
"น้าซูชูจุดยืนไม่มีสีขอยกระดับศิลปะบทเพลงเพื่อชีวิตเคียงข้างประชาชน
น้าซูโต้เพื่อนศิลปินเสื้อแดงขอแสดงจุดยืนทางความคิดเลือกสิ่งที่ถูก ย้ำจุดยื่นขอยืนหยัดเคียงข้างประชาชน ยกระดับงานทางศิลปะของบทเพลงเพื่อชีวิต เผยหลังการเคลื่อนไหวถูกฟ้องหมิ่นประมาทแล้ว 2 คดี
นายระพินทร์ พุฒิชาติ หรือน้าซู ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตวง ซูซู ให้สัมภาษณ์กับ คมชัดลึก ก่อนขึ้นแสดงคอนเสิร์ต ที่ร้านคาวบอย ถ.ศรีจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อคืนวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา ถึงการขึ้นแสดงดนตรีบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่าการขึ้นแสดงดนตรีบนเวทีพันธมิตรฯนั้นก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากจากคนอีกกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะเพื่อนศิลปินด้วยกัน เพราะผมไปอยู่ในความขัดแย้งทางความคิด แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะถือว่าได้แสดงในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อนเป็นสีแดงก็ไม่เป็นไรหากเพื่อนคิดอย่างนั้น และจากการขึ้นเวทีพันธมิตรฯมาตลอดก็เห็นพี่น้องที่มาชุมนุมต้องเสียเงินเสียทองเสียเวลามา แต่ผมเสียแค่ความคิดกับการแต่งเพลง มาร้องเพลงให้ฟังไม่ใช่เรื่องยาก แต่พี่น้องต้องใช้เงินจำนวนมากมากู้ชาติแต่ละครั้ง
ในส่วนเพื่อนศิลปินเพลงเพื่อชีวิตด้วยกันที่มีความแตกต่างทางความคิดเรื่องนี้ผมมองว่าหากผ่านพ้นช่วงเวลาของความขัดแย้งออกไปก็คงกลับคืนสู่สภาพเก่า ยังคงเป็นเพื่อนกันอีก ไม่ใช่เรื่องที่จะบาดหมางกันจนคอขาดบาดตาย เพราะจริงแล้วเป็นเรื่องของทุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพี่น้องคนไทย จึงไม่จำเป็นที่จะเอาคอไปขึ้นเขียง
จากการขึ้นแสดงดนตรีบนเวทีพันธมิตรฯส่งผลกระทบกับการแสดงคอนเสิร์ตพอสมควร แต่เชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไปก็จะกลับมาเหมือนเดิม และหากประชาชนยังมองเห็นว่าวงซูซูยังมีประโยชน์อยู่ก็คงเรียกใช้ และจากนี้ต่อไปการแสดงดนตรีของผมก็จะไม่มีการแบ่งแยกสี และทุกวันนี้เองผมก็ยังไม่มีสี แต่ผมเลือกความถูกต้อง ตรงไหนที่มีความถูกต้องผมก็จะอยู่ตรงนั้น ไม่เลือกสีเหลือง สีน้ำเงิน สีแดง หรือสีขาว ไม่คิดว่าจะต้องมาสู้รบกันจนคอขาดบาดตาย
การที่มีเพื่อนศิลปินออกมาวิพากษ์วิจารณ์การขึ้นเวทีพันธมิตรฯของผม แต่ในอีกมุมหนึ่งผมก็ไม่ได้บอกว่าเพื่อนที่ขึ้นเวทีเสื้อแดงไม่ได้รับเงิน และการขึ้นเวทีเสื้อแดงนั้นได้เงินมากกว่า และเคยมีคนติดต่อผมไปขึ้นพร้อมจะจ่ายเงินให้ 2 แสนบาท แต่ผมก็บอกว่าผมมาขึ้นเวทีพันธมิตรฯแล้วจะให้ผมไปขึ้นเวที คนเสื้อแดงคงไม่ได้หรอก ถึงแม้จะให้เงินในการแสดงคอนเสิร์ตต่างกัน ซึ่งผมก็คิดว่าตัวเองไม่ได้มีอุดมการณ์อะไรมาก เมื่อทำให้พี้น้องทางพันธมิตรฯมีความสุขแล้ว จะไปทำร้ายพี่น้องได้อย่างไร
จากนี้ต่อไปถึงแม้พันธมิตรจะมีการตั้งพรรคการเมือง ชื่อพรรคการเมืองใหม่ แล้วก็ตามผมก็จะเป็นศิลปินที่ยืนอยู่ข้างประชาชน และการตั้งพรรคการเมืองก็ถือว่าเป็นกลุ่มผลประโยชน์ซึ่งผมก็ต้องการที่จะรักษาระยะห่างกับกลุ่มการเมือง แต่ในความเป็นจริงแล้วจะทำได้มากน้อยแค่ไหนยังไม่รู้ แต่ถ้าเรียกร้องให้ช่วยเหลือก็จะช่วย หากพรรคการเมืองใหม่ทำในสิ่งที่ดี ทำให้เห็นเป็นรูปธรรมว่ามีความตั้งใจจริง ไม่ใช่เป็นมือสมัครเล่นที่ทำเพราะใคร หรือเพราะคิดอย่างจะทำแค่นั้นเอง ต้องสร้างความเป็นมืออาชีพขึ้นมา
ดังนั้นผมเห็นด้วยกันพันธมิตรที่ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่เพราะพรรคการเมืองเก่า ก็ใช้ไม่ได้อยู่ เมื่อมีแนวทางใหม่ก็ต้องไป และปรากฏการณ์ทางสังคมเองจะเป็นตัวชี้ว่าการเมืองใหม่จะเปลี่ยนได้หรือไม่ได้ ผมคิดว่าประสบการณ์การต่อสู้เป็นเพียงแค่ยก 1 ต้องรากกันอีกยาว
ทั้งนี้ในส่วนของแฟนเพลงซูซู โดยเฉพาะพี่น้องทางอีสานไม่ต้องห่วงพวกผม ผมก็ยังรักเลือดเชื้อไขของตัวเอง และจะยังคงตั้งใจทำงานเพลงอยู่ และการใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือการต่อสู้กับพันธมิตรฯที่ผ่านมาถือว่าลึกเข้ามานิดหน่อย ทำให้แฟนเพลงไม่เข้าใจ แต่จริงแล้วการทำงานของซูซูคือการยกระดับงานทางศิลปะของบทเพลงต่อไป แต่งานเพลงก็จะดำเนินไป งานการเมืองก็คงเข้าไปช่วยเพื่อนบ้างเท่านั้นเอง
“จากการขึ้นเล่นดนตรีบนเวทีพันธมิตรฯ ขณะนี้ผมถูกทนายในท้องถิ่นฟ้องร้อง ในข้อหาหมิ่นประมาท ผู้อื่น 2 คดี ที่จ.ยโสธร และชลบุรี ซึ่งส่วนใหญ่เนื้อหาของการถูกฟ้องจะมาจากเนื้อหาของเพลงไอ้หน้าเหลี่ยม และอีกกว่า 50 บทเพลงที่เขียนและร้องโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี”



