
กัดกับหมาดีกว่า
กัดกับหมาดีกว่า : เลียบค่าย โดยช้างพลาย
เทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา การกระทำของ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" บางนายบางสังกัด สร้างความเสื่อมเสียให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พฤติกรรมและพฤติการณ์ "ลุแก่อำนาจ" !!
กรณีของ "ชิน ไทยยิ่ง" รับราชการตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียนสิรินธร อ.เมือง จ.สุรินทร์ น้องชายของ พล.ต.ต.โชติ ไทยยิ่ง ผบก.ตชด.ภาค 2 ขอความเป็นธรรมให้แก่ลูกชาย
"ฐปนา ไทยยิ่ง" อายุ 25 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุรินทร์ บางนายทำร้ายร่างกายเกินกว่าเหตุ
หัวอกผู้เป็นพ่อรับไม่ได้กับสภาพบาดแผลที่เกิดขึ้นบนใบหน้าบริเวณเบ้าตาขวามีรอยฟกช้ำ จมูกมีเลือดกำเดาไหล
ตำรวจบางนายใช้อาวุธปืนจ่อศีรษะลูกชาย จับมือไพล่หลังกดตัวให้หมอบกับพื้นแล้วเตะใบหน้าอย่างแรง
สุดท้ายถูกตั้งข้อกล่าวหาขับรถยนต์ขณะเมาสุรา และต่อสู้ขัดขืนการจับกุม
ผู้เป็นพ่อรับได้หากลูกชายกระทำผิดจริงในบางข้อกล่าวหา แต่รับไม่ได้ที่ถูกทำร้ายร่างกาย ตำรวจใช้สิทธิ์หรืออำนาจใดเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
"ผมไม่ยอมความ แพ้ชนะไม่เป็นไร ถึงแม้จะจนตรอก ผมก็จะสู้ถึงที่สุดเพื่อให้เป็นแบบอย่างกับประชาชนว่าตำรวจที่ลุแก่อำนาจต้องได้รับบทเรียน"
หลังเกิดเรื่องฉาว "นายตำรวจ" บางนายอ้างว่า "ผู้ถูกกล่าวหา" ขับรถยนต์แหกด่านเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามทันระหว่างจับกุมอาจหกล้มจนเป็นแผล
นายตำรวจนายนี้แก้ผ้าเอาหน้ารอด หรือมีสมองไว้แค่กั้นหู ตอบคำถามขัดกับข้อเท็จจริง ตั้งข้อสังเกตหากหยุดรถแล้วจับกุมทันที "ผู้ถูกกล่าวหา" จะมีบาดแผลเกิดขึ้นหรือไม่
ตั้งข้อสังเกตหากหกล้มเอง ทำไมไม่เกิดบาดแผลที่บ่งบอกได้ว่าเกิดจากอุบัติเหตุ แต่บาดแผลที่เกิดขึ้นบนใบหน้า เด็กที่พออ่านออกเขียนได้เห็นแล้วยังรู้ว่าถูกทำร้ายร่างกาย
ตั้งข้อสังเกตหากมีตำรวจในจุดเกิดเหตุ 2-3 นาย ผู้ถูกกล่าวหาที่ไม่ใช่อาชญากร โดยสันดานไม่มีอาวุธโดยสภาพ กล้าต่อสู้ขัดขืนการจับกุมหรือ ?
คงต้องรอดูว่าคดีนี้ผลสรุปออกมาเป็นอย่างไร เพราะประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจแล้วมักพูดติดปากว่าทะเลาะกับตำรวจกัดกับหมาดีกว่า !!



