
ขึ้นค่าโดยสารขึ้นคุณภาพบริการด้วยมั้ย
ฮอตอิชชู่ : ขึ้นค่าโดยสาร ขึ้นคุณภาพบริการด้วยมั้ย
แว่วเสียงวูดไฟ (ฟ้า) มาแต่ไกลๆ...ว่าจะปรับราคาค่าโดยสารใหม่อีก 5 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป ครั้นจะให้รวมพลยกป้ายประท้วง หรือรวมหัวเลิกใช้บริการก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะมีสัญญาที่จับปากกาเซ็นกันไว้ตั้งแต่เริ่มลงหลักปักเสาเข็มเมื่อครั้งกระโน้น สรุปว่าผู้ใช้บริการจักต้องยอมรับสภาพ...ทว่าในมุมกลับกัน ฟากผู้โดยสารเองก็ขอฝาก "ถาม" ไปถึงผู้ใหญ่ว่า....ในเมื่อจ่ายเพิ่มทั้งทีก็น่าจะได้รับการบริการดีๆ (เพิ่ม) อีกสักหน่อยจะได้หรือไม่...???
เริ่มจากพีอาร์และเซเลบริตี้คนสวย "น้ำหวาน" ภาวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา หนึ่งในผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าอยู่เนืองๆ บอกว่า การมีรถไฟฟ้าไว้บริการมันก็ดีในระดับหนึ่ง ทำให้คนกรุงเทพฯ เดินทางได้สะดวกขึ้น ซึ่งถ้าส่วนต่อขยายที่ทำกันอยู่เสร็จเรียบร้อยก็จะดีมากกว่านี้ เพราะเส้นทางรถไฟฟ้าควรจะกระจายไปทั่วในทุกจุดแบบที่ประเทศต่างๆ เขาทำกัน ไม่ใช่มีเพียงจุดสั้นๆ อย่างที่เห็นอยู่
"สิ่งหนึ่งที่อยากให้แก้ไขอย่างร่วงด่วนคือเพิ่มรอบการให้บริการในช่วงเวลาเร่งด่วน ยกตัวอย่างช่วงน้ำท่วมกรุงเทพฯ ใน 2 ปีที่ผ่านมา ต้องมาอยู่คอนโดมิเนียมแล้วต้องใช้บริการรถไฟฟ้าทุกวัน รับรู้ปัญหาเลยว่ามันยากมากสำหรับผู้หญิงที่จะเบียดผู้คนไปขึ้นรถไฟฟ้าในช่วงเช้าและหลังเลิกงาน เคยยืนรอนานมากกว่า 8 รอบ เพื่อจะได้แทรกตัวเข้าไปได้ แล้วก็ลำบากในความที่เป็นผู้หญิงต้องเบียดเสียด ไหนจะกระเป๋า ไหนจะรองเท้าส้นสูง มันสาหัสที่สุด ซึ่งถ้าเพิ่มค่าบริการแล้วนำไปพัฒนาในส่วนนี้ ด้วยการเพิ่มรอบการวิ่งของรถ เพิ่มเส้นทางการวิ่ง หรือทำการเชื่อมต่ออย่างดีระหว่างรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟใต้ดิน ให้เท่าไหร่คนก็ยอมเสีย เพราะดีกว่าไปนั่งติดอยู่ในรถหลายๆ ชั่วโมงอย่างที่เป็นอยู่" เซเลบริตี้คนสวยให้ความเห็น
แม้เพิ่งจะเริ่มใช้บริการรถไฟฟ้าได้ไม่นาน แต่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา "มอคค่า" สิตางศุ์ แผนสท้าน บอกความในใจว่าอยากให้บีทีเอสเปิดบันไดเลื่อนทั้งทางขึ้นและทางลง รวมถึงอยากให้เพิ่มที่จับสำหรับเด็กที่ยังมีความสูงไม่มากพอ
"เมื่อก่อนหนูเคยขึ้นรถไฟฟ้าแต่เป็นแบบนานๆ ถึงจะขึ้นทีก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไร แต่พอต้องเดินทางกลับบ้านเอง ด้วยการใช้บริการรถไฟฟ้าทุกวัน รู้สึกไม่ค่อยชอบตอนเดินขึ้นและลงบันไดเพราะสูงมากทำให้เหนื่อย จึงอยากให้มีบันไดเลื่อนบริการ นอกจากนี้ก็ยังอยากให้เพิ่มห่วงหรือที่จับสำหรับเด็กที่ยังมีความสูงไม่มากพอที่จะจับราวข้างบนของผู้ใหญ่" ผู้ใช้บริการรายใหม่ของบีทีเอสบอกความในใจ
ด้านหนุ่มสถาบันการเงินย่านอโศก "โอ๊ต" ปรวรรธก์ แสงวรุณชัย ยอมรับว่าจำนวนเงิน 5-10 บาท ที่จะต้องจ่ายเพิ่มต่อเที่ยว มีผลกระทบกับผู้โดยสารที่มีรายได้คงที่แน่นอน เพราะนั่นหมายถึงต้องวางแผนการใช้จ่ายใหม่เพราะกระทบค่าใช้จ่ายอื่นๆ แต่เมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็คาดหวังว่าจะได้รับบริการที่ดีขึ้น โดยเฉพาะความสะดวกในการเดินทาง อยากให้เพิ่มขบวนรถ จากทุกวันนี้บางสายมีเพียง 3 ตู้ ทำให้ชั่วโมงเร่งด่วนพีคๆ ผู้โดยสารต้องเบียดเสียดเพื่อไปทำงานให้ทัน หรือบางครั้งรอนาน 2-3 ขบวนกว่าจะได้ไป รวมถึงอยากให้มีโปรโมชั่นตั๋วเดือนที่ช่วยประหยัดให้มากขึ้น และถ้าจะขึ้นราคาตั๋วเดือนด้วยก็ไม่อยากให้เปอร์เซ็นต์เท่ากับราคาของตัวต่อเที่ยวเพราะจะทำให้แพงมาก ถ้าทำได้น่าจะช่วยแบ่งเบาภาระของผู้โดยสารได้มากขึ้น
"อย่างซื้อตั๋วต่อเที่ยวจากสถานีหมอชิตไปสยาม 35 บาท ถ้าใช้ตั๋วรายเดือนสำหรับผู้โดยสารเดินทางประจำก็จะประหยัดกว่า 5-10 บาท ปกติเดินทางด้วยบีทีเอสเกือบทุกวันอยู่แล้ว เพราะที่ทำงานอยู่ย่านอโศก ใกล้สถานนีเชื่อมต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสและเอ็มอาร์ที การขึ้น 5 บาทจากเริ่มต้น 15 เป็น 20 บาท คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ราว 25 เปอร์เซ็นต์ ถ้านำมาคิดเปอร์เซ็นต์ในตั๋วเดือนราคา 1,000 บาท ก็เท่ากับว่าอาจต้องจ่ายเพิ่มในราคา 1,250 บาท รู้สึกว่าแพงจัง เป็นไปได้สัก 10 เปอร์เซ็นต์ หรือราว100 บาท ก็พอไหว ผู้โดยสารประหยัดได้ถึง 150 บาท นอกจากนี้อยากให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยให้มากขึ้น เช่น น่าจะมีที่กั้นระหว่างรางกับที่รอรถจะได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น หรืออย่างลิฟต์ขึ้นสถานีก็อยากให้คนที่จำเป็นต้องใช้ได้ใช้จริงๆ อย่างคนที่มีสัมภาระเยอะๆ ควรมีพนักงานคอยให้บริการ ปกติจะเห็นว่ามีการล็อกกุญแจด้านนอกก่อนเข้าตัวลิฟท์ หรือบางครั้งก็ไม่มั่นใจว่าลิฟต์จะใช้ประโยชน์ได้เต็มที่หรือไม่" หนุ่มแบงก์ คาดหวัง
ร้อนมาถึงพนักงานควบคุมออกอากาศสาว บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) "ทราย" สิริมาส สุขเอี่ยม ที่ต้องใช้บริการรถไฟฟ้าจากสถานีแบริ่ง ไปกลับสถานีอโศกเป็นประจำ บอกว่าการขึ้นราคาค่าโดยสารมาประมาณ 5 บาท เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ถ้าคิดว่าต้องแลกกับความประหยัดเวลา และความสะดวกสบายของการเดินทางไปทำงานในแต่ละวัน แต่ก็อยากให้มีบริการด้านอื่นเพิ่มเติมให้ครบครันและปลอดภัยมากขึ้นด้วย
"ปกติดจะซื้อบัตรโดยสารเป็นเที่ยวและเติมเงินไปด้วย การขึ้นราคาครั้งนี้ต้องยอมรับว่ากระทบต่อค่าใช้จ่ายเราอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่รุนแรงเหมือนช่วงมีส่วนต่อขยายใหม่ๆ ที่ราคาเกือบทุกสถานีเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ตอนนั้นรับว่าช็อกอยู่เหมือนกัน ตอนนี้ถ้าจะขึ้นสัก 5 บาทก็ยังพอรับได้ แต่เมื่อราคาแพงขึ้นก็อยากได้การบริการที่ดีขึ้นกว่าเดิมเหมือนกัน อย่างเรื่องที่อยากให้มีมากคือห้องน้ำสาธารณะ เท่าที่รู้ตอนนี้สถานีแบริ่งก็มี แต่ต้องขอพนักงานก่อนใช้บริการ ซึ่งจริงๆ ก็อยากให้เปิดพร้อมใช้งานทุกสถานีเลย อีกเรื่องคือระบบความปลอดภัยในช่วงเวลาเร่งด่วนมีคนขึ้นมาเยอะมาก ช่วงคนเบียดๆ กันระหว่างรอรถหรือระหว่างเข้าไปในรถไฟ เห็นเลยว่ามีแค่ผู้รักษาความปลอดภัยมายืนเป่านกหวีดคงไม่พอ อันตรายยังเกิดขึ้นได้ง่ายๆ อยู่ ตกลงไปหรือโดนประตูหนีบก็คงมาช่วยไม่ทันแน่ แต่เห็นที่สถานนีสยามมีการนำรั้วกระจกมากั้นกันคนตกลงไปแล้ว ถ้าเพิ่มราคาค่าโดยสารก็อยากให้เพิ่มความปลอดภัยแบบนี้ตามอีกในสถานีอื่นๆ ที่มีคนขึ้นเยอะด้วยเช่นกัน" สาวออฟฟิศให้คำแนะนำ
อีกหนุ่มคนเมืองที่ต้องใช้บริการรถไฟฟ้าบ่อยๆ "ก๊อง" อัศวิน ทัพคัลไลย ตอบคำถามที่ว่ารับได้หรือไม่ที่บีทีเอสจะขึ้นราคา โดยเจ้าตัวเผยว่า ในแง่ของผู้ใช้บริการไม่มีใครอยากให้ขึ้นราคา แต่ขัดขวางอะไรไม่ได้ สุดท้ายจะเป็นไปก็ต้องเป็นไป แต่อยากให้จริงใจและจริงจังในเรื่องบริการให้มากกว่าที่เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ก็พอแล้ว
"ขอแค่ให้เหมือนอารยประเทศที่เขาทำกัน ขอให้ดูแลบริการที่ควรจะมีควรจะทำมานานแล้ว ให้ครบถ้วนบริการทุกสถานี และที่สำคัญซึ่งควรจะทำนานแล้ว ไม่ใช่ว่าพอขึ้นราคาแล้วค่อยทำ ในแง่ของการบริการสำหรับคนพิการและคนสูงอายุ อย่างลิฟต์ ทุกวันนี้แทนที่จะมีไว้บริการเฉพาะคนพิการเท่านั้น แต่ในบางสถานีกลับเห็นคนปกติก็ใช้กัน หรือทางราบสำหรับผู้พิการ" หนึ่งในผู้บริการฝากความหวังถึงผู้บริหารรถไฟฟ้า พร้อมกับแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในส่วนของผู้โดยสารที่ซื้อบัตรรายเดือน ว่าน่าจะได้รับสิทธิพิเศษอะไรเล็กๆ น้อยๆ มากกว่าผู้ที่ซื้อตั๋วแบบวันต่อวัน เช่น ส่วนลด 5 เปอร์เซ็นต์ 10 เปอร์เซ็นต์ ก็ว่ากันไป เพราะเขาจ่ายเงินล่วงหน้าไปก่อน ซึ่งบริษัทเองก็ได้ประโยชน์จากตรงนั้นที่สามารถนำเงินไปหมุนใช้ได้



