
'ปิกอัพ'ประสานงาเทเลอร์22ล้อดับ3
'ปิกอัพ' ประสานงาเทเลอร์ 22 ล้อ ที่สุรินทร์ คาที่ 3 ด้านหนองคาย 2 ผู้เฒ่าจอดรถตีกันข้างถนนถูกชนดับ1 อีกรายที่ปทุมธานี นักประชาสัมพันธ์ ขับเก๋งตกข้างทางเสียชีวิต
25 เม.ย. 56 เมื่อเวลา 04.00 น. ร.ต.ท.ณัฐกมล หล่อประโคน ร้อยเวร สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถปิกอัพชนประสานงากับรถบรรทุกเทเลอร์ 22 ล้อ บริเวณหลัก กม.ที่ 92-93 ถ.สายโชคชัย-เดชอุดม บ.ชัยพัฒนา ม.6 ต.ตะโกตาพิ อ.ประโคนชัย มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุหลายราย จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.วันชัย อิ่มโภชน์ ผกก.สภ.ประโคนชัย แพทย์และพยาบาลจาก รพ.ประโคนชัย และอาสาสมัครกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์
ในที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุกเทเลอร์ 22 ล้อ ตัวแม่ ทะเบียน 82-7231 อุบลราชธานี ตัวลูก ทะเบียน 82-7232 อุบลราชธานี จอดขวางอยู่กลางถนน มีคราบน้ำมัน และชิ้นส่วนรถยนต์กระจายเต็มพื้นถนน สภาพหน้ารถพังยุบเสียหายเล็กน้อย ซึ่งบรรทุกยุคาลิปตัสสับมาเต็มคันรถ โดยมีนายบุญพันธ์ แสนทวีสุข อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 3 บ.ไชยเจริญ ต.เมืองเดช อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี เป็นคนขับ
ส่วนใกล้กัน พบรถยนต์ปิกอัพอีซูซุ แค็ป ดีแม็ก เอส แอล เอ็ก สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ถน 1965 กทม. ตกลงข้างทางอัดก็อปปี้กับต้นไม้ สภาพหน้ารถพังยับเยินจนถึงห้องผู้โดยสาร มีศพผู้เสียชีวิต จำนวน 3 รายเป็นชาย 2 ราย หญิง 1 ราย พบร่างของคนขับถูกอัดก๊อบปี้เสียชีวิตคาพวงมาลัยรถ ส่วนอีก 2 คน เสียชีวิตอยู่ที่เบาะคู่หน้าคนขับ และในแค็ป เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันงัดประตูนำร่างออกมา ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จึงนำศพทั้ง 3 คน ออกมาได้ ทราบชื่อคนขับคือ นายวิชัย แก้วกัลยา อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ 7 ต.หนองเมือง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี นางจิตใจ เอ็นดู อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98/1 ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ และนางสาว ชไมพร ยะแสง อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98/1 ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ทั้งหมดเป็นครอบครัวเดียวกัน และยังพบล็อตเตอรี่ งวดประจำวันที่ 2 พ.ค. 2556 อยู่ภายในรถอีกจำนวนมาก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนนายบุญพันธ์ แสนทวีสุข คนขับรถบรรทุกเทเลอร์ 22 ล้อ ให้การว่า ตนพร้อมเมียและลูก ขับรถบรรทุกไปรับยูคาลิปตัสสับ จำนวน 50 ตัน ที่ อ.กันทราลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อจะไปส่งโรงงานแห่งหนึ่ง ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ขณะขับรถมาเรื่อยๆ จนถึงที่เกิดเหตุซึ่งมีรถวิ่งผ่านไปมาเยอะ เห็นรถ ปิกอัพคันดังกล่าวขับวิ่งสวนทางมาตามหลังรถคันอื่นๆ อย่างกระชั้นชิด ทันใดนั้นจะขับแซงรถตู้ขึ้นมาแต่ไม่พ้นจึงหักหลบพุ่งมาชนประสานงากับรถบรรทุกที่ตนขับมาอย่างจัง จนรถปิกอัพกระเด็นตกข้างทางไปชนกับต้นไม้อัดก็อปปี้ จนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว
จากการสอบถามนายสุเทพ ยอดรักษ์ อายุ 60 ปี ญาติของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย เป็นครอบครัวเดียวกัน เดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อจะมางานศพญาติ ที่ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ซึ่งจะประกอบพิธีฌาปนกิจในวันนี้ (25 เม.ย.) โดยนายวิชัย แก้วกัลยา ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ กรุงเทพฯ ส่วนนางจิตใจ เอ็นดู ภรรยา มีอาชีพขายล็อตเตอรี่ อยู่ที่หน้าโรงพยาบาลจุฬาฯ กรุงเทพฯ ขณะที่นางสาว ชไมพร ยะแสง ลูกสาว ได้ไปอยู่กับนางจิตใจ มารดา ในช่วงปิดภาคเรียน แต่ก็มาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งครอบครัวดังกล่าว
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถปิกอัพพยายามจะแซงรถคันหน้าแต่ไม่พ้นจึงหักหลบพุ่งไปชนประสานงากับรถบรรทุกเทเลอร์ 22 ล้อ อย่างจัง จนกระเด็นตกถนนชนกับต้นไม้เสียชีวิตทั้งคันดังกล่าว ซึ่งจนท.จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ปทุมธานี - นักประชาสัมพันธ์ สพม. 3 ขับเก๋งตกข้างทางดับ
เมื่อเวลา 14.0.0 น. พ.ต.ท.วิเชียร ไตรโลกา สารวัตรเวรสอบสวน สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุมีรถเก๋งเสียหลักตกข้างทางรถหงายท้องมีคนขับเป็นหญิงติดภายในบริเวณเหนือจุดกลับรถถนนสาย 347 ปทุมธานี-บางประหัน ม.5 ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์ รพ.สามโคก และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง
ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อมิชูมิชิ สีดำ หมายเลขทะเบียน กต 7143 พระนครศรีอยุธยา หงายท้องอยู่ในร่องน้ำข้างทาง มีหญิงสาวร้องเรียกขอความช่วยเหลือ แล้วเงียบหายไป เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงช่วยกันพลิกรถกลับนำร่างหญิงสาวออกจากรถในสภาพเปียกน้ำมาได้แต่เสียชีวิตแล้ว ทราบชื่อ นางสาวลักษิกา สีหราช อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/49 ม.7 ต.บ้านสร้าง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา และเป็นเจ้าหน้าที่นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3 (สพม. 3) ดูแลจังหวัดนนทบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จากการสอบถามนายอำนวย ยอดดี อายุ 57 ปี คนขับรถบรรทุกสิบล้อ ได้ให้การว่า ขณะที่ตนขับรถมาตามถนนสาย 347 มุ่งหน้าไปทางอยุธยา โดยขับมาเลนส์ซ้าย และมองเห็นรถเก๋งขับมาด้านขวามือขับแซงขึ้นไปแล้วรถเก๋งแซงหน้าไปแล้วหักเข้าเลนขวาเหมือนขับรถปาดหน้าแล้วรถสียหลักตกลงไปข้างทางรถหงายท้องอยู่ในร่องน้ำ ตนจึงจอดรถลงไปช่วยและเรียกคนมาช่วยกันพลิกรถขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคนขับที่ได้เรียกร้องขอความช่วยเหลือหลังจากนั้นเสียงก็เงียบหายไปและเมื่อนำตัวออกจากรถมาได้พบว่าเสียชีวิตไปแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าอาจจะหลับในแล้วรถวูบลงไปไหล่ทาง จึงได้ส่งศพไปตำรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ นิติเวชธรรมศาสตร์ต่อไป
หนองคาย - สองผู้เฒ่าจอดรถตีกันข้างถนนถูกชนดับ 1
เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.สรวิศิษฎ์ มีเพียร ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย พร้อมด้วย แพทย์หญิงโมฬี นาคสาร แพทย์เวรโรงพยาบาลหนองคายและหน่วยกู้ภัยประจักษ์หนองคาย กำลังช่วยกันชันสูตรพลิกศพนายเฉลียว ไชยวาน อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/249 หมู่ 5 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งนอนเสียชีวิตอยู่ข้างถนนระหว่างกิโลเมตรที่ 15-16 ถนนมิตรภาพสายหนองคาย-อุดรธานี(ขาออก) สภาพศพกระดูกหักและแตกทั้งตัว ซึ่งห่างจากศพผู้ตายประมาณ 100 เมตร พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน มีหลังคาสูง หมายเลขทะเบียน บบ 2789 กาฬสินธุ์ สภาพด้านหน้าพังยับเยินจอดอยู่ โดยมีนายอาทิตย์ ไชยเพ็งจันทร์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ 14 ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เป็นคนขับและได้ชนนายเฉลียว ไชยวาน จนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
และห่างจากจุดพบศพผู้เสียชีวิตไปประมาณ 800 เมตร พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ แคป สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บว 5890 อุดรธานี ซึ่งมีนายภิรมย์ กล้าหาญ อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 614/4 หมู่ 14 ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ยืนอยู่ข้างรถ
จากการสอบสวน นายภิรมย์ กล้าหาญ ให้การว่า รถยนต์คันดังกล่าวเป็นของนายเฉลียว ซึ่งตนกับนายเฉลียว ผู้ตายเป็นเพื่อนกัน เรียนหนังสือมาด้วยกัน และทำงานอยู่ที่เร่งรัดพัฒนาชนบท(รพช.)จังหวัดอุดรธานี มาด้วยกัน ซึ่งหลังจาก รพช.ยุบ จึงได้ย้ายไปอยู่องค์การบริหารส่วนตำบลตาลเลียน อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ด้วยกัน จนเกษียณอายุราชการ และช่วงเย็นวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา พวกตนได้พากันมางานศพเพื่อน รพช.ที่ จ.หนองคาย หลังเสร็จงานได้พากันนั่งดื่มเหล้ากันพอสมควร จึงเดินทางกลับ โดยตนเป็นคนขับ ส่วนนายเฉลียว นั่งมาด้านซ้ายข้างคนขับ พอรถวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุตนและนายเฉลียว เกิดมีปากเสียงกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ จากนั้นตนได้จอดรถเพื่อเคลียร์กันพอจอดรถสนิท ตนยังไม่ได้ทำอะไร แต่นายเฉลียวได้วิ่งข้ามถนนจนกระทั่งถูกรถยนต์ชนเสียชีวิตดังกล่าว
แต่จากการสอบสวนพยานแวดล้อมพบว่า หลังรถยนต์คันดังกล่าวได้จอดสนิท ทั้งนายเฉลียวและนายภิรมย์ ได้ลงมาจากรถ จากนั้นเห็นนายภิรมย์ ได้เตะนายเฉลียว จนล้มลง จากนั้นนายเฉลียว ได้ตะโกนออกมาว่า รถก็รถกู และมึงยังเป็นน้องเขยกูอีกทำไมทำกับกูแบบนี้ กูจะไปแจ้งตำรวจ หลังพูดเสร็จนายเฉลียวได้วิ่งข้ามถนนในระยะกระชั้นชิด ทำให้รถกระบะของนายอาทิตย์ ไชยเพ็งจันทร์ ที่เพิ่งกลับจากส่งสินค้าที่จ.บึงกาฬ ชนร่างของนายเฉลียว อย่างจังจนกระเด็นตกลงไปข้างถนนและเสียชีวิตดังกล่าว
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวนายอาทิตย์ และนายภิรมย์ ไว้สอบสวนดำเนินคดีต่อไป พร้อมนำศพนายเฉลียว ไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลหนองคายเพื่อติดต่อญาติมารับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป
อยุธยา - เก๋งชนท้ายหกล้อ พระขับดับพร้อมเจ้าอาวาส
เมื่อเวลา 15.00 น. ร.ต.ต.เฉลิมศักดิ์ สุขสอน ร้อยเวร สภ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนท้ายรถบรรทุกหกล้อ มีพระภิกษุมรณภาพและมีผู้บาดเจ็บ เหตุเกิดบนนถนนสายบ้านใหม่-วัดจุฬา ม. 9 ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสมาคมอยุธยารวมใจ ไปยังที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งสีขาวยี่ห้อนิสสันบลูเบิร์ด ทะเบียน กง 5171 พระนครศรีอยุธยา ชนอยู่กับท้ายรถยนต์บรรทุกหกล้อ ทะเบียน 81-0811 พระนครศรีอยุธยา สภาพด้านหน้าพังยับเยิน มีผู้เสียชีวิตสองรายถูกอัดอยู่กับพวงมาลัยทราบชื่อคนขับคือพระบรรจบ อายุประมาณ 40 ปี พระลูกวัดจันทประเทศ ต.บ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา และพระใบฎีกาทองย้อย อายุ 53 ปี เป็นเจ้าอาวาสวัดจันทประเทศ มรณภาพอยู่ข้างคนคับ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บชื่อนางแกละ สมานสุข อายุ 75 ปี เป็นโยมมารดาของพระใบฎีกาทองย้อย อาการสาหัสนำส่งรพ.บางบาล
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุโยมมารดาของพระใบฎีกาทองย้อยได้ไปตรวจสุขภาพที่ รพศต.วัดโคก อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดจันทประเทศ จากนั้นพระใบฎีกาทองย้อยได้ให้พระบรรจบ ซึ่งเป็นพระลูกวัดขับรถมารับโยมมารดา เพื่อไปส่งบ้านซึ่งอยู่ใกล้กับวัด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเกิดเสียหลักพุ่งเข้าไปชนท้ายรถ 6 ล้อที่รอรับข้าวอยู่ริมถนน เป็นเหตุให้มรณภาพทัง้สองรูป ส่วนคนขับรถบรรทุก 6 ล้อหายตัวไปจนท.จะได้ติดตามตัวมาสอบสวนต่อไป



