของกรุงเทพมหานคร และเป็นทรัพย์ที่ใช้และมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ได้รับความเสียหายเป็นหลุมกว้างประมาณ 30 ซ.ม.ลึก 40 ซ.ม.

                         รวมทั้งเมื่อร.ต.ท.ณัฐวุฒิ สุขวัต กับพวก จะเข้าแสดงตัวและขอตรวจค้นตัว จำเลยที่มีเจตนาฆ่าเจ้าพนักงานโดยใช้ระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 1 ชุด โยนและทำให้ระเบิดเข้าใส่ ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ กับพวก แต่ ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ กับพวก วิ่งเข้าหลบที่ท้ายรถยนต์สายตรวจ แต่ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ ได้รับบาดเจ็บเยื่อแก้วหูซ้ายฉีกขาดประสาทรับเสียงเสื่อม และน.ส.ฝนหยก โพธิ์ไพงาม ซึ่งเดินอยู่บริเวณดังกล่าวได้รับบาดเจ็บหูอื้อ การได้ยินลดลง ปวดหูด้วย