
คู่กรณี'ลูกชูวิทย์'ปัดใช้มีดปล้น!
คู่กรณี 'ลูกชูวิทย์' ร้องขอความเป็นธรรม ยืนยันไม่ได้ใช้มีดปล้นนาฬิกา
24 เม.ย. 56 นายกฎษฎา นัยสดับ , นายอดุลวิทย์ เอกมหาชัย , นายสุรศักดิ์ สัมฤทธิ์ , นายณรงค์ฤทธิ์ สิงห์ศรีโว , นายธนาชัย นัยสดับ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันปล้นทรัพย์ นายต่อตระกูล กมลวิศิษฎ์ ลูกชายนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติผ่านทาง พ.ต.อ.ยิ่งรัตน์ สอาดยิ่ง ผกก.อก.ลก. เนื่องจากเกรงไม่ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินคดี
นายกฎษฎา กล่าวว่า ที่เดินทางมายังสำนักงานตำรวจแหงชาติเพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม เนื่องจากพวกตนยืนยันว่าไม่ได้ใช้อาวุธมีดปล้นนาฬิกาของนายต่อตระกูลแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่ามีการทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายจริง พวกตนไม่ได้ทำตามที่ถูกกล่าวหาอยากให้ตำรวจให้ความเป็นธรรมด้วย การแจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์มันหนักเกินไป ตอนนี้พวกเราเดือดร้อนมากต้องไปกู้เงินมาประกันตัวคนละ 3 แสน ไปทำงานก็ต้องถูกตราหน้าว่าไปปล้นเขาทั้งที่ไม่ได้ทำ
นายกฎษฎา กล่าวต่ออีกว่า พวกตนสมัครใจกันไปมอบตัวแสดงความบริสุทธิ์ใจ เมื่ิอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ดินแดงได้ขอความร่วมมือในการขอเข้าตรวจค้นบ้านพัก ซึ่งก็ยินดีเพราะบริสุทธิ์ใจ ผลการตรวจค้นไม่ได้พบหลักฐานอะไรเพิ่มเติม คดีจึงน่าจะจบแล้ว ภาพกล้องวงจรไปในร้านสะดวกซื้อก็เห็นว่านายต่อตระกูลไม่ได้ใส่นาฬิกา แต่ตอนหลังเขาก็ออกมาแก้ว่าเอาใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง ให้การกลับไปกลับมาและที่น่าสงสัยคือทำไมปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาหลายวันถึงไปแจ้งความ
ขณะที่นายณรงค์ฤทธิ์ กล่าวว่า วันเกิดเหตุพร้อมเพื่อนรวม 4 คน เดินทางกลับมาจากที่เที่ยวย่านรัชดา ได้เดินข้ามฝั่งมารับประทานข้าวมันไก่ภายในซอยรัชดา ซอย 3 พบว่านายต่อตระกูล ซึ่งไม่ได้ใส่เสื้อนั่งกินอยู่แล้วกับเพื่อนอีก 2 คน ระหว่างที่นั่งรับประทานก็คุยกันในกลุ่มตามภาษาคนเมา นายอดุลวิทย์ พูดขึ้นมาว่า "ทำไมกูกินเหล้าแล้วไม่เมาว่ะ" ตนก็พูดกลับไปว่า "มึงจะเมาได้อย่างไร มึงเดินวนหาหญิงอย่างเดียว" นายต่อตระกูลซึ่งนั่งโต๊ะติดกันพูดขึ้นว่า "วนเหี้ยอะไร" พวกตนก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร
นายณรงฤทธิ์ กล่าวอีกว่า จนกระทั่ง นายต่อตระกูลได้ออกไปจากร้าน และมาเจอกันที่เกิดเหตุ จึงตะโกนถามว่า “เมื่อกี้พูดอะไรออกมาไหม” นายต่อตระกูลก็บอกว่า “แล้วจะทำไม” หลังจากนั้นก็มีปากเสียงกัน โดยที่นายธนาชัย ซึ่งพบกันหลังจากที่ขี่จักรยานยนต์ไปซื้อข้าวมันไก่ที่ปากซอยกับนายกฏษฏา ได้เข้าไปแยกคู่กรณี และจะง้างมือเพื่อไล่นายต่อตระกูล และพวก จากนั้นทางฝ่ายนายต่อตระกูล และเพื่อนได้วิ่งหนีไป
ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุตนได้ต่อยโดนนายต่อตระกูล ครั้งเดียวเท่านั้น และทางกลุ่มตนไม่มีมีด และไม่ได้ไปปล้นแต่อย่างใด เป็นเรื่องทะเลาะวิวาทกันธรรมดาเท่านั้นอยากให้สื่อมวลชนกับตำรวจให้ความเป็นธรรมด้วย พวกเราเป็นคนธรรมดฝ่ายเขาเป็นนักการเมืองชื่อดังเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินคดี



