
'พยงค์ อรัญดร'นครแห่งปัญญา
'พยงค์ อรัญดร'นครแห่งปัญญา วิสัยทัศน์ท้าท้าย : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น
พยงค์ อรัญดร นายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ กล่าวว่า ก่อนเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีสมัยที่ 2 เมื่อปลายปี 2554 ที่ดินในพื้นที่คอหงส์ราคาไร่ละ 8 ล้านบาท แต่ปี 2555 ที่ผ่านมาที่ดินพื้นที่เขตคอหงส์ได้ทะยานจนทะลุ 16 ล้านบาทต่อไร่ไปแล้ว โดยเฉพาะหากเป็นแนวถนนปุณกัณฑ์ด้วยแล้วราคาพุ่งไปเกือบไร่ละ 20 ล้านบาท
ความเจริญที่เข้ามาโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่เกิดขึ้นในหาดใหญ่ กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ปักหลักบนพื้นที่คอหงส์ ผนวกกับโครงการหมู่บ้านจัดสรรที่เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งขณะนี้มีคอนโดมิเนียมและบ้านรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,000 ยูนิต ทำให้ความต้องการในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่เทศบาลเมืองคอหงส์พยายามสร้างไม่เพียงพอและก้าวไม่ทันกับความเจริญที่เกิดขึ้น
แต่ความเจริญที่เข้ามาโดยเฉพาะการเปลี่ยนมือของอสังหาริมทรัพย์ ได้ส่งผลให้การจัดเก็บภาษีของเทศบาลเมืองคอหงส์ปี 2555 ซึ่งตั้งเป้าไว้แค่ 215 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 238 ล้านบาท ซึ่งงบส่วนนี้ใช้เพื่อการบริหารงานภายในเทศบาลจำนวน 55 ล้านบาท และใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นโดยเฉพาะระบบถนน ซึ่งมีอีกจำนวนมากที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้นตามความเจริญที่ไหลเข้ามาปีละจำนวน 40 ล้านบาท และส่วนที่เหลือเป็นงบเพื่อการใช้สอย
“ความเจริญที่ก้าวรุดไปข้างหน้าภายใต้งบประมาณพัฒนาที่จำกัด ถนนคอนกรีตที่สร้างเสร็จแล้วประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ แต่เหลืออีก 25 เปอร์เซ็นต์ที่จะต้องจัดสรรงบลงไป ส่วนใหญ่เป็นถนนดินแดงและก็กระจายอยู่ตามชุมชนต่างๆ ซึ่งมีอยู่แทบทุกชุมชน ส่วนหนึ่งเกิดจากการเข้ามาของหมู่บ้านจัดสรรและโครงการใหม่ๆ แม้ความเจริญที่ไหลเข้ามาอย่างไม่อาจจะหยุดยั้งได้ แต่การพัฒนานั้นพยายามที่จะให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ที่กำหนดกรอบไว้ ภายใต้สโลแกน “นครแห่งปัญญา”
นายกพยงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เขตเทศบาลคอหงส์มีมหาวิทยาลัยถึง 2 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นสถานที่ศึกษาที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศและในภาคใต้ และทั้ง 2 แห่งเป็นผู้นำทางด้านวิชาการ ซึ่งเทศบาลเมืองคอหงส์ก็ได้เปรียบในเรื่องของที่ปรึกษาในด้านต่างๆ
ในส่วนระดับประถมศึกษา เทศบาลเมืองคอหงส์มีแผนที่จะใช้สำนักงานเทศบาลเดิมเป็นโรงเรียนเทศบาล หลังจากที่สำนักงานย้ายไปยังที่ใหม่ซึ่งได้ซื้อที่ดินไว้ 14 ไร่ และจะดำเนินการก่อสร้างเร็วๆ นี้ ใช้งบประมาณซึ่งเทศบาลคอหงส์กู้จากสมาคมสันนิบาติแห่งประเทศไทยจำนวน 120 ล้านบาท
นายกพยงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่า คำว่า “สีเขียวน่าอยู่” เทศบาลเมืองคอหงส์มีแนวเทือกเขาคอหงส์ที่ป่าไม้ค่อนข้างจะสมบูรณ์ และเป็นสวนป่าที่อยู่ในเมือง แต่ในช่วงที่ผ่านมามีการบุกรุก แผ้วถาง เพื่อปลูกยาง ทำให้ปริมาณป่าลดลงและเกิดกลุ่มอนุรักษ์เขาคอหงส์ ซึ่งเทศบาลพร้อมสนับสนุน แต่ความเจริญที่รุกเข้ามาทำให้เทศบาลต้องทำงานแข่งกับเวลาและปัญหาที่เกิดขึ้น การที่คอนโดมิเนียมเข้ามาจำนวนมาก ปัญหาที่ตามมาคือเรื่องของการบำบัดน้ำเสียจากคอนโดมิเนียมและหมู่บ้านจัดสรรนั้น เทศบาลต้องเข้าไปกำชับให้มีการบำบัดน้ำเสียให้ได้มาตรฐานก่อนที่จะปล่อยลงสู่คูคลอง ซึ่งได้กำชับให้กองช่างดูแลในเรื่องนี้อย่างเข้มงวด ซึ่งถือว่าเป็นภาระหนักสำหรับกองช่างในขณะนี้
ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาให้คอหงส์เป็น “นครแห่งปัญญา สีเขียวน่าอยู่” ทำให้ทีมผู้บริหารมีกิจกรรมเพื่อดึงให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการนำเสนอมุมมองต่างๆ ที่น่าจะนำไปสู่จุดขายใหม่ๆ ของเทศบาลคอหงส์อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดก็จัดการประกวดภาพถ่ายที่สุดของคอหงส์ ประจำปี 2556 เพื่อค้นหามุมมองใหม่ๆ ด้านการท่องเที่ยว วิถีชีวิตของชาวคอหงส์ เพื่อผลิตสื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยว
..............................................
('พยงค์ อรัญดร'นครแห่งปัญญา วิสัยทัศน์ท้าท้าย : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น)



