ข่าว

'ได้เงินแล้วจะเลิก'เส้นทางนักขนยา

'ได้เงินแล้วจะเลิก'เส้นทางนักขนยา

24 เม.ย. 2556

'ได้เงินแล้วจะเลิก' เส้นทาง...นักขนยาเสพติด : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ


          ภายในกำแพงคุกอันแน่นหนา สถานที่เชื่อว่าจะทำให้คนร้ายกลับใจเป็นคนดี แต่บางทีก็ใช้ไม่ได้ผลกับคนบางคน เพราะพวกเขาอาจใช้เป็นสถานที่แสวงหาเครือข่าย เพื่อรอเวลาออกไปทำสิ่งผิดกฎหมายอีก!!
 
          นายเที่ยง อยู่ดี อายุ 53 ปี ชาว อ.พาน จ.เชียงราย เคยถูกจับในข้อหาเสพยาเสพติดและครอบครองเพื่อจำหน่ายเพียง 10 เม็ด แล้วถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ แต่หลังพ้นโทษเขาผันตัวเองออกมาเป็น "นักขนยาเสพติด" แฝงตัวเป็นคนขับรถบรรทุกพ่วง

          "ตั้งใจว่าหากขนลอตนี้ผ่านจะทำเป็นครั้งสุดท้ายเพราะต้องการค่าขน 1,670,000 บาท เพื่อใช้หนี้เช่าซื้อรถบรรทุกพ่วงทั้งหมด ภรรยาและลูกชาย 3 คนไม่รู้ว่าขนยาเสพติด ครั้งนี้คิดว่าต้องถูกโทษประหารเพราะของกลางเยอะ ไม่รู้ว่าจะกลั้นใจตายวันไหนดี" นายเที่ยง ระบายความรู้สึก หลังถูกชุดสืบสวนจาก บก.สส.สตม. จับกุมพร้อมของกลางยาบ้า 64,000 เม็ด ยาไอซ์ 30 กิโลกรัม

          เรื่องราวชีวิตที่พลิกผันของอดีตนักโทษยาเสพติดที่หวนมาสู่วงจรยาเสพติดอีกครั้ง นายเที่ยง เปิดใจต่อ "คม ชัด ลึก" ว่า ในอดีตที่ผ่านมาทำงานเป็นลูกน้องรับจ้างขับรถบรรทุกพ่วงขนสินค้าเกษตรกรรม ค่าแรงขับไปกลับได้ประมาณ 3,000-4,000 บาทต่อเที่ยว ระหว่างนั้นมีความตั้งใจอยากมีรถบรรทุกพ่วงเป็นของตนเองสักคันพยายามเร่งทำงาน ก็เลยหันมาเสพยาบ้า เพื่อทำรอบให้มากขึ้น สุดท้ายก็ถูกตำรวจจับข้อหาเสพยาบ้าและมียาบ้าในความครอบครอง 10 เม็ด

          หลังถูกจับแล้ว ศาลตัดสินจำคุก 12 ปี ส่งไปควบคุมขังที่เรือนจำพิเศษธนบุรี ก็ได้รู้จักกับเพื่อนที่อยู่ในเรือนจำชื่อ "นายรุ่ง" พูดคุยสนิทสนมกันมากขึ้น ซึ่ง นายรุ่ง บอกว่าถ้าอยากมีเงิน แค่ขับรถขนยาเสพติด ถ้าไม่เสพไม่ขายไม่ดัง ไม่มีใครรู้ ก็แค่ขน จากนั้นก็ให้เบอร์โทรศัพท์มือถือของเพื่อนชื่อ "นายตี๋" อายุประมาณ 40-45 ปี เป็นชาว อ.พาน จ.เชียงราย สามารถช่วยเหลือได้

          นายเที่ยง ถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำเพียงแค่ 7 ปี พ้นโทษออกมา ก็รับจ้างขับรถบรรทุกพ่วงเรื่อยมาแต่ไม่ได้เสพยาบ้า แต่ยังคิดเหมือนเดิมว่าอยากมีรถบรรทุกพ่วงเป็นของตัวเอง จึงติดต่อหา "นายตี๋" แล้วนัดเจอกันพูดคุยกันอยู่นานจนกระทั่งนายตี๋ แนะนำให้รู้จักกับชาวไทยใหญ่ แต่ไม่ยอมบอกชื่อจึงแลกเบอร์โทรศัพท์มือถือไว้แล้วบอกเหตุผลว่าต้องการเงิน เพียงไม่นานนักก็เริ่มขนยาเสพติดโดยเพื่อนของนายตี๋ ซึ่งเป็นชาวไทยใหญ่นัดให้มารับยาเสพติดตามริมทาง จึงตัดสินใจทำครั้งแรกขนยาบ้า 40 มัด

          "หลังจากรับของก็ลำเลียงมาที่รถบรรทุกพ่วงพยายามทำเงียบๆ ไม่ให้เด็กขนของรู้ ครั้งแรกที่ขับล่องกรุงเทพฯ เจอด่านตรวจแต่ก็คุ้นเคยกัน ก็ทำตัวปกติแล้วช่วยค่ากาแฟไม่กี่ด่าน ก็ไม่ได้ถูกตรวจค้นครั้งแรกที่ทำสำเร็จได้เงินค่าขน 4 แสนบาท หลังจากนั้นก็รับจ้างขนทำครั้งสองใช้วิธีเดิมแต่ขนยาบ้า 50 มัดได้เงินค่าขน 5 แสนบาท"

          รายได้จากการรับจ้างขนยาบ้า 2 ครั้งบวกกับเงินสะสมที่มีอยู่ทำให้ นายเที่ยง คิดจะนำเงินไปดาวน์รถบรรทุกพ่วงจัดไฟแนนซ์ แต่ดอกเบี้ยคงเยอะหากปิดยอดเร็วก็คงดี นายเที่ยง จึงตัดสินใจทำอีกครั้ง และตั้งใจว่า ถ้าได้เงินแล้วจะเลิกเด็ดขาดเพราะขนยาเสพติดเยอะแล้วครั้งนี้มียาไอซ์ด้วย หลังจากรับยาเสพติดจากชาวไทยใหญ่ที่ จ.เชียงใหม่ จากนั้นก็ใช้วิธีเดิม ครั้งนี้ปะปนไปกับข้าวเปลือกเพื่อไปลงข้าวเปลือกที่โรงสีข้าวใน จ.นครสวรรค์ จากนั้นจะนำยาเสพติดไปส่งให้แก่ลูกค้าที่ จ.สุพรรณบุรี แต่พอถึงด่านตรวจที่ อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ก็ถูกเรียกตรวจค้นแล้วถูกจับ

          เบื้องหลังการจับกุมยาเสพติดมูลค่าหลายสิบล้านบาทครั้งนี้ เริ่มต้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.สตม. รับแจ้งเบาะแสจากสายลับ ว่ามีขบวนการค้ายาเสพติดลำเลียงจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ส่งให้แก่ลูกค้าที่ จ.สุพรรณบุรี เพื่อขายให้แก่ผู้ใช้แรงงาน โดยซุกซ่อนไปกับรถบรรทุกพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-1186 พะเยา ส่วนพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-1185 พะเยา ออกเดินทางจาก จ.เชียงใหม่ วันที่ 20 เมษายน 2556 พล.ต.ต.รณศิลป์ รายงานข้อมูลให้ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. ทราบแล้วสั่งการให้ พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง พ.ต.อ.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผบก.สส.สตม. นำชุดสืบสวนของ พ.ต.อ.ชยวุฒิ จันทร์สมบูรณ์ ผกก.1 บก.สส.สตม. และ ชุดสืบสวนของ พ.ต.อ.ฑิฆัมพร ศรีสังข์ ผกก.2 บก.สส.สตม. ติดตามจับกุมจนกระทั่งเวลา 06.20 น. วันที่ 21 เมษายน สกัดจับรถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าวได้บริเวณจุดตรวจหนองสังข์ ริมถนนพหลโยธิน หลัก กม.ที่ 373-374 ต.ท่างิ้ว อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ซึ่งพบยาเสพติดทั้งหมดซุกซ่อนใส่ตะกร้าชั้นวางของส่วนพ่วง แล้วจับกุม นายเที่ยง ผู้ขับขี่รถบรรทุกพ่วง และจับกุม น.ส.ชลดา ไวโย อายุ 28 ปี ซึ่งนั่งโดยสารมากับรถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าว จากการสอบสวน นายเที่ยง ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ส่วน น.ส.ชลดาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา!!

.................

(หมายเหตุ : 'ได้เงินแล้วจะเลิก' เส้นทาง...นักขนยาเสพติด : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)