ข่าว

'มาร์ค'ให้กำลังใจศาลรธน.

'มาร์ค'ให้กำลังใจศาลรธน.

24 เม.ย. 2556

'อภิสิทธิ์'ให้กำลังใจศาลรธน.หลังแดงคุกคาม จี้รัฐดูแล ย้ำแก้รธน.190 หวังรวบอำนาจฝ่ายบริหาร ตัดอำนาจนิติบัญญัติ

               24 เม.ย.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายวรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ประกาศชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดง 5 หมื่นคน เพื่อกดดันศาลรัฐธรรมนูญว่า ขอเป็นกำลังใจให้ฝ่ายตุลาการ และองค์กรศาลว่าอย่าหวั่นไหว ส่วนใครจะมาแสดงออกต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ซึ่งตุลาการก็ต้องไม่หวั่นไหว เพราะหากปล่อยให้การกดดันมีผลต่อการพิจารณาของตุลาการ บ้านเมืองก็จะไม่มีหลัก จึงขอให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ส่วนที่มีการขู่ว่าจะมีการล้อมศาลนั้น ทุกคนก็ต้องแสดงออกถึงความหนักแน่นมั่นคงว่าจะปฏิบัติหน้าที่เต็มที่โดยไม่กังวลต่อแรงกดดัน และรัฐบาลมีหน้าที่ดูแลให้ทุกองค์กรสามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนเองตามกฎหมายได้ และจะหลีกหนีความรับผิดชอบไม่ได้

               ส่วนที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ระบุว่า คนเสื้อแดงสามารถชุมนุมกดดันศาลรัฐธรรมนูญได้นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องสั่งการดูแลให้ทุกอย่างเรียบร้อยไม่ให้เกิดปัญหาต่อการทำหน้าที่ตุลาการ และต้องส่งสัญญาณให้ชัดเจนว่าจะไม่ปล่อยให้มีการใช้มวลชนมาข่มขู่การปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการ เพราะขณะนี้ไม่ใช่องค์กรศาลที่ก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เป็นเพราะรัฐบาลหยิบประเด็นที่กระทบกับกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ทำให้มีการร้องไปที่ศาล ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ฝ่ายบริหารพยายามรุกคืบที่จะหยิบทุกกลไก จึงทำให้มีการใช้มวลชนมากดดันด้วย สังคมต้องไม่ยอมสิ่งเหล่านี้ ไม่อย่างนั้นจะกระทบต่อการตรวจสอบถ่วงดุลและการคานอำนาจ จนนำสู่การไม่เป็นประชาธิปไตยในที่สุด

 

 

ย้ำแก้รธน.190 หวังรวบอำนาจฝ่ายบริหาร ตัดอำนาจนิติบัญญัติ

                นายอภิสิทธิ์  ให้สัมภาษณ์ก่อนการเข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ว่า ตนจะให้ความเห็นกับคณะกรรมาธิการฯเกี่ยวกับปัญหาภาพรวมของรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ซึ่งการแก้ไขที่ผ่านมาวาระ 1 ของรัฐสภาที่มีการตัดข้อตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับเศรษฐกิจและสังคมออกไปทั้งหมดเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และไม่เป็นประโยชน์ต่อการรักษาประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ เพราะแนวโน้มของโลกจะเห็นได้ว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะเข้ามามีส่วนร่วมเกี่ยวกับข้อตกลงการค้ามากขึ้น เพราะกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนในประเทศมากที่สุด แต่เมื่อมีการตัดในส่วนนี้ออกไปก็เท่ากับว่าฝ่ายบริหารกำลังรวบและตัดอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาได้ง่าย เพราะทุกข้อตกลงย่อมมีผลกระทบภายในประเทศ จึงอยากให้รัฐบาลนำบทเรียนจากแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาที่ไปสนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยต้องเก็บเกี่ยวบทเรียนอย่างถูกต้องว่าเมื่อมีความสุ่มเสี่ยง จึงจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบ แต่ตนเกรงว่ารัฐบาลจะสรุปบทเรียนแบบผิด ๆ โดยคิดว่ามาตรา 190 เป็นอุปสรรคของฝ่ายบริหารทำให้เกิดความยุ่งยาก แทนที่จะดูในแง่ประโยชน์ส่วนรวม ทั้งที่ความจริงไม่ใช่ แต่มาตรา 190 ช่วยให้การบริหารเป็นไปอย่างถูกต้องและเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ