'จตุรัสไทมส์ สแควร์'เป็นเป้ามือบึ้ม!
เผยมือระเบิดบอสตัน มีแผนโจมตีจตุรัสไทมส์ สแควร์ เป็นเป้าหมายต่อไป
26 เม.ย. 56 นายไมเคิล บลูมเบิร์ก นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ของสหรัฐ เปิดเผยว่า สองพี่น้องมือระเบิดบอสตัน ได้เตรียมจะวางระเบิดที่ไทม์สแควร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของมหานครนิวยอร์ก และเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของสหรัฐอเมริกาด้วย
นายบลูมเบิร์ก แถลงเมื่อวานนี้ว่า นายจ็อกการ์ ซานาเยฟ มือระเบิดคนน้อง วัย 19 ปี ที่รอดชีวิตจากการถูกไล่ล่าของทางการ ได้เปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง หรือเอฟบีไอว่า เขาและนายทาเมอร์ลัน พี่ชายที่ถูกตำรวจวิสามัญไปแล้ว ได้วางแผนโจมตีมหานครนิวยอร์ก เป็นเป้าหมายต่อจากบอสตัน มาราธอน / เจ้าหน้าที่ ระบุว่า มือระเบิดทั้ง 2 คน มีหม้ออัดความดัน 1 ใบ และระเบิดท่ออีก 5 อัน อยู่ในครอบครอง
ตอนแรกนายจ็อคการ์ ให้การว่า เขากับพี่ชายจะไปร่วมงานปาร์ตี้ที่นิวยอร์ก แต่พอถูกสอบปากคำครั้งที่สองตั้งแต่เย็นวันอาทิตย์จนถึงวันจันทร์ ทำให้เขาคายข้อมูลที่ชัดเจนออกมามากกว่าครั้งแรก โดยบอกว่ามีแผนจะใช้ระเบิดที่เหลือโจมตีนิวยอร์ก แต่เกิดผิดแผนเมื่อรถยนต์ที่พวกเขาจี้บังคับมา น้ำมันใกล้หมด ทำให้พวกเขาต้องบังคับให้คนขับนำเข้าไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม และคนขับสามารถหลบหนีไปได้ในช่วงเติมน้ำมัน / ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่า นครนิวยอร์กตกเป็นเป้าก่อการร้าย ที่เกี่ยวข้องกับมือระเบิดบอสตัน แต่ก็กำลังตรวจสอบเรื่องที่นายจ็อคการ์เคยไปนิวยอร์กเมื่อปีที่แล้ว
นายจ็อคการ์ เคยไปนิวยอร์ก เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว และได้ถ่ายภาพที่จตุรัสไทม์ส สแควร์ จากการขยายผลการสืบสวน ได้นำไปสู่การจับกุมชายอีก 2 คน ที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากคาซัคสถาน และกำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยแมสซาจูเสตส์เช่นเดียวกับนายจ็อคการ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่หวังว่า จะได้หลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของมือระเบิดในช่วงก่อนและหลังการวางระเบิดบอสตัน มาราธอน
รายงานข่าวที่ว่า นายจ็อคการ์ ซ่อนตัวอยู่ในเรือโดยปราศจากอาวุธ ก็เป็นเรื่องที่น่าสงสัยเช่นกันหลังจากทางการระบุว่า มีการยิงต่อสู้กันก่อนที่เขาจะถูกจับ / ปัจจุบัน เขามีอาการดีขึ้น ขณะรักษาตัวอยู่ที่ศูนย์การแพทย์เบธ อิสราเอล ในบอสตัน / พ่อแม่ของเขาที่ดาเกสถาน ถูกสอบปากคำเช่นกัน เพื่อหาร่องรอยว่า เหตุใดสองพี่น้องจึงก่อเหตุสะเทือนขวัญ
แม่ของพวกเขา มีประวัติเคยถูกแจ้งข้อหาลักทรัพย์ และทำลายทรัพย์สินในรัฐแมสซาจูเสตส์เมื่อปี 2555 ก่อนจะหนีประกันกลับไปดาเกสถาน ขณะนี้ยังไม่มีญาติในสหรัฐไปขอรับศพนายเทอร์มาลัน เนื่องจากอับอายต่อการกระทำของพวกเขา ส่วนอิหม่ามในบอสตัน ก็บอกว่า ไม่สะดวกใจที่จะไปประกอบพิธีศพให้กับเขา
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



