
สลด!ไฟไหม้คลอกลูกเจี๊ยบตายหมื่นตัว
เกิดเหตุไฟไหม้ฟาร์มเลี้ยงไก่ จ.บุรีรัมย์ คลอกลูกเจี๊ยบตายเกลี้ยง 13,600 ตัว เสียหายเกือบ 3 ล. ขณะที่ รง.ผลิตบั้งไฟเถื่อนเมืองอุดรฯ ไฟไหม้วอดกว่า 8 แสน
25 เม.ย. 56 เมื่อเวลา 09.30 น. ร.ต.ท.ณัฐกมล หล่อประโคน ร้อยเวร สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าตรวจสอบโรงเรือนเลี้ยงไก่เนื้อ "วัชระ ฟาร์ม" ตั้งอยู่เลขที่ 333 หมู่ 7 ต.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ หลังจากเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเรือนได้รับความเสียหายทั้งหมด
จากการสอบสวนเบื้องต้น นางฮวน อ่อนวิลาวัลย์ เจ้าของฟาร์มไก่ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเพิ่งนำลูกไก่ จำนวน 13,600 ตัว มาลงเลี้ยงได้แค่ 1 วันเท่านั้น ซึ่งลูกไก่จะต้องให้ความอบอุ่นไม่เช่นนั้นจะตาย โดยใช้เครื่องอบลูกไก่แบบใช้แก๊ส นำตัวอบแขวนกับขื่อให้คว่ำลง จากนั้นก็ต่อสายจากถังแก๊สแล้วจุดไฟ บรรดาลูกไก่ก็จะมาอยู่ใต้ตัวอบไก่ ซึ่งมีไฟจากแก๊สเป็นตัวทำให้อุ่น
นางฮวน เล่าต่อว่า ในทุกคืนจะมีคนงาน 2 คน นอนเฝ้าโรงเรือน ช่วงเกิดเหตุคนงานเห็นเปลวไฟลุกรอดออกมาจากโรงเรือน จากนั้นได้ไปติดผ้าพลาสติกที่ขึงไว้รอบเล้าไก่ เพื่อป้องกันลมเข้า เมื่อเปลวไฟลุกติดผ้าพลาสติกจึงลุกลามอย่างรวดเร็ว แค่เพียง 10 นาที ฟาร์มที่มีขนาดกว้าง 12 เมตร ยาวประมาณ 120 เมตร ก็ติดไฟลุกแดงฉานทั้งฟาร์ม ลูกไก่ที่อยู่ในฟาร์มส่งเสียงร้องวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น บางจุดลูกไก่ไปหลบเป็นกระจุก จากนั้นอีกไม่เกิน 20 นาที ฟาร์มทั้งฟาร์มก็ถูกไฟไหม้จนวอดหมดทั้งหลัง มีรถดับเพลิงของเทศบาล และ อบต.มาช่วยกันสกัดไฟ แต่ไม่ทันการไฟไหม้เร็วมากกว่ารถดับเพลิงจะมาถึงฟาร์มก็ถูกไฟไหม้หมดแล้ว
ส่วนค่าเสียหาย ประกอบด้วยลูกไก่ จำนวน 13,600 ตัว มูลค่า 176,800 บาท หัวอาหารและยารักษาสัตว์ หลายกระสอบ ค่าโรงเรือนอีกกว่า 2 ล้านบาท รวมค่าเสียหายประมาณเกือบ 3 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หลังดูที่เกิดเหตุแล้วตำรวจจะได้ประสานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบหาสาเหตุ ของเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ไฟไหม้! รง.ผลิตบั้งไฟเถื่อน วอด 8 แสน
เมื่อเวลา 08.40 น. ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งทางโทรศัพท์ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ "โรงงานผลิตบั้งไฟ" เลขที่ 53/37 ซอยฝ่ายชาวนา หรือโพนพิสัย 1 ถ.โพนพิสัย ต.หมากแข้ง อ.เมือง อุดรธานี จึงแจ้ง ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ พรมแสง ร้อยเวร สภ.เมืองอุดรธานี เดินทางออกไปสอบสวน พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร อำนวยความสะดวกรถดับเพลิง จะเข้าไปจุดเกิดเหตุที่เป็นซอยแคบ ทำให้รถดับเพลิงไปถึงภายใน 3 นาที หลังจากได้รับแจ้ง
ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานหลังคาโครงเหล็ก มุงด้วยกระเบื้องและสังกะสี สูง 6 เมตร กว้าง 10 เมตร ลึก 20 เมตร ด้านซ้ายและด้านหน้าเปิดโล่ง ส่วนด้านขวาและด้านหลังติดกับรั้ว โดยมีบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้อยู่ด้านซ้าย รายล้อมด้วยบ้านเรือนประชาชน เพลิงได้ลุกไหม้อยู่ภายในโรงงาน มีควันสีขวาฟุ้งกระจาย และมีเสียงปะทุของ "บั้งไฟ" เป็นระยะ รถดับเพลิงและรถน้ำ 2 คันระดมฉีดน้ำ ไม่นานสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ และบุกเข้าไปดับไฟที่คุกรุ่นอยู่ภายในจนสงบ
ภายในโรงงานพบเครื่องมือผลิตบั้งไฟ เป็นเครื่องผสมสารเคมี 3 ชุด , เครื่องอัดบั้งไฟแบบไฮโดรริก 3 ชุด และเครื่องประกอบการกรอกสารเคมี พบอุปกรณ์การประกอบบั้งไฟ อาทิ ท่อพีวีซี. ขนาด 2 นิ้ว ใช้ผลิตบั้งไฟหมื่น , ท่อพีวีซี.ขนาด 4 นิ้ว ใช้ผลิตบั้งไฟแสน , ไม้ไผ่ให้ประกอบเป็นหาง นอกจากนี้ยังพบสารเคมี กองอยู่รวมกันบนแคร่กลางโรงงาน ประกอบด้วย ดินปะสิว (สีขาว) , กำมะถัน (สีเหลือง) และถ่านบดละเอียด ที่ยังไม่ได้ผสม แต่ถูกน้ำฉีดเปียกทั้งหมด
นายสมศักดิ์ ถนัดช่าง ผู้สื่อข่าวอาวุโส จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า มีบ้านพักอยู่ติดกับบ้านเกิดเหตุ แต่มีที่ดินว่างขวางโรงงานอยู่ รู้อยู่ว่าบ้านหลังนี้มีอาชีพทำบั้งไฟ สืบต่อกันมาเป็นมรดกครอบครัว แต่เข้าใจว่าที่นี่ทำเฉพาะหางบั้งไฟ ส่วนหัวบั้งไฟเอาไปทำที่อื่น จนเมื่อเช้ามาได้เกิดเพลิงไหม้ เห็นควันสีขาวและมีเปลวไฟ และมีเสียงปะทุคล้ายเสียงบั้งไฟ หรือตะไล 2-3 ครั้ง แต่ไม่มีเสียงระเบิดเกิดขึ้น จึงรีบโทรศัพท์แจ้งรถดับเพลิง ซึ่งตนตกใจมากพอสมควร โดยลืมที่จะบันทึกภาพทำข่าวในตอนแรก
นายธีรวัฒน์ พิทักษ์สฤษดิ์ อายุ 42 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าโรงงาน เปิดเผยว่า โรงงานตั้งมาแล้วกว่า 3 ปี เคยไปยื่นขออนุญาตหลายครั้งไม่ผ่าน จึงเปิดกิจการไปด้วยขออนุญาตไปด้วย มีคนงานในโรงงานเพียง 5 คน โดยการทำงานจะเสร็จวันต่อวัน คือ การผสมของของเชื้อบั้งไฟจะทำพอดี เพื่อบรรจุและอัดเข้าในท่อพีวีซี โดยจะไม่มีเชื้อบั้งไฟที่ผสมแล้วเหลือ ก่อนปิดโรงงานก็เอาผ้าคลุมสารต่างๆไว้ วันนี้มาเปิดโรงงานก็ไปสับสะพานไฟ แต่เกิดมีไฟฟ้าลัดวงจร เกิดประกายไฟตกลงมาจากเสาโรงงาน ตกลงใส่กะละมังผสมเชื้อบั้งไฟ ที่เศษเชื้อบั้งไฟเล็กน้อย จึงเกิดการลุกไหม้อย่างรวดเร็ว คนงานได้ช่วยกันดับแต่สู้ไม่ไหว จึงแจ้งดับเพลิง
ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ พรมแสง พงส.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า เพลิงไหม้เฉพาะตัวโรงงานผลิตบั้งไฟ ความเสียหายประมาณ 800,000 บาท คาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร โชคดีสามารถสกัดเพลิงได้ทัน ไม่ลุกลามไปยังบ้านข้างเคียง ที่มีบ้านเรือนอยู่ติดกันจำนวนมาก และยังไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เบื้องต้นแจ้งข้อหาต่อเจ้าของบ้าน ไม่มีใบอนุญาตตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 และกระทำการโดยประมาท
ด้านนายมาลัยวรณ์ ตั้งอรุณสวัสดิ์ นายอำเภอเมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีออกใบอนุญาตให้ผลิตพลุ หรือ วัตถุระเบิด ในเขตพื้นที่เทศบาลนครอุดรธานี เพราะว่าเป็นเขตชุมชนเมือง ถึงผู้เสียหายจะมาอ้างว่าเคยขออนุญาต แต่ไม่ได้รับในอนุญาต เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะอย่างไรคงไม่มีการอนุญาตให้ผลิตหรือเก็บวัตถุอันตรายในเขตชุมชนอย่างแน่นอน ซึ่งตำรวจสามารถแจ้งข้อหาดังกล่าว และดำเนินคดีกับเจ้าของโรงงานเลย



