
ทนายยื่นอุทธรณ์ประกัน'ก่อแก้ว'
'ก่อแก้ว' ส่งทนาย ยื่นอุทธรณ์ประกันตัว ชี้ คำสั่งศาลอาญาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดหลัก ป.วิอาญา ม.108/1 ทนายคาด 3-4 วันรู้ผล
25 เม.ย. 56 เมื่อเวลา 14.00 น. นายเจษฎา จันทร์ดี ทนายความของนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) จำเลยที่ 5 คดีร่วมก่อการร้าย ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งอนุญาตให้นายก่อแก้ว ได้รับการปล่อยชั่วคราว หลังจากเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ศาลอาญามีคำสั่งไม่อนุญาตให้นายก่อแก้ว ประกันตัว เนื่องจากเห็นว่านายก่อแก้ว ยังไม่สำนึกเกี่ยวกับการข่มขู่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
โดยคำร้อง ระบุว่า นายก่อแก้ว จำเลยที่ 5 ยังไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของศาลชั้นต้น เพราะยังคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายหลายประการ เช่น การที่ศาลชั้นต้นมองว่าการปราศรัยถึงศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นการผิดเงื่อนไขปล่อยชั่วคราว แต่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าบ้านเมืองจะเกิดความวุ่นวาย หรือประชาชนไปละเมิดกฎหมาย อันเนื่องจากการปราศรัยแต่อย่างใด ขณะที่การปราศรัยกระทำในฐานะ ส.ส. ที่มีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ตามหลักสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญและการปราศรัยยังเป็นไปในเชิงวิชาการ จึงยืนยันว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวของศาล และการที่ศาลจะมีคำสั่งไม่ปล่อยชั่วคราวนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 108/1 ได้กำหนดลักเกณฑ์ที่ต้องวินิจฉัย เช่น 1. ผู้ต้องหาหลบหนี 2. จำเลยยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน 3. ก่อเหตุอันตรายประการอื่น 4. ผู้ร้องขอประกันไม่น่าเชื่อถือ และ 5. การปล่อยกระทบต่อการสอบสวน ทั้งที่จำเลยไม่มีพฤติการณ์ตามข้อต้องห้าม ดังนั้นคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ตนปล่อยชั่วคราว จึงมิชอบด้วยกฎหมาย
อีกทั้งคดีนี้มีการกล่าวหาจำเลยว่าก่อการร้าย แต่ก็ปรากฏข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาที่ศาลแพ่งมีในคดีที่กองทุนธุรกิจกับพวกยื่นฟ้อง บริษัทเทเวศประกันภัย จากกรณีเหตุไฟไหม้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการก่อการร้าย ผู้ร้องจึงขอให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ความเป็นธรรมและมีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราวผู้ร้องด้วย
ทั้งนี้ศาลอาญา รับคำร้องไว้พิจารณาเพื่อส่งให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งต่อไป
ภายหลังนายเจษฎา ทนายความ กล่าวว่า เมื่อยื่นคำร้องแล้วศาลชั้นต้นมีหน้าที่ที่จะส่งคำร้องอุทธรณ์ให้กับศาลอุทธรณ์พิจารณาและเมื่อศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วก็จะนัดฟังคำสั่งต่อไป ซึ่งตามขั้นตอนตามกฎหมายจะใช้เวลาประมาณ 3 - 4 วันก็จะทราบผล



