
ไขปริศนาบึ้มคาฐานดับ'อีโอดี'
ไขปริศนาบึ้มคาฐานดับ'อีโอดี' : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน
เหตุระเบิดภายในฐานปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อเวลาประมาณ 13.15 น. วันจันทร์ที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา จนทำให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) ต้องสังเวยชีวิตพร้อมกำลังพลรวม 3 นายนั้น ถูกตั้งคำถามจากหลายฝ่ายว่า เป็นเหตุการณ์สุดวิสัยในลักษณะอุบัติเหตุระหว่างการตรวจสอบวัตถุระเบิดที่เก็บกู้มาได้ หรือเป็นแผนของคนร้ายที่ต่อ "วงจรซ้อน" ลวงเอาไว้
ที่เรียกว่า "วงจรซ้อน" ก็คือ แผนของคนร้ายที่ต่อวงจรระเบิดซ้อน 2-3 ระบบเอาไว้ เมื่อเจ้าหน้าที่ถอดชนวนระบบหนึ่งได้ แต่ไม่ทราบว่ามีอีกชนวนหนึ่งซ่อนอยู่ จึงเกิดระเบิดขึ้นในภายหลัง
ข้อมูลดังกล่าวเมื่อนำมาพิจารณาร่วมกับการที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 เป็นหน่วยบังคับบัญชาของฐานปฏิบัติการบ้านยือลอ ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ ที่ถูกกลุ่มติดอาวุธ นำโดย นายมะรอโซ จันทรวดี บุกเข้าโจมตีฐานเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2556 แต่เจ้าหน้าที่ภายในฐานตอบโต้จนฝ่ายผู้บุกรุกเสียชีวิตถึง 16 คน รวมทั้งนายมะรอโซด้วย ทำให้หลายฝ่ายให้น้ำหนักกับข้อมูลนี้ เพราะอาจเป็นไปได้ว่า กลุ่มก่อความไม่สงบวางแผนมาเพื่อแก้แค้นเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 ซึ่งก่อนหน้ามีการอุ้มฆ่าพลทหารที่เคยปฏิบัติการที่ฐานบ้านยือลอไปแล้ว 1 นาย
อย่างไรก็ดี จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด ทั้งเจ้าหน้าที่อีโอดีเอง และระดับ "ครูฝึก" ก็ยังมีทัศนะแบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือ เชื่อและไม่เชื่อว่ามีวงจรซ้อน
เริ่มจากฝ่ายที่ไม่เชื่อ เขาเป็นเจ้าหน้าที่อีโอดีที่มีประสบการณ์และทำงานสนามในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มานานหลายปี เขาบอกว่า การต่อวงจรซ้อนในกรณีของระเบิดถังแก๊สมีความเป็นไปได้น้อยมาก
"ผมคิดว่า น่าจะเกิดจากการแกะหรือนำระเบิดมาถอดแล้วเกิดความร้อนจากการเสียดสีของวัสดุที่ทำเป็นภาชนะ กระทั่งเกิดประกายไฟและทำปฏิกิริยากับน้ำมันจนทำให้ระเบิดขึ้นมากกว่า เพราะระเบิดที่พบเป็นระเบิดแอนโฟ (แอมโมเนียมไนเตรทผสมน้ำมัน หรือ ammonium nitrate fuel oil) วงจรที่คนร้ายต่อคือจุดระเบิดด้วยวิทยุสื่อสาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้สามารถตัดวงจรนี้ได้แล้ว จากนั้นก็นำกลับฐาน เข้าใจว่าน่าจะมีการผ่าถังเพื่อเอาดินระเบิดข้างในถังแก๊สออกมาจนเกิดระเบิดขึ้น"
ส่วนข่าวที่ว่าอาจมีการต่อวงจรซ้อนในรูปแบบ "หัวล้านชนกัน" เพื่อลวงเจ้าหน้าที่นั้น อีโอดีรายนี้อธิบายว่า การต่อวงจรแบบหัวล้านชนกัน คือ การต่อสายไฟ 2 เส้นไว้กับแบตเตอรี่ 9 โวลต์ แล้วผูกปมที่ปลายสายไฟแต่ละเส้นเอาไว้เพื่อไม่ให้ลวดทองแดงของสายไฟสัมผัสกัน เมื่อมีการยก ตะแคง หรือเคลื่อนย้ายภาชนะระเบิด (หลังจากตัดวงจรจุดระเบิดอื่นแล้ว) การเคลื่อนของภาชนะจะไปกระตุกให้ปมที่ผูกไว้ 2 ปมนั้นเคลื่อนมาชนกัน เมื่อทองแดงสัมผัสกันก็จะครบวงจร ทำให้เกิดระเบิดขึ้นได้
อย่างไรก็ดี วิธีการนี้โดยมากต้องต่อวงจรไว้ด้านนอกภาชนะ โดยเฉพาะระเบิดที่ประกอบในถังแก๊ส การต่อวงจรแบบหัวล้านชนกันไว้ด้านในเป็นเรื่องยากมาก เพราะไม่สามารถกำหนดทิศทางการเคลื่อนของภาชนะได้ โอกาสที่จะเกิดระเบิดทำร้ายตัวเองขณะต่อวงจรก็มีสูง
ขณะที่เจ้าหน้าที่อีโอดีอีกรายหนึ่ง ซึ่งเป็นระดับ "หัวหน้าชุด" กล่าวว่า จากการวิเคราะห์น่าจะเป็นเรื่องอุบัติเหตุในการเคลียร์วัตถุพยานมากกว่า เพราะสามารถตัดวงจรจุดระเบิดได้แล้วตั้งแต่ตอนเข้าไปเก็บกู้ที่จุดเกิดเหตุ (บ้านจำปากอ ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ) แต่ระหว่างการตรวจวัตถุพยานอาจมีการกระแทกจนเกิดระเบิดได้ ส่วนความเป็นไปได้ของการต่อ "วงจรซ้อน" ก็มีอยู่บ้าง แต่คนประกอบต้องเก่งมากๆ ถึงสามารถนำวงจรไปไว้ในถังแก๊สได้
สำหรับแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันซ้ำซ้อนขึ้นอีกนั้น อดีตอีโอดีระดับ "ครูฝึก" บอกว่า ต้องระเบิดทิ้งบริเวณจุดที่คนร้ายวาง ทุกอย่างก็จบ
"ที่ผ่านมามีการฝึกอบรมกัน ก็สอนกันว่า เจอระเบิดที่ไหนให้นำซีโฟร์ไปแปะแล้วจุดระเบิดทิ้งไปเลย แต่ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่หน้างานมักห่วงเรื่องพยานหลักฐาน จึงพยายามเก็บกู้ ทั้งที่จริงๆ แล้วน่าจะเน้นเรื่องความปลอดภัยมากกว่า เพราะหลักฐานนั้น แม้ระเบิดจะทำงานไปแล้ว ก็สามารถหาหลักฐานได้อยู่ดี แม้จะยากหน่อย แต่ก็ดีกว่าเอาชีวิตไปเสี่ยง" อดีตอีโอดีระดับ "ครูฝึก" กล่าว
สอดรับกับเจ้าหน้าที่อีโอดีระดับหัวหน้าชุด ที่บอกว่า เท่าที่ได้คุยกับอีโอดีหน่วยต่างๆ ที่ไปร่วมงานศพผู้เสียชีวิต เห็นตรงกันว่า ต่อไปถ้าไม่จำเป็นจริงๆ จะไม่มีการเก็บวัตถุระเบิดกลับไปยังฐานปฏิบัติการอีกแล้ว ต้องทำลายทิ้ง ณ จุดเกิดเหตุเลย
..............................
ไขปริศนาบึ้มคาฐานดับ'อีโอดี' : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน



