ข่าว

'บุรีรัมย์'ถูกญี่ปุ่นตีเสมอทดเจ็บ1-1

'บุรีรัมย์'ถูกญี่ปุ่นตีเสมอทดเจ็บ1-1

24 เม.ย. 2556

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดนซัดช่วงทดเวลา เปิดบ้านเจ๊า เวกัลตะ เซนได ของญี่ปุ่น 1-1 ต้องลุ้นเข้ารอบศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีกนัดสุดท้าย 'กิเลน' ตกรอบสนิท


              การแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2013 รอบแบ่งกลุ่ม นัด 5 เมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ตัวแทนจากประเทศไทย อันดับสุดท้ายของกลุ่ม มีเพียงแต้มเดียว ลงเล่นกลุ่ม เอฟ บุกไปเยือน ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ ยอดทีมของประเทศเกาหลีใต้ อันดับ 2 มี 6 คะแนน ที่สนามชอนจู เวิลด์ คัพ ซึ่งเอสซีจี เมืองทองฯ ต้องชนะเท่านั้น เพื่อลุ้นเข้ารอบในนัดสุดท้ายต่อไป โดยเกมนี้ เอสซีจี เมืองทองฯ ขนชุดใหญ่ลงสนาม นำโดย "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา, ดานโญ เซียกา, ดัสกร ทองเหลา ส่วนเจ้าบ้านมี อี ดอง กุก อดีตกองหน้าทีมชาติเกาหลีใต้ ล่าตาข่าย

              เริ่มเกมเจ้าถิ่นเปิดเกมรุกบุกหนักแต่ วีระ เกิดพุดซา นายทวาร "กิเลน" ยังโชว์ฟอร์มเหนียวหนึบเซฟจังหวะสำคัญได้หลายหน ก่อนหมดครึ่งแรกทำอะไรไม่ได้เสมอ 0-0 ครึ่งหลังนาที 56 ชุนบุคได้ประตูขึ้นนำเมื่อ อี ดอง กุก ยิงบอลไปโดนแขน ภานุพงศ์ วงศ์ษา ในเขตโทษ ทำให้ผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกจุดโทษแก่เจ้าถิ่น ก่อนที่ อี ดอง กุก จะรับหน้าที่สังหารเข้าประตู ให้ชุนบุค นำ 1-0 ถัดมา 3 นาที ชุนบุคหนีห่าง 2-0 เมื่อ เอนินโญ ผ่านบอลจากเส้นหลังฝั่งซ้ายให้ ปาร์ค ฮี ดู ยิงจ่อๆ ตุงตาข่าย

              เวลาที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม ชุนบุค ชนะ เอสซีจี เมืองทองฯ 2-0 ส่งผลให้ "กิเลนผยอง" ตกรอบทันที ส่วนอีกคู่ในสายเดียวกัน อูราวะ เรด ไดมอนส์ จากญี่ปุ่น อันดับ 3 มี 4 คะแนน เอาชนะ กวางโจว เอเวอร์กรานเด จากจีน จ่าฝูง มี 10 คะแนน 3-2 ทำให้ในสายนี้ กวางโจว ที่ยังมี 10 แต้ม, ชุนบุค ที่มี 9 แต้ม และอุราวะ ที่มี 7 แต้ม ต้องแย่งกันเข้ารอบในนัดสุดท้าย ในวันที่ 1 พฤษภาคม โดยคู่กวางโจว ที่จะพบกับชุนบุค ขอผลแค่เสมอก็จะกอดคอกันเข้ารอบทันที ส่วนอุราวะ นอกจากจะต้องลุ้นมาบุกชนะเมืองทองฯ ในบ้านแล้ว ยังต้องลุ้นให้อีกคู่มีผลแพ้ชนะอีกด้วย

              ส่วนอีกคู่ในกลุ่ม อี "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีกหนึ่งตัวแทนจากไทย เปิดสนามไอ โมบาย พบ เวกัลตะ เซนได จากประเทศญี่ปุ่น โดยทั้งสองทีมมี 5 คะแนนเท่ากัน ซึ่งเกมนี้บุรีรัมย์ วาง คาร์เมโล กอนซาเลซ, สุเชาว์ นุชนุ่ม, คาอิ ฮิราโนะ, แอนโทนี อำไพพิทักษ์วงศ์ เป็นทีเด็ดในเกมรุก

              เขี่ยบอลเริ่มเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ครองบอลบุกได้มากกว่าแต่จังหวะจบยังไม่เฉียบคม รวมถึงนาทีสุดท้ายของครึ่งแรกที่ คาอิ ฮิราโนะ เปิดบอลจากกราบซ้ายไปเสาแรกให้ สุรัตน์ สุขะ โหม่งเต็มๆ แต่บอลหลุดเสาแรกแค่คืบ ซึ่งเป็นจังหวะได้ลุ้นประตูมากที่สุด ทำให้หมด 45 นาทีแรกยังเสมอ 0-0 ครึ่งหลัง บุรีรัมย์ที่ครองบอลเหนือกว่า ได้ประตูขึ้นนำนาที 53 จากลูกฟรีคิกที่ "เจ้าอุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน วางยาวเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ ออสมาร์ บาร์บา อิบาเนซ ทิ้งตัวโหม่งบอลลงพื้นกระเด้งตุงตาข่าย ให้ทีมปราสาทสายฟ้านำ 1-0 จากนั้นอีก 7 นาทีต่อมา บุรีรัมย์น่าได้ประตูที่ 2 จากจังหวะที่ คาร์เมโล กอนซาเลซ ไหลบอลให้ เอกชัย สำเร ได้บอลยิงโล่งๆ แต่เจ้าตัวดันซัดไม่เต็มเท้า ตรงตัว โคดาอิ วาตานาเบ นายทวารทีมเยือนรับไว้ได้สบาย

              เวลาที่เหลืออยู่ บุรีรัมย์ ยังเร่งเกมหวังทำประตูเพิ่ม และมีโอกาสอีกครั้งจากฟรีคิกของ ธีราทร บุญมาทัน นาที 82 บอลโค้งชนคานอย่างจัง จากนั้นอีก 7 นาที คาอิ ฮิราโนะ ไหลบอลจากด้านขวาให้ คาร์เมโล กอนซาเลซ ได้ยิงเหน่งๆ แต่บอลหลุดออกนอกกรอบไปอีก กระทั่งช่วงทดเวลานาที 3 กองเชียร์บุรีรัมย์ทั้งสนามก็แทบช็อก เมื่อ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ออกมาชกบอลในจังหวะการโยนมาหน้าประตูพลาด ไปเข้าทาง ทากายูกิ นากาฮารา ตัวสำรองของเวกัลตะ ทิ้งตัววอลเลย์สวนตูมเดียวตุงตาข่าย ทำให้หมดเวลาเสมอกัน 1-1 โดยต้องไปตัดสินการเข้ารอบในเกมนัดสุดท้ายที่บุรีรัมย์จะบุกไปเยือน เอฟซี โซล ของเกาหลีใต้ และเวกัลตะ เซนได จะเปิดบ้านพบ เจียงซู เซียนตี ของจีน ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้

             ส่วนอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน เจียงซู เซียนตี พ่ายคาบ้านต่อ เอฟซี โซล 0-2 ทำให้สายนี้ เอฟซี โซล มี 10 แต้ม เข้ารอบแน่นอนแล้ว ส่วนบุรีรัมย์ มี 6 แต้ม เท่ากับ เวกัลตะ ขณะที่เจียงซู ยังมี 4 แต้ม อยู่อันดับสุดท้าย