
อบต.เถินบุรีส่งจนท.สาธารณสุขดูแล"น้องจ๊าบ"
อบต.เถินบุรี ประสาน จนท.สาธารณสุข เข้าไปดูแลให้ความรู้การดูแลรักษาที่ถูกต้องแก่ผู้ปกครองน้องจ๊าบ พร้อมให้การช่วยเหลือย่างเต็มที่ พ่อแม่"น้องจ๊าบ" มั่นใจฝีมือการแพทย์ไทยเก่ง วอนจัดส่งผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่หาทางรักษาเป็นความหวังครั้งสุดท้าย ขณะที่เริ่มปร
นาย ณัฐวุฒิ ไชยถาวรสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเถินบุรี อ.เถิน จ.ลำปาง เปิดเผยว่า หลังจากมีการนำเสนอข่าว เกี่ยวกับ ด.ช. กฤษกรณ์ คำชัยวงศ์ หรือน้องจ๊าบ อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.5 ของโรงเรียน บ้านป่าตาล ม.2 ต.เถินบุรี อ.เถิน จ.ลำปาง ที่ป่วยเป็นโรคระบบประสาทถดถอย ทำให้พัฒนาการทางสมองกลับไปสู่วัยเด็กจนมี หน่วยงานราชการและผู้ใจบุญ แจ้งความจำนงให้การช่วยเหลือจำนวนมาก
ในส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบลเถินบุรี ซึ่งถือว่าครอบครัวน้องจ๊าบ อาศัยอยู่ในพื้นที่ และได้รับความช่วยเหลือจากอบต.เถินบุรี จากเงินเบี้ยคนพิการมอบให้เดือนละ 500 บาท อยู่แล้ว และ เป็นยอดเงินเท่าเทียมกับผู้พิการรายอื่น ๆ ในพื้นที่ ล่าสุด ทางอำเภอเถิน และทางจังหวัด ได้กำชับให้ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเถินบุรี ดูแลเด็กชายที่ป่วยรายนี้ อย่างใกล้ชิด จึงประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสถานีอนามัยในพื้นที่ เข้าไปดูแล และให้ความรู้ แก่พ่อ และแม่ ในการดูแลผู้ป่วย อย่างถูกต้องและอย่างถูกวิธี ส่วนในการช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเถินบุรี จะได้มีการประชุม เพื่อหารือถึงแผนในการช่วยเหลือเด็กชายที่ป่วยรายนี้ต่อไป
พ่อแม่"น้องจ๊าบ"เชื่อฝีมือการแพทย์ไทยเก่ง
ที่ อ.เถิน จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านพักของน้องจ๊าบ นร.ชั้น ป. 5 ร.ร.บ้านป่าตาลที่ล้มป่วยด้วยโรคระบบประสาทถดถอย ตลอดทั้งวันยังคงมีบรรดาเพื่อนบ้านที่ทราบข่าว รวมถึงหน่วยงานส่วนราชการหลายแห่งในพื้นที่ทยอยเดินทางเข้าเยี่ยมปลอดขวัญ และให้กำลังใจครอบครัวของ น้องจ๊าบ แม้ว่าจะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญออกมาเปิดเผยว่าเป็นโรคเกี่ยวกับกรรมพันธุ์ ที่ป่วยด้วยโรคเอแอลดี ซึ่งเกิดจากสาเหตุของความผิดปกติของระบบประสาททำให้การทำงานของอวัยวะมีความผิดปกติ และเป็นโรคที่ไม่มียารักษา แล้วก็ตาม
แต่ความหวังสุดท้ายของครอบครัวน้องจ๊าบ โดยเฉพาะ นายบุญช่วย และนาง นิภาวรรณ์ คำชัยวงศ์ บิดาและมารดา ยังเชื่อในฝีมือของการแพทย์ไทย จึงอยากจะขอให้ทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เดินทางเข้ามาดูบ้าง ซึ่งขณะนี้หากดูอาการของน้องจ๊าบแล้ว พบว่ามีการรับรู้ ศรีษะอวัยวะส่วนบนสามารถขยับเขยื้อนได้เองแล้ว ขณะที่สภาพร่างกายส่วนล่างตั้งแต่ลำตัวไปจนถึงเท้า ต้องทำกายภาพบำบัดตามที่พยาบาลของโรงพยาบาลเถินแนะนำทุกวัน เพื่อป้องกันโรคข้อตีบตัน และบาดแผลฉีกขาดที่อาจจะเกิดขึ้น
นาย สวงษ์ ใหม่ตัน ผอ.ร.ร.บ้านป่าตาล อ.เถิน จ.ลำปาง กล่าวว่า ทางทฤษฎีแม้ว่าจะมีข้อมูลว่าโรคนี้ไม่สามารถคิดค้นวิธีการรักษาให้หายได้ เพราะเป็นโรคเกี่ยวกับกรรมพันธุ์ แต่หากมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ลงมาตรวจดูแล และแนะนำให้คำปรึกษากับบิดามารดาของเด็ก อาจจะยังพอมีความหวังว่าจะช่วยรักษาให้มีโอกาสฟื้นคืนมาได้ ซึ่งเป็นความหวังเดียว และทางออกสุดท้าย ยังดีกว่าไม่ได้ช่วยทำอะไรเลย
ส่วนชีวิตความเป็นอยู่ทางบ้านก็ขาดแคลนรายได้ อาชีพไม่เป็นหลักแหล่ง รายได้ไม่แน่นอน เพราะเวลาส่วนใหญ่ต้องทุ่มให้กับการดูแลบุตร บางครั้งจึงมีความขัดสนในเรื่องของเงินทองซื้อหาอาหารมาปรุงให้บุตรได้รับประทานทุกวันๆ 3 มื้อ ขณะที่ท่อให้อาหารทางสายยาง ซึ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนเดือนละ 2 ครั้ง ก็เริ่มหาซื้อได้ยาก เพราะมีขนาดจำกัด ในส่วนที่เคยได้มาจาก รพ.ศูนย์ลำปาง ก็เริ่มหมดเป็นเส้นสุดท้าย จึงต้องประสานขอความช่วยเหลือไปยัง รพ.เถิน ช่วยในจุดนี้



