
คลังเล็งชง'ข้อตกลงคุณธรรม'เข้าครม.
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นดันข้อตกลงคุณธรรม คลังเตรียมเสนอ ครม.ให้ทุกส่วนราชการนำไปใช้ เตรียมหาอาสาสมัครผู้สังเกตุการณ์ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้าน
26เม.ย.2556 นายวิชัย อัศรัสกร เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) กล่าวในการเสวนาหัวข้อบทบาทภาคธุรกิจเพื่อผลักดันการต่อต้านคอร์รัปชั่นอย่างเป็นรูปธรรม จัดโดยสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทยว่า การต่อต้านคอร์รัปชั่นมีสัญญาณที่ดีเมื่อภาครัฐให้ความสนใจมากขึ้น โดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นได้หารือกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อผลักดันข้อตกลงคุณธรรม ซึ่งได้ข้อสรุปแล้วและกระทรวงการคลังเตรียมที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อกำหนดให้หน่วยราชการทุกแห่งนำไปใช้
นายวิชัย กล่าวว่า ข้อตกลงคุณธรรมกำหนดให้มีระบบผู้สังเกตุการณ์เพื่อตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดทีโออาร์ การกำหนดราคากลาง การจัดซื้อจัดจ้างและการรับมอบงาน โดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นจะจัดให้มีผู้สังเกตุการณ์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมวิชาชีพ ซึ่งจะใช้ระบบอาสาสมัครเข้ามาตรวจสอบแต่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นจะมีเบี้ยงเลี้ยงให้เป็นค่าตอบแทน และถ้าผู้สังเกตุการณ์พบความผิดปกติของการจัดซื้อจัดจ้างจะแจ้งให้หน่วยงานเจ้าของงบประมาณทราบ รวมทั้งรายงานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ทั้งนี้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นได้หารือกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อร่วมกันลงนามนำข้อตกลงคุณธรรมไปใช้สำหรับโครงการลงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม 2 ล้านล้านบาท ในเดือน พ.ค.นี้ ซึ่งองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นกำลังรวบรวมผู้สังเกตุการณ์ 100 คน เพื่อมาร่วมตรวจสอบ โดยการลงทุนดังกล่าวมีจำนวนโครงการมากจึงไม่สามารถตรวจสอบได้ทุกโครงการแต่ละแห่งเลือกโครงการสำคัญมาตรวจสอบก่อน
นอกจากนี้ สำหรับการตั้งมูลนิธิต่อต้านคอร์รัปชั่นอยู่ระหว่างยื่นจดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทยและคาดว่าจะจัดตั้งได้ภายใน 1 เดือน นับจากนี้ โดยนายแพทย์ประเวศ วะสี พลเมืองอาวุโสรับที่จะเป็นประธานมูลนิธิ และได้เชิญนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีมาเป็นที่ปรึกษา ซึ่งคาดว่าการตั้งมูลนิธิจะทำให้การขับเคลื่อนงานต่อต้านคอร์รัปชั่นมีความต่อเนื่องมากขึ้น
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า สังคมควรมองว่าการคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ โดยต้องชวนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมาร่วมดำเนินการ และถ้าบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ร่วมมือกันไปในทิศทางเดียวกันจะมีพลังผลักดันได้ เพราะบริษัทจดทะเบียนเป็นมามีกำลังซื้อและการลงทุนสูง รวมทั้งบริษัทจดทะเบียนอาจบริจาคแห่งละ 1 ล้านบาท มาตั้งกองทุนเพื่อนำดอกผลมาทำกิจกรรมต่อต้านการคอร์รัปชั่นได้แต่ต้องดำเนินการร่วมกับภาคประชาชนและถ้าทำได้เช่นนี้จะผลักดันสิ่งที่หลายคนคิดว่าทำยากได้
นายบัณฑิต นิจถาวร กรรมการผู้อำนวยการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย กล่าวว่า หากไม่มีการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นจะทำให้การทำธุรกิจจะลำบาก เพราะการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนต้องทำธุรกิจในสภาพการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยภาคธุรกิจจะต้องไม่จ่ายสินบนเพื่อให้ได้งานเนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทเอกชนเป็นผู้จ่ายและถ้าไม่มีผู้จ่ายก็จะไม่มีผู้รับ แต่การต่อต้านคอร์รัปชั่นจะต้องร่วมมือกับทุกส่วนในสังคมทั้งภาครัฐและภาคประชาชนจึงจะผลักดันเรื่องนี้ได้



