
'เฉลิม'เดินหน้าชงพรบ.ปรองดอง
'เฉลิม' เดินหน้าเสนอพรบ.ปรองดอง มั่นใจผ่านฉลุยไร้คนค้าน ยันทุกคนได้ประโยชน์ เล็งนำเข้าสภาสมัยประชุมหน้า พร้อมสั่งจนท.เฝ้าระวัง 28 เม.ย. ครบรอบ 'กรือเซะ'
24 เม.ย.56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เดินหน้าปราศรัยเกี่ยวกับการเสนอ พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติว่า การเมืองวันนี้ถ้าจะเอาชนะในสภาอย่างเดียวมันจะได้รับการต่อต้าน จะไม่ได้รับการยอมรับ บางพรรคต้องการอย่างหนึ่ง แม้จะตัดสินด้วยเสียงข้างมาก ก็จะโดนวิพากษ์วิจารณ์ ตนร่างพ.ร.บ.ปรองดองไว้ 6 มาตรา โดยมีนายพีระพันธ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย นายอดิศร เพียงเกษ อดีตส.ส.ขอนแก่น นายเวียง วรเชษฐ์ ส.ส.ร้อยเอ็ด เป็นทีมงาน ซึ่งตนจะเป็นคนกำกับ รณรงค์ให้มากที่สุด โดยในวันที่ 26 เมษายน จะลงไปปราศรัยที่อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ในงานครบ 150 ปี ได้เชิญตนเป็นประธาน ตนก็จะเริ่มดำเนินการปราศรัยเรื่องนี้ และวันที่ 27 เมษายน ในการประชุมแก้ไขปัญหายาเสพติดจะเชิญนายตำรวจทุกภาค ผู้ว่าราชการจังหวัด นักวิชาการ เป็นต้น
โดยในช่วงท้ายตนเชิญอาจารย์คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่นให้มาอธิบายพ.ร.บ.ปรองดอง 6 มาตรา ที่ตนได้ร่างไว้ ซึ่งมีความสมบูรณ์ในเนื้อหาอยู่แล้ว คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานในการทำความเข้าใจ และในวันที่ 24 พฤษภาคม จะปราศรัยที่ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเพื่อนๆในพรรคเพื่อไทย ใครจะขึ้นเวทีก็ได้ จะเน้นปราศรัยแค่พ.ร.บ.ปรองดอง เท่านั้น
“เนื้อหามาตรา 3 จะครอบคลุมถึงเหตุการณ์หลัง 19 กันยายน 2549 มาจนถึงภายหลังกฎหมายประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งทุกคนได้ประโยชน์หมด ผมมั่นใจว่าร่างพ.ร.บ.ปรองดองของผมคงผ่านความเห็นชอบจากสภาและวุฒิสภา โดยคาดว่าจะเข้าสู่ที่ประชุมสภาในสมัยหน้า” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
เมื่อถามว่า ขณะนี้คนในพรรคได้ทำความเข้าใจกันแล้วหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนได้อธิบายให้ฟังแล้ว แต่ยังไม่ขอมติพรรค ตนพยายามทำให้เรียบง่าย และมั่นใจว่าไม่มีใครค้าน เพราะมันดีหมด โดยใช้การดำเนินการว่านับหนึ่งประเทศไทย
ต่อข้อถามที่ว่า ร่างพ.ร.บ.ปรองดองที่จะเสนอใครจะได้ประโยชน์ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ทั้งหมดได้
ส่วนที่มีข้อสังสัยว่าคนในพรรคเพื่อไทยเสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดองหลายร่าง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คนมันคิดไม่เหมือนกัน จะเอามารวมกันไม่ได้ หลักการเหตุผลคนละเรื่อง ส่วนร่างที่ค้างอยู่ในสภาแล้วนั้น ตนไม่ขอแสดงความเห็นเดี๋ยวขัดแย้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในพรรคยังไม่ได้ตกผลึกใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คนที่เซ็นให้ตนตกผลึกแล้ว ส่วนกี่คนยังไม่กล้าบอก แต่ยืนยันว่าพอ ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าพรรคไม่เอาแนวทางนี้นั้น ไม่มี
เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์ว่าที่มีการยื่นหลายร่างเพื่อแสดงศักยภาพให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เห็น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ใช่ ตนไม่ต้องแสดงศักยภาพอะไร เพราะเป็นรองนายกฯอยู่แล้ว เมื่อถามว่า จะนำไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหม่หรือไม่ เพราะต้องมีฝ่ายต่อต้านแน่นอน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่เคยคิดประเด็นนี้เลย ตนถึงต้องทำความเข้าใจนอกสภาก่อน ร่างของตนไม่ได้ลักลั่น เรียบร้อยหมด
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านเอาด้วยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเอาหรือไม่เอา แต่ว่าจะสำเร็จ
ต่อข้อถามที่ว่า เหตุใดจึงมุ่งแต่ลงทำความเข้าใจกับประชาชนที่เป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า จะไม่ทำความเข้าใจพื้นที่ก่อนได้อย่างไร การหาเสียงรณรงค์ก็ต้องอย่างนั้น โดยเอาคนส่วนใหญ่ของประเทศก่อน ตนไปเชียงใหม่ก็แอบไปคุยมา 40-50 คน เรื่องนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป วิธีคิดทางการเมืองคิดไม่เหมือนกัน แต่ถ้าจะให้ตนวิจารณ์ว่าคนอื่นไม่เอา แต่ฟันธงร่างที่เสนอไม่มีคนค้าน
เมื่อถามว่า ภาคใต้จะมีการเปิดเวทีด้วยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า น่าจะเป็นจังหวัดภูเก็ต สุราษฎร์ธานี สงขลา ส่วนจังหวัดกระบี่ไม่ไปกลัวถูกไล่ แต่จะลงพื้นที่เมื่อไรไม่ขอบอก
เมื่อถามว่า ที่สุดแล้วจะไม่ถูกกล่าวหาว่าช่วยพ.ต.ท.ทักษิณใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนใช้คำพูดว่าหลัง 19 กันยายน 2549 ทุกภาคส่วนได้หมด คนที่คิดว่าออกกฎหมายแล้วไปเว้นคนนั้นคนนี้ไม่เคยมี ตั้งแต่มีประเทศไทยกฎหมายต้องดูลายลักษณ์ ต้องดูเจตนารมณ์ จะไปบอกว่าให้คนนั้นคนนี้มีที่ไหน ไม่มี
ถามว่า มีโอกาสให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เห็นร่างแล้วหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ให้ท่านมายุ่งด้วย ทำในนามส.ส. และไม่ขอร้องถ้าใครชอบก็มาเซ็น แต่ตอนนี้ถึงเกณฑ์แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในร่างทุกฝ่ายได้ประโยชน์แต่ในความรู้สึกของประชาชนยังมีความโกรธแค้นกันอยู่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ในมาตรา 5 เราจะให้ครม.เยียวยา ส่วนร่างอื่นให้ผู้เสียหายฟ้องเอง ตนมองว่าผู้เสียหายมีความพร้อมไม่เหมือนกัน การให้ครม.พิจารณาเยียวยามันง่าย ส่วนจะเยียวยาในรูปแบบไหนก็แล้วแต่ข้อเท็จจริง ซึ่งตนพร้อมอธิบายเอง
เมื่อถามว่าขณะนี้มีเหตุการณ์ป่วนที่จ.ศรีสะเกษ และศาลรัฐธรรมนูญจะเกิดความปรองดองได้อย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไปถามปชป. ถามนายสุทัศน์ เงินหมื่น ที่จังหวัดศรีสะเกษก็ตนเป็นคนทำให้เรียบร้อย แต่ไม่อยากเอาหน้า ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญตนมองว่าไม่เลวร้าย เพราะว่าตอนเขายื่นตามมาตรา 291 ศาลก็รับ โดยระบุว่าไม่จำเป็นต้องผ่านอัยการ เมื่อรับเสร็จก็วิเคราะห์ว่าถ้าจะแก้ทั้งฉบับให้ไปทำประชามติ ตนแสดงความเห็นว่าเอารายมาตรา ซึ่งศาลก็บอกว่าหากแก้รายมาตราก็แก้ไป โดยครั้งแรกท่านรับ แล้วครั้งนี้มายื่นจะไม่รับได้อย่างไร เพราะเคยรับไปแล้ว และตนยังเชื่อว่าหลังศาลรับแล้วคำสั่งจะออกมาทำนองว่า เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการแก้ไขตามที่ศาลแนะนำ คือการแก้รายมาตรา ตนมองอย่างนั้น ตนไม่ได้มองว่ามีอะไรรุนแรง จนบ้านเมืองต้องปั่นป่วน วิเคราะห์แบบคนอยู่การเมืองมา 30 ปี ส่วนความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงนั้น ห้ามไม่ได้ อย่าเอาตนไปยุ่งกับเขา เขาก็อยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่มีอะไรผิดกฎหมาย
เมื่อถามว่า ปชป.และกลุ่มพันธมิตรออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านพ.ร.บ.ปรองดองตลอด ได้มีการติดต่อกันแล้วหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เขาอ่านเป็น ไม่รู้เชียวเหรอ ว่าที่จะต้องขึ้นศาลอีก 50 คดี เขาก็ได้ด้วย ตนไม่ต้องไปติดต่อ ใครจะไม่เอา ไปขึ้นศาลอยู่ทำไม แอบหัวเราะใต้โต๊ะกันหลายคนแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปชป.บอกว่าคดีต่างๆ ที่ออกมาเป็นการกดดันปชป.เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่เกี่ยวคนละเรื่อง เรื่องเงินบริจาค เรื่องเเฟลต เรื่องโรงพัก ไม่เกี่ยวกับ 19 กันยายน 2549 ตนเอาเฉพาะเรื่องที่เริ่มต้นตรงนั้น พวกเสื้อเหลืองถูกฟ้องว่ายึดสนามบิน ยึดทำเนียบรัฐบาล จะสนุกเหรอ เอาเถอะลืมความหลัง
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะรวมถึงคดีกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วยหรือไม่ ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวว่า ไม่มี ตนไม่เอาหรอกและจะต่อต้าน ไอ้พวกไปเสนอแก้อยากเข้าคุกไง เป็นพวกไม่มีงานทำ ตนเป็นนายตำรวจเรื่องสถาบันเป็นอันดับหนึ่งในความรู้สึก ทั้งนี้เวทีของตนจะไม่แตะศาล ทหาร สถาบัน ห้ามแตะ
เมื่อถามว่า มีการมองว่าที่ต้องรีบทำเพราะพ.ต.ท.ทักษิณระบุว่าจะกลับบ้านในปีนี้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่เกี่ยว ตนตั้งใจมานานแล้ว ถ้าไม่ขยับเลือกตั้งครั้งหน้าไปปราศรัยที่ภาคอีสานก็หัวแตก
ส่วนหากพ.ต.ท.ทักษิณได้อ่านพ.ร.บ.ปรองดองแล้วจะพอใจหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไปทายใจไม่ถูกหรอก
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจว่าจะพาพ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้านได้แน่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวพร้อมหัวเราะว่า กลัวไม่กลับ เที่ยวเพลินแล้ว เมื่อถามว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ระบุว่าจะพาพ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้าน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว่า ตนไม่ได้ยิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่ดำเนินการสัมภาษณ์ร.ต.อ.เฉลิม ที่บริเวณเชิงบันได ตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล ในประเด็นการเดินหน้าร่าง.พ.ร.บ.ปรองดอง นั้น ได้มีตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่คลานมาใกล้กับวงสัมภาษณ์เรื่อยๆ โดยไม่กลัวว่ามีคนอยู่เยอะ ซึ่งทำบรรดาให้ผู้สื่อข่าวที่อยู่ใกล้ร้องตกใจ และถอยขยับถอยออกมา ก่อนจะไล่ให้พ้นวงสัมภาษณ์
ร.ต.อ.เฉลิม ซึ่งกำลังให้สัมภาษณ์ว่ามั่นใจว่าร่างพ.ร.บ.ปรองดอง จะผ่านความเห็นชอบของสภาและวุฒิสภา ซึ่งเป็นช่วงที่ตัวเงิงนตัวทองคลานออกมาและผู้สื่อข่าวบางส่วนกำลังตกใจ ร.ต.อ.เฉลิม ได้หยุดให้สัมภาษณ์พักหนึ่ง ก่อนพูดแบบติดตลกว่า “เห็นไหมเล่า แม้แต่ตะกวดยังเป็นใจเลย” โดยช่วงตอนท้ายของการสัมภาษณ์ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวแบบมีอารมณ์ขันอีกว่า “เดี๋ยวต้องเอาไปพาดหัวแน่ๆ ว่าร.ต.อ.เฉลิม ให้สัมภาษณ์มีญาติมาเยี่ยม” ทำให้สื่อข่าวต่างหัวเราะร่วน
'เฉลิม' สั่งจนท.เฝ้าระวัง 28 เม.ย. ครบรอบ 'กรือเซะ'
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมการแก้ไขสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ร่วมกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และหน่วยงานด้านความมั่นคงเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า นายกฯสั่งให้ตนไปสภาฯ ทั้งนี้อย่าไปตื่นเต้น ไม่มีพายุใหญ่ทะเลก็ไม่สงบนิ่ง ทุกอย่างจบ ตนได้กำหนดไปนั้นโดนใจคือ 1.ตนได้ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ในพื้นที่ 2.ใครที่บอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม อย่าพูดเฉยๆ เอาหมายมาให้นัดมานัดที่ไหนตนไปหมด 3.ถ้าอยากยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินให้ทำพื้นที่ให้เห็น ถ้าคดีความมั่นคงลดก็เลิก โดยนายกฯอนุญาตตนสามารถสั่งการได้เลย และตนได้ติดต่อแม่ทัพภาคที่ 4 กอ.รมน.ภาค 4 ตำรวจเจ้าของคดี ดีเอสไอ อัยการ และศาลไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่เอามาให้ตนภายใน 90 วัน แสดงว่าสิ่งที่ได้พูดมีไม่จริง
เมื่อถามว่า นายกฯได้ระบุว่าสั่งการให้กระทรวงคมนาคมดูแลถนน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนได้กราบเรียนท่าน เนื่องจากถนนขรุขระ ผู้ก่อความไม่สงบก็ใช้วิธีการขุดและฝังระเบิด เจ้าหน้าที่ก็นึกว่ามีการซ่อมถนน ถนน 2 ข้างทางรกรุงรังตนได้บอกว่าต้องทำให้โล่งแจ้ง ผู้ก่อความไม่สงบก็ดึงสายไปรอกดยาก และบริเวณคอสะพานซึ่งใช้ก่อเหตุง่ายเพราะบางครั้งคอสะพานทรุดเอียง ก็ต้องทำให้ดี และหน่วยตรวจสอบวัตถุระเบิดได้ซื้ออุปกรณ์เพิ่ม ส่วนบุคลากรที่ลงพื้นที่ก็มีอยู่เยอะจำนวนหลักพัน ส่วนจะเสริมส่วนไหนฝ่ายการเมืองคิดเองไม่ได้ ต้องเป็นฝ่ายปฏิบัติ ตนได้คุยกับผู้บัญชาการตำรวจภาค 9 ว่าในวันที่ 28 เม.ย.56 ให้ดูแลในพื้นที่ให้ดี เพราะเป็นวันครบรอบเหตุการณ์กรือเซะ ส่วนวันที่ 29 เม.ย.56 ที่จะไปพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ก็ต้องดูแลอย่าให้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ ซึ่งหลังจากนี้ตนจะลงพื้นที่ภาคใต้ให้บ่อย จนให้ผู้สื่อข่าวหมั่นไส้
'พท.' อัด 'ปชป.' ไม่เคารพประมุขนิติบัญญัติ หลังยื่นถอด 'สมศักดิ์'
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ยื่นคำร้องพร้อมรายชื่อส.ส.จำนวน 128 คนต่อนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้วุฒิสภาถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ออกจากตำแหน่งส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 ว่า พฤติกรรมของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยื่นถอดถอนนายสมศักดิ์ครั้งนี้น่าจะเป็นแค่เกมการเมืองแบบใหม่ แต่ยังอยู่ในวังวนเดิมๆ คือ ขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่อยมา เป็นพฤติกรรมซํ้าซาก ทั้งๆ ที่นายสมศักดิ์ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับการประชุม ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและประนีประนอมมาโดยตลอด พฤติกรรมของพรรคประชาธิปัตย์วันนี้ลักษณะเหมือนเล่นไม่เลิก ถ้ามีช่องก็ขัดขวาง ตนอยากถามว่า มีใบสั่งจากใครหรือไม่ที่ให้ออกมาพิทักษ์รัฐธรรมนูญ 2550 ขอเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์เลิกกดดันการทำหน้าที่ของนายสมศักดิ์ แม้ว่าการยื่นถอดถอนนั้นจะเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ก็ควรให้ความเคารพต่อประมุขฝ่ายนิติบัญญัติที่ทำตามหน้าที่ด้วย แม้ว่าจะอยู่ต่างพรรคกันก็ควรให้ความเคารพ ไม่ใช่ว่า ถ้าไม่ใช่พวกเดียวกันแล้วก็ไม่เคารพ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ประชาชนคอยจับตาดูอยู่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ค้านเพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือแค่เล่นเกมการเมือง ทั้งนี้ ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ นั้น พรรคเพื่อไทยจะเปิดเวทีชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน โดยแกนนำของพรรคจะเดินสายไปจังหวัดต่างๆ อาทิ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราทั้ง 3 ร่างนั้น เป็นการทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน คืนความเป็นธรรมให้กับประชาชน ไม่ใช่การทำเพื่อนักการเมืองหรือเพื่อพรรคการเมืองตามที่ฝ่ายตรงข้ามกล่าวหา รวมทั้งเป็นการทำความเข้าใจถึงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องเสนอพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทเพื่อมาพัฒนาประะเทศซึ่งจะเป็นการสร้างอนาคตให้ประเทศด้วย นอกจากนี้ จะชี้แจงถึงพ.ร.บ.นิรโทษกรรมด้วยว่า เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนทุกสีเสื้อที่ตกเป็นเหยื่อทางการเมือง ซึ่งจะใช้เวทีนี้แฉพฤติกรรมของพรรคประชาธิปัตย์ที่น่าจะขัดขวางประชาธิปไตย ปกป้องรัฐธรรมนูญ 2550 เพราะน่าจะได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ 2550 อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ใช่เวทีโต้เวทีกับเวทีผ่าความจริงของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นเวทีชี้แจงข้อเท็จจริงกับประชาชน รวมถึงรับฟังความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศด้วย เพราะเวทีนี้แกนนำของพรรคจะได้พบปะกับประชาชนทั่วประเทศด้วย
'พท.' จี้ 'ปชป.' เลิกกดดัน 'ดีเอสไอ'
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะฟ้องร้องอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และเจ้าหน้าที่ที่ทำคดีการหักบัญชีเงินเดือนบริจาคเข้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า การฟ้องร้องถือเป็นการกดดันเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ เพราะดีเอสไอมีหน้าที่ในการตรวจสอบการกระทำที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นขอให้แกนนำพรรคประชาธิปัตย์และส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกเชิญไปรับทราบข้อกล่าวหานั้น ควรให้ความร่วมมือโดยไปให้ข้อมูลและไปชี้แจงหากคิดว่าตัวเองบริสุทธิ์ ไม่จำเป็นต้องกลัว ไม่ใช่ออกมาแถลงว่าจะมีการฟ้องร้อง หรือออกมาบอกว่าหากไปแล้วห้ามบันทึกภาพ เสียง และไม่เซ็นชื่อ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่สง่างาม ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ที่ยืนยันว่าตัวเองไม่ผิดก็ต้องไปชี้แจง ตนเชื่อว่าดีเอสไอจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ควรตีโพยตีพาย ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าตัวเองไม่ผิดหรือดีเอสไอไม่มีอำนาจ ไม่อยากให้ประชาชนมองว่าพรรคประชาธิปัตย์กดดันการทำงานของดีเอสไอ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่สง่างาม ขอเรียกร้องให้เคารพกฎหมายและให้ความร่วมมือกับดีเอสไอมากกว่าการออกมาโวยวายรายวัน ส่วนแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ที่ขอเลื่อนให้การออกไปนั้น แม้ว่าสามารถทำได้แต่ไม่สง่างาม มีนัยยะอะไรหรือไม่ หรือว่ายังทำใจไม่ได้ใช่หรือไม่ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน จะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีก็ต้องไปรับทราบข้อกล่าวหา ไม่มีข้อยกเว้น
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายกรณ์ จาติกวนิช แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ต่างออกมาประสานเสียงว่า การที่ดีเอสไอเรียกส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ไปรับทราบข้อกล่าวหานั้น เสมือนเป็นการบีบให้ร่วมกระบวนการนิรโทษกรรมเพื่อล้างผิดต่างๆ นั้น นายบัญญัติและนายกรณ์ก็เป็นผู้ใหญ่ทางการเมือง ไม่น่าจะจินตนาการว่ามีการบีบ ถ้าไม่ได้กระทำผิดเชื่อว่าดีเอสไอคงไม่เรียกไปรับทราบข้อกล่าวหา ส่วนเรื่องการนิรโทษกรรมนั้นเป็นเรื่องของกระบวนการนิติบัญญัติ ไม่อยากให้นำมาเป็นประเด็นการเมืองว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง เพราะเชื่อว่าไม่มีใครชี้นำดีเอสไอได้ และไม่มีใครตั้งข้อหากับพรรคประชาธิปัตย์ที่เชี่ยวชาญข้อกฎหมายได้ แต่เรื่องนี้ตนมองว่า น่าจะเป็นปลาตายนํ้าตื้นมากกว่า
ส่วนกรณีที่อ้างว่าเป็นการช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้นก็เป็นเรื่องเลอะเทอะ เป็นไปไม่ได้ อย่าบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือโยนบาปให้รัฐบาลและคนอื่น ยืนยันว่าไม่มีสมาชิกพรรคเพื่อไทยหรือแกนนำรัฐบาลไปกลั่นแกล้งพรรคประชาธิปัตย์อย่างแน่นอน



