ข่าว

"อภิสิทธิ์"ลั่นไม่ได้เป็นรัฐบาลที่รอแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า

"อภิสิทธิ์"ลั่นไม่ได้เป็นรัฐบาลที่รอแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า

04 มิ.ย. 2552

“อภิสิทธิ์” ยันไม่ได้เป็นรัฐบาลที่รอแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ย้ำคนไทยต้องทะเยอทะยาน มากกว่าแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ อยากเห็นนักการเมืองหน้าบางเหมือนส.ส.อังกฤษมีมีเรื่องอื้อฉาวลาออกทันที

 ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ วันที่ 4 มิ.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “วิกฤตโลกกับการขับเคลื่อนประเทศไทย” ตอนหนึ่งว่า เขาเข้ามารับหน้าที่ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เข้ามาแล้วได้ฃยินแต่คำว่าวิกฤตทุกวัน นับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ แต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นตกใจเท่าไหร่ เพราะตั้งแต่เป็นนักการเมืองก็ดูเหมือนว่า จะได้เป็นฝ่ายบริหาร ก็ต่อเมื่อมีวิกฤตเท่านั้น

 อย่างไรก็ตาม วิกฤตที่เกิดขึ้นกับประเทศในขณะนี้ แตกต่างจากเมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา เพราะวิกฤตเมื่อปี 2540 มีความตื่นตระหนก โดยเฉพาะเรื่องการเงิน การธนาคาร และความละเอียดอ่อนสูง ซึ่งความตื่นตระหนกก็นำไปสู่ความล้มละลาย ซึ่งเป็นภาพที่น่าตกใจ แต่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ ไม่ได้เกิดมาจากปัญหาในระบบการเงิน หรือการธนาคารของเรา แต่อีกมุมหนึ่งที่น่ากลัวคือ อนาคตเศรษฐกิจของไทย อย่างน้อยก็ในเฉพาะหน้า ยังผูกติดอยู่กับอนาคตเศรษฐกิจสำคัญของโลก ไม่ว่าเราจะสร้างความเข้มแข็งหรือการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศแค่ไหน แต่การที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นขึ้นมาขณะที่เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้น คงเป็นไปได้ยาก

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของประเทศไทยในวันนี้ คือปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และความขัดแย้งที่มีอยู่ในสังคม ที่เกิดอย่างต่อเนื่องมาหลายปี ทำให้การแก้ปัญหาอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจและสังคม มีความยุ่งยากและซับซ้อน อย่างไรก็ตาม วิกฤตที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ต้องยอมรับว่า มีคนพูดตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ว่า ไม่ยอมรับที่จะให้รัฐบาล เข้ามาทำงานและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ยอมรับว่า เป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัส ซึ่งไม่ใช่สำหรับรัฐบาล แต่เป็นปัญหาของประเทศและประชาชน

 “หลายคนบอกว่า ผมเข้ามาทำงาน 5 เดือน ก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่ ประหนึ่งว่า อยู่เพียงเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รอว่าเมื่อไหร่เศรษฐกิจจะกลับมาขยายเป็นบวก รอว่าเมื่อไหร่บ้านเมืองจะมีความสงบเรียบร้อย และรอว่าเมื่อไหร่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งผมยืนยันว่า ผมไม่ได้คิดเช่นนั้น ผมคิดว่า คนไทยไม่ควรจะตั้งโจทย์เช่นนี้

 วันนี้ ผมไม่ได้คิดว่า เพียงแค่เศรษฐกิจกลับไปขยายตัวเป็นบวก แล้วจะแปลว่า อนาคตเศรษฐกิจไทยจะดี และไม่ได้คิดเพียงว่าถ้าบ้านเมืองสงบไประยะหนึ่ง ไม่มีคนมาชุมนุมประท้วงแล้วจะแปลว่าการเมืองไทยเรียบร้อยแล้ว และไม่เคยคิดว่า บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติแล้วจะหมายความว่า เราบรรลุภารกิจของการขับเคลื่อนประเทศไทย ตรงกันข้ามผมคิดว่าวันนี้ เราต้องกล้าที่จะมีความทะเยอทะยานว่า เราจะไม่ใช่แค่หลุดพ้นจากวิกฤตเท่านั้น เมื่อหลุดพ้นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง และสามารถสร้างสิ่งใหม่ ๆ โดยเฉพาะรากฐานที่แข็งแกร่ง และเป็นเรื่องใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้ เราต้องตั้งเป้าว่า เราจะไม่กลับไปอยู่ที่เดิมหลังจากแก้วิกฤตแล้ว จะต้องไปได้ดีกว่าเดิม ช่วงนี้อาจจะต้องเจ็บปวด และต้องหันกลับมามองและทบทวนตัวเอง แล้วตัดสินใจว่า ในเมื่ออย่างไรขณะนี้ ก็เจ็บปวดอยู่แล้ว จะเจ็บเพิ่มขึ้นอีกหน่อยในบางเรื่อง เพื่อให้ผ่านพ้นและมีความเข้มแข็งในวันข้างหน้า ซึ่งก็จะสามารถขับเคลื่อนประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไปได้

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หนีไม่พ้นปัญหาระบบการเมือง ซึ่งประชาชนผิดหวังกับการเมืองมาตลอด โดยเฉพาะประชาชนเบื่อหน่ายมากที่สุด จากเรื่องความขัดแย้งและปัญหาการทุจริต ปัจจุบันเรามีการพัฒนาการเมืองในทางที่ดีบ้าง มีความตื่นตัวในประชาธิปไตย แม้แต่พฤติกรรมโดยรวมของผู้เลือกตั้ง ก็มีพัฒนาการมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ระบบยังไม่ลงตัว ยังหาความพอดียาก ยังมีความสับสนตลอดเวลาในการนำเอาหลักการ วิธีการ ของเรื่องหนึ่งมาใช้กับอีกเรื่องหนึ่ง

 เขาบอกว่า วิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้น มีการวิเคราะห์จากหลายทฤษฎี แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเห็นคือ มีความสับสนมากในเรื่องของกระบวนการทางการเมือง และกระบวนการทางกฎหมาย โดยฝ่ายการเมืองเอากระบวนการทางการเมือง ไปอยู่เหนือกฎหมาย คิดว่า พอมีเสียงข้างมากแล้วจะทำอะไรก็ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิด ซึ่งมาถึงช่วงหลังความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากฝ่ายที่ตอบโต้ คิดเอากฎหมายไปแก้ปัญหาการเมืองทั้งหมด จึงทำให้เรื่องไปกันใหญ่ ทำให้สองฝ่ายเกิดความขัดแย้งรุนแรง แต่ประเทศอื่นกลับไม่เหมือนไทย เพราะเขามีสำนึกที่เป็นตัวกำกับที่ชัดเจน

 “ผมยังไม่เคยเห็น ส.ส.ของอังกฤษ เวลามีเรื่องอื้อฉาว แล้วจะรอให้เรื่องไปสิ้นสุดที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ละคนเมื่อมีเรื่องก็จะลาออกทันที ซึ่งตรงนี้ เราต้องมาช่วยกันคิดว่า จะทำอย่างไรที่จะทำให้กติกาเป็นตัวกำกับการทำงานของทุก ๆ ฝ่าย วันนี้ ผมยังมีความหวังอยู่ตลอดเวลาว่า คนไทย ประเทศไทย และสังคมไทย จะทำได้ แม้จะมีปัญหาหรือจุดอ่อนต่างๆมากมาย เราต้องพยายามทำและแก้ปัญหา อย่ารอหรือตั้งความหวังอย่างเดียว ความพยายามไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกัน แต่ต้องใช้เหตุและผลรวมทั้งข้อเท็จจริงมาแก้ปัญหา ใช้กระบวนการสร้างปัญญา และเน้นความร่วมมือสร้างสรรค์ ก็จะสามารถขับเคลื่อนประเทศต่อไปได้" นายอภิสิทธิ์ กล่าว