
ซิ่งจยย.เสยท้ายรถ18ล้อจอดดับคาที่
ซิ่งจยย. เสยท้าย รถ18ล้อ บรรทุกน้ำตาลทรายจอดน้ำมันหมดริมถนน ดับคาที่
วันที่ 26 เม.ย.56 เมื่อเวลา 02.15 น. พ.ต.ท. พงษ์ศรัณย์ วังพลับ สารวัตรเวร ส.ท.ล.เขาเขียว ได้รับแจ้งเหตุรถจักยานยนต์ชนท้ายรถ18 ล้อ มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสาย7ตอน5 ฝั่งขาเข้าพัทยา ห่างสะพานต่างระดับหนองปรือมาประมาณ 150 เมตร ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิสว่างบริบูรณ์ฯเมืองพัทยา
ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ 125 สีน้ำเงิน-เทา หมายเลขทะเบียน กกจ-473 สมุทรสาคร ชนเข้าบริเวณกันชนท้ายรถฝั่งขวาของรถพ่วง18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียนส่วนหัวหมายเลข 86-1157 นครปฐม ส่วนหางพ่วงหมายเลข 86-1156 นครปฐม ซึ่งเป็นบรรทุกน้ำตาลทรายของบริษัทแห่งหนึ่งที่จอดอยู่ริมถนนเนื่องจากน้ำมันหมด จนรถจักรยานยนต์พังเสียหายยับเยิน ทำให้คนขับรถจักรยานยนต์ทราบชื่อคือ นายธนกร อินทร์มี อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/36 ม.8 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ร่างอัดกระแทกกับท้ายรถพ่วงจนกะโหลกศีรษะแตกแขนขวาหักมีแผลถลอกทั่วร่างเสียชีวิตคาอยู่กับบริเวณท้ายรถพ่วง
จากการสอบถาม นายวัชรินทร์ แก้วฟังกลาง อายุ 31 อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่7 ต.ธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นคนขับรถพ่วงให้การว่าขับรถบรรทุกน้ำตาลทรายมาจากจังหวัดกาฬสินเต็มคันรถเพื่อจะเอาไปส่งที่อ่าวอุดม แต่ขับรถหลงเส้นทางจนน้ำมันหมด จึงจอดรถชิดขอบทางงริมถนนเพื่อรอให้เพื่อนที่กำลังขับรถตามมาเอาน้ำมันรถมาเติมให้ ซึ่งบริเวณดังกล่าวนั้นมืดสนิทไม่มีไฟส่งสว่างริมถนน จอดยังไม่ถึง1ชั่วโมง ก่อนที่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวซึ่งขับมาด้วยความเร็วคาดว่ามองไม่เห็นรถที่ตนจอดอยู่จึงพุ่งชนกับท้ายรถอย่างแรงจนทำให้คนขับรถนั้นเสียชีวิตคาที่ดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ลงบันทึกที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานก่อนเก็บศพผู้เสียชีวิตไปไว้ที่โรงพยาบาลบางละมุงเพื่อแจ้งญาติให้ทราบและดำเนินการควบคุมตัวคนขับรถพ่วง18ล้อ ไปสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รถทัวร์ชนสิบล้อ-จยย.ดับ1เหตุถนนลื่น
พ.ต.ท.เชิญ พรายมี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี อ.เมืองเพชรบุรีรับแจ้งมีรถทัวร์เสียหลักพุ่งชนกับรถบรรทุก 10 ล้อ และรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณหน้าบริษัท เอสอาร์สปินนิ่ง จำกัด ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร หมู่ 2 ต.ต้นมะพร้าว อ.เมือง จ.เพชรบุรี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวรจากโรงพยาบาลพระจอมเกล้าฯ จ.เพชรบุรีและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน
ที่เกิดเหตุพบรถโดยสารปรับอากาศสายกรุงเทพฯ - ภูเก็ต - ตะกั่วป่า สีฟ้าขาว ทะเบียน 15 - 4162 กรุงเทพมหานคร สภาพรถปีนอยู่บนเกาะกลางถนนชนเสาไฟฟ้าหักโค่น ด้านหน้ากระจกแตกร้าว โชคดีที่ผู้โดยสารไม่มีใครเสียชีวิต มีเพียงได้รับบาดเจ็บจากการถูกกระจกบาดเล็กน้อย ส่วนร่องน้ำหน้าโรงงานดังกล่าว พบรถบรรทุก 10 ล้อ บรรทุกขี้เลื่อย ช่วงหลังรถกระแทกอัดกับกำแพงของโรงงาน ส่วนช่วงหัวรถอัดกับเสาไฟฟ้าแรงสูง ภายในรถพบศพนายวัลลภ แจงบำรุง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67/220 ม.4 ต.ท่าตำหนัก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม สภาพศพถูกอัดติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญต้องใช้เครื่องตัดถ่างเกือบ 1 ชั่วโมง จึงจะสามารถนำร่างของนายวัลลภ ออกมาได้ จากการชันสูตรของแพทย์ พบว่า สภาพศพคอหัก และมีบาดแผลบริเวณตามร่างกายหลายแห่ง ส่วนทางด้านหน้ารถบรรทุกพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 110 สีแดง ทะเบียน กษธ - 729 เพชรบุรี ล้มตะแคงอยู่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อต่อมาคือนายวิชิต น้อยปราณี 92 หมู่ 4 ต.ไร่โคก อ.บ้านลาด ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพระจอมเกล้าฯ จ.เพชรบุรี ไปก่อนหน้านี้แล้ว
จากการสอบสวนนายสมบัติ พลฤทธิ์ อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 162 หมู่ 1 ต.ปรายพระยา อ.ปรายพระยา จ.กระบี่ พนักงานขับรถโดยสารคันดังกล่าว เผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถพาผู้โดยสาร จำนวน 25 คน ออกจากภูเก็ตมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เมื่อมาถึงที่เกิดถนนลื่นเนื่องจากฝนตก ทำให้รถของตนเสียหลัก และตนไม่สามารถบังคับรถได้ ทำให้รถวิ่งส่ายไปมาและข้ามเลนมาทางด้านรถบรรทุก ตนจึงไม่กล้าเบรก เพราะถ้าตนเบรกจะทำให้รถคว่ำทันที ตนจึงประคองรถทำให้รถชนเข้ากับรถบรรทุกและรถจักรยานยนต์ หลังจากนั้นตนพยายามประคองทำให้รถหมุนชนเสาไฟฟ้า รถบรรทุกเสียหลักพุ่งลงข้างทางชนกับกำแพงของโรงงานและชนกับเสาไฟฟ้าแรงสูง ส่วนรถจักรยานยนต์ตกลงไปด้านล่าง จึงทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ
ทางด้านนายถาวร พัวพุ่มไทย อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130/2 ม.1 ต.ต้นมะพร้าว อ.เมือง จ.เพชรบุรี ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และเป็นพนักงานของบริษัทดังกล่าว เผยว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนเลิกงานได้ออกมายืนรอนายวิชิต (ผู้ได้รับบาดเจ็บ) หน้าโรงงาน เพื่อกลับบ้าน ขณะนั้นเห็นรถทัวร์คันดังกล่าว วิ่งมาและเสียหลักพุ่งชนรถบรรทุก ตนได้ตะโกนบอกให้นายวิชิต ขี่รถหนี แต่ไม่ทันเนื่องจากรถมาเร็ว ทำให้นายวิชิตหักหลบเสียหลักตกลงมาข้างทาง ส่วนตนก็วิ่งไปหลบที่หน้าโรงงาน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อหานายสมบัติ ขับรถโดยประมาททำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นจึงนำตัวนายสมบัติไปสอบสวนที่สภ.เมืองเพชรบุรี เพิ่มเติมถึงสาเหตุดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง
สิบเอกซิ่งเก๋งเสียหลักชนกำแพงคนขับตกคูน้ำตาย
เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 25 เม.ย. พ.ต.ท.วรพันธ์ พิสุทธานนท์ สารวัตเวร สภ.คูคต สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คูคตได้รับแจ้งมีเหตุรถเก๋งชนรั่วสนามกอล์ฟธูปะเตมี เส้นทางเลี้ยวเข้าวัดลาดสนุ่น ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง พบว่าได้มีชาวบ้านนำตัวคนขับรถขึ้นจากคลองระบายน้ำเส้นทางวัดลาดสนุ่น และหน่วยกู้ชีพได้ช่วยกันปั้มหัวใจอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่มีสติขึ้นมา สุดท้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง โตโยต้า วีอ๊อดสีบอนเงิน ทะเบียน ศข-7849 กทม. ซึ่งมี ส.อ. วิทยา ขำพิศ อายุ31ปี ที่อยู่183/2163 ถ.สงประภา แขวง.สีกัน เขต.ดอนเมือง กทม. เป็นคนขับโดยมีน้องชายน้องนั่งมาด้วยยังไม่ทราบชื่อและไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างไร ด้วยอาการตกใจให้การว่าตนและผู้ตายจะกลับเข้าบ้านพักใกล้จุดเกิดเหตุ หลังจากไปนั่งกินข้าวกันมา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุตนก็ไม่ทราบว่ารถทำไมถึงขึ้นไปชนรั่วแล้วรถหมุนอยู่หลายรอบก่อนท้ายรถอัดกับเสารั้วจนประตูรถด้านคนขับเปิดออกแล้วผู้ตายจะกระเด็นออกจากตัวรถตกลงคลองระบายน้ำ เส้นทางวัดลาดสนุ่น ตนจึงขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยแล้วได้หลบเข้าบ้านพักไป
ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจลอยที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ เนื่องจากปากทางเลี้ยวเข้าวัดลาดสนุ่นมีการซ่อมถนนไม่มีเครื่องหมายเตือนอาจจะเสียหลักที่วิ่งเข้ามาถึงจุดเกิดเหตุกว่า 100 เมตร ซึ่งจะต้องรอในเช้าวันนี้จะตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง และให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้งนำศพผู้เสียชีวิต ส่ง รพ.ตำรวจ ตรวจสอบการเสียชีวิตต่อไป.



