
'มือบึ้มบอสตัน'ฆ่าตร.เพราะต้องการปืน!
ตำรวจเชื่อว่า สองพี่น้องมือระเบิดบอสตัน ฆ่าตำรวจเพราะต้องการแย่งปืน ขณะที่เอฟบีไอย้อนรอยเส้นทางหนี เพื่อหาอาวุธและระเบิด
24 เม.ย. 56 สถานีโทรทัศน์ ซีบีเอส รายงานว่า นายจ็อคการ์ ซานาเยฟ มือระเบิดโจมตีการแข่งขันมาราธอนที่บอสตัน รัฐแมสซาจูเสตส์ ของสหรัฐ ได้ให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่สืบสวนด้วยการเขียนข้อความลงในกระดาษ โดยระบุว่า การวางระเบิดที่บอสตัน เกิดจากการผลักดันของนายทาเมอร์ลัน พี่ชายวัย 26 ปีของเขา ซึ่งนายทาเมอร์ลัน เสียชีวิตหลังจากยิงต่อสู้กับตำรวจเมื่อวันศุกร์ ตอนที่ตำรวจไล่ล่าพวกเขาอย่างกระชั้นชิด
นายจ็อคการ์วัย 19 ปี ถูกจับเป็นและถูกควบคุมตัวอย่างแน่นหนาโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อยู่ที่ศูนย์การแพทย์เบธ อิสราเอล ดีคอนเนสส์ หลังจากได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ , คอ , ขาและมือ / จอห์น มิลเลอร์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสของ ซีบีเอส ระบุว่า เขาสามารถพูดได้ทีละคำ ขณะที่เจ้าหน้าที่สืบสวนพยายามป้อนคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยของสาธารณชน และพยายามจะหาคำตอบให้ได้ว่า เขาเป็นสมาชิกของกลุ่มใด
คำตอบของนายจ็อคการ์ ชี้ว่า เขาได้รับแรงผลักดันจากพี่ชาย และส่วนใหญ่ได้แนวคิดเกี่ยวกับลัทธิสุดโต่งผ่านทางออนไลน์ ที่รวมถึงเรื่องการเข้าไปขอคำแนะนำต่าง ๆ แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับองค์กรก่อการร้าย หรือมีใครอยู่เบื้องหลัง แต่เจ้าหน้าที่สืบสวนก็จะต้องตรวจสอบคำให้การของเขาต่อไป ทั้งด้วยวาจาและเขียนเป็นตัวอักษร
มิลเลอร์ ระบุว่า ยังมีคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบอีกมาก เกี่ยวกับการสังหารฌอน โคลิเออร์ ตำรวจที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาจูเสตส์ หรือ เอ็มไอที โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า พวกเขายิงโคลิเออร์เข้าที่ศีรษะได้อย่างไรโดยปราศจากการยั่วยุ พวกเขามีการวางแผนไว้ล่วงหน้าหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบสวนได้ตั้งทฤษฎีว่า นายทาเมอร์ลันมีปืนอยู่คนเดียว และยิงตำรวจเพื่อแย่งเอาปืนให้น้องชาย และการฆ่าเขาจึงเป็นวิธีที่เร็วที่สุดและได้ผลที่สุด
เหยื่ออีกคนหนึ่ง ที่ถูกสองพี่น้องชิงรถไปโดยไม่ได้ทำอันตราย ได้ให้การกับตำรวจว่า นายทาเมอร์ลัน ได้บอกกับเขาว่า เป็นคนวางระเบิดที่บอสตัน และยังชักปืนให้ดูด้วย แต่หลังจากนั้น สองพี่น้องก็พูดกันเป็นภาษารัสเซีย ส่วนเหยื่อที่ถูกขโมยรถ ก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้มากนัก และสองพี่น้องก็บอกกับเขาว่า จะไม่ฆ่าเขา เพราะเขาไม่ใช่อเมริกัน
แต่แม้จะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้มากนัก แต่เหยื่อรายนี้ ได้พยายามพูดให้จับในความได้ว่าคนร้ายมีการพูดถึงแมนฮัตตัน ทำให้ตำรวจนิวยอร์ก ต้องเข้าไปหยุดขบวนรถไฟที่ให้บริการระหว่างบอสตันกับนิวยอร์ก และค้นทั่วรถไฟ / ตรวจสอบป้ายทะเบียนรถ ที่วิ่งข้ามสะพานและลอดอุโมงค์ทุกแห่งเพื่อเข้านิวยอร์ก และตรวจสอบว่ามีป้ายทะเบียนใดที่เกี่ยวข้องกับสองพี่น้องบ้าง เนื่องจากถ้ามีการมุ่งหน้าเข้าสู่นิวยอร์กจริง ก็จะสามารถขัดขวางได้ก่อน
สองพี่น้องบังคับให้เหยื่อแวะจอดเพื่อเอาระเบิดและเงินสด ก่อนที่เหยื่อจะสามารถหนีไปได้ตอนที่จอดในปั๊มน้ำมัน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง หรือ เอฟบีไอ ได้พาเหยื่อย้อนกลับไปยังเส้นทางเดิม เพื่อปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้่น เพื่อดูด้วยว่ายังจะมีอาวุธหรือระเบิดหลงเหลืออยู่ในเส้นทางเดิมหรือไม่ หรือมีใครช่วยเหลือพวกเขาหรือไม่
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



