
'ปู'หนุน'สมช.'เดินหน้าถก'บีอาร์เอ็น'
'นายกฯ' หนุน 'สมช.' เดินหน้าเจรจาสันติภาพ 'บีอาร์เอ็น' ชี้ไม่มีทางเลือกอื่น โยน 'กต.' พิจารณารับ 'ทูตวีรชัย' กลับเจบีซี
23 เม.ย.56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ได้รับรายงานจากฝ่ายความมั่นคงแล้ว โดยเน้นย้ำว่าเราคงต้องเร่งในส่วนมาตราการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ การระมัดระวังต่างๆ และสำรวจข้อมูลด้านข่าวกรองพื่อให้พื้นที่ได้รับรายงานและเตรียมการให้ทันท่วงที เพื่อที่จะดูแลความปลอดภัยในระดับเจ้าหน้าที่และประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่าทั้งที่ได้มีการเน้นย้ำไปแล้วในเรื่องการดูแลความปลอดภัยแต่เป็นเพราะมีช่องโหว่ขึ้นหรือไม่เพราะยังเกิดเหตุการณ์อยู่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้เราได้เร่งรัดในเรื่องอุปกรณ์ต่างๆ ส่วนกำลังตำรวจ และทหาร ได้เร่งให้ปรับกำลังเพิ่มซึ่งกำลังฝึกอบรมอบอยู่ ส่วนอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือได้สั่งการกระทรวงคมนาคมไปดูแลถนนหนทางพื่อให้เกิดความปลอดภัย
เมื่อถามว่ามั่นใจกับการพูดคุบกับกลุ่มบีอาร์เอ็นหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า เชื่อว่าถ้าเราพูดคุยกันบนหลักความเข้าใจซึ่งจริงๆแล้วทางสภาความมั่นคงแห่ชาติ (สมช.) ได้ชี้แจงไปบางส่วนแล้วว่าการพูดคุยกันต้องใช้เวลาในการยกระดับการไว้เนื้อเชื่อใจ เราไม่มีทางเลือกอื่นถ้าไม่มีการพูดคุยเลย เราต้องเผชิญสถานการณ์อย่างนี้ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมานานแล้วอย่างน้อยก็เป็นทางหนึ่งที่จะทำให้หน่วยงานทุกหน่วยงานได้เข้าใจ และเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่ามมา พ.ต.อ.ทวีสอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้เชิญผู้นำศาสานาและผู้เกี่ยวข้องมารับฟังความคิดเห็นเพื่อให้เกิดประโยชน์
เมื่อถามอีกว่า การพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นในวันที่ 29 เม.ย.นี้จะมีผลกระทบตามมาหรือไม่เพราะมาเลเซียจะเลือกตั้งวันที่ 5 พ.ค.นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงจะไม่มีใครประเมินไม่ได้ เราต้องให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตนเองดีที่สุดอย่างเต็มที่
'นายกฯ' โยน 'กต.' พิจารณารับ 'ทูตวีรชัย' กลับ 'เจบีซี'
นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้สรุปผลหลังจากที่มีการประชุมเพื่อรายงานผลในการต่อสู้คดีประสาทพระวิหาร เพื่อให้ครม.ทราบ รวมถึงการกำหนดท่าที จากนี้ไปก็ต้องรอฟังผลการพิจารณาคดี ส่วนการจัดทำเอกสารแผนที่แสดงพิกัดปริมณฑลรอบปราสาทพระวิหารเพิ่มเติมให้ศาลโลก นั้นอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมการซึ่งรายละเอียดจะเป็นทางทนายจะลงพื้นที่ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ในการเตรียมการ
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าในระหว่างที่รอการตัดสินของศาลโลกควรจะเป็นฝ่ายข้าราชการที่ออกมาให้ข่าวและ ข้อมูลมากกว่าฝ่ายการเมือง เพื่อจะได้ไม่เกิดความสับสนและไม่มีการเล่นการเมือง นายกฯ กล่าวว่า ถ้าทางพรรคประชาธิปัตย์บอกอย่างนั้นก็ต้องขอขอบคุณ ที่จะได้ร่วมมือกัน เพราะเราไม่อยากเห็นประเด็นเขาพระวิหารเป็นประเด็นการเมือง เราเองก็เลี่ยงในการตอบโต้อยู่แล้ว เราเน้นในการให้ข้อมูลข้อเท็จจริง ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ประจักษ์แล้วจากการที่มีการถ่ายทอดสดในการกล่าวถ้อยแถลงต่อศาลโลก ทั้งนี้ก็คงจะต้องรอทางผลการตัดสิน
เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชขทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าทีมทนายในการต่อสู้คดี กลับเข้ามาอยู่ในคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดนไทย-กัมพูชา (JBC) อีกครั้ง นายกฯ กล่าวว่า ต้องเรียนว่าเราอเองสนับสนุนนายวีรชัย รวมถึงทีมทนายไทยในการทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับทางกระทรวงการต่างประเทศ ก็ต้องขอให้พิจารณาดูว่าเราสนับสนุนการทำงานอยู่แล้ว อะไรที่เป็นประโยชน์เราก็อยากให้ทำอยู่
ต่อข้อถามที่ว่า ห่วงหรือไม่ว่าการตัดสินที่ออกมาจะมีผลของการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง นายกฯ กล่าวว่า ขอร้องทางสื่อมวลชนด้วย อย่าให้ตีประเด็นไปถึงตรงนั้นเลย เราเชื่อว่าศาลโลกจะพิจารณาให้อยู่ในแนวทางที่ยุติธรรม ยึดผลประโยชน์ของภูมิภาคโดยรวม และเน้นให้เกิดสันติภาพ
เมื่อถามถึงการเตรียมการรับมือต่อต่อผลคำตัดสินที่ออกมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งคิดไปถึงตรงนั้นเลย เพราะเราไม่อยากให้มีการมองในหลายประเด็น แต่แน่นอนในส่วนของเจ้าหน้าที่ก็ต้องเตรียมพร้อมยอมรับทุกสถานการณ์ และยังไม่อยากให้มีการออกมาใดๆทั้งสิ้น เพราะอาจจะเป็นการชี้นำศาล แต่ว่าแน่นอนการทำงานนั้นก็ต้องมีการดูแลความสงบ เราเชื่อว่าก็ต้องใช้เวลาอีกสักพักคงจะเป็นช่วงปลายปีที่จะมีความคืบหน้าเข้ามา
'นายกฯ' สั่งช่วยเหลือผู้ส่งออกรับมือเงินบาทแข็ง
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการรับมือกับสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งตัวอย่างต่อเนื่องว่า ส่วนหนึ่งเราได้สั่งการกระทรวงที่เกี่ยวข้องไปช่วยเหลือดูแลผู้ส่งออก และได้ย้ำกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง รวมทั้งรัฐมนตรีที่ดูแลทางด้านเศรษฐกิจไปหารือเพื่อดูแลช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ และจะให้รองนายกรัฐมนตรีพยามประสานงานดูแล นโยบายทางด้านการเงินให้เร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นห่วงว่าค่าบาทจะแข็งไปถึง 27 บาทต่อดอลลาร์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า เราก็เป็นห่วง วันนี้เราต้องให้ทุกหน่วยงานทำหน้าที่ของตนเองเต็มที่ ปัญหาใหญ่ของประชาชนก็หวังว่าทุกคนที่มีหน้าที่ทุกกลไกทางด้านเศรษฐกิจจะช่วยกันในการทำหน้าที่ของตนเองที่จะช่วยเหลือ เพราะเราจะรอลำพังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็จะไม่เกิดผลแน่เพราะผลเสียจะตกกับประชาชน ซึ่งตนจะเรียกประชุมติดตามเป็นระยะๆ เมื่อถามว่า จะเข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาทหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า อันนี้ต้องถามทางด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลนโยบายด้านการคลัง โดยเฉพาะเรื่องนโยบายด้านดอกเบี้ยต้องให้นายกิตติรัตน์ไปหารือกัน
เมื่อถามอีกว่า นายกิตติรัตน์แสดงความไม่พอใจจะเปลี่ยนตัวผู้ว่าฯธปท.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า เรียนว่าทุกคนต้องทำหน้าที่ของทุกคนอย่างเต็มที่ อย่ามองว่าต้องให้คนนี้สั่งคนนั้นสั่ง ถ้าทำเองช่วยกันคนละไม้ลคนละมือจะได้ประโยชน์ อย่างเรื่องมาตรการประหยัดพลังงานที่แสดงให้เห็นถึงความสามัคคี ซึ่งจะเห็นว่าเราผ่านวิกฤติพลังงานมาได้ เช่นเดียวกันปัญหาเศรษฐกิจ ถ้าทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลช่วยเหลือประชาชนช่วยอย่างเต็มที่เชื่อว่าเราจะผ่านวิกฤตินี้ไปได้
'ส.ส.เพื่อไทย' ลงพื้นที่จ.ภูเก็ต ตรวจสอบน้ำเสียหาดบางเทา
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดูแลพื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน พร้อมด้วยนายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต นายประพันธ์ ขันธ์พระแสง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต นายมาแอน สำราญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล นายเกชา เกราะเหล็ก ที่ปรึกษาชมรมเรือหางยาวอ่าวบางเทา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีสื่อมวลชนนำเสนอปัญหาการปล่อยน้ำเสียลงในลำคลองบางเทาและน้ำไหลลงสู่ทะเลบริเวณอ่าวบางเทา หมู่ที่ 3 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ก่อให้เกิดปัญหาน้ำในลำคลองและบริเวณชายทะเลมีสีดำเป็นวงกว้าง รวมทั้งส่งกลิ่นเหม็นสร้างความเดือนร้อนให้กับชาวประมงที่นำเรือมาจอดในคลองดังกล่าว รวมถึงผลกระทบกับนักท่องเที่ยว เนื่องจากเมื่อลงเล่นน้ำแล้วจะเกิดอาการคันตามร่างกาย รวมถึงชาวประมงที่ประกอบอาชีพอยู่บริเวณดังกล่าวด้วย
โดยได้มีการลงพื้นที่ 3 จุด ประกอบด้วย จุดต้นน้ำ บริเวณสะพานใกล้โรงแรมดาหลา จากการตรวจสอบพบว่า น้ำในจุดดังกล่าวไม่มีสีดำแต่อย่างใด หลังจากนั้นได้เดินต่อไปอีกประมาณ 600 เมตร เป็นพื้นที่หมู่ที่ 2 บริเวณสะพานบิลลี่ พบว่า สภาพน้ำในลำคลองเริ่มมีสีดำ โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงไปหาต้นตอของน้ำที่ไหลลงมาในคลองดังกล่าวแต่ไม่พบ จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังสะพานบางเทา ห่างจากจุดที่ 2 ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ใกล้กับปลายน้ำที่มีการปล่อยลงทะเล พบว่าสภาพน้ำมีสีดำเข้มและมีกลิ่นเหม็นมาก
ขณะที่ตัวแทนจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ยอมรับว่า จากการเก็บตัวอย่างน้ำบริเวณสะพานวิลลี่ บริเวณไผ่ตาวิลล่า และบริเวณปากคลองบางเทา เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 พบว่ามีปัญหาในเรื่องของกลิ่น และสีดำขุ่น มีแบคทีเรีย เนื่องจากบริเวณดังกล่าวจะมีเรื่องของน้ำขึ้นน้ำลงเข้ามาเกี่ยวข้อง การแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นโดยใช้จุลินทรีย์ทำได้ผลยาก หากจะใช้ก็ต้องเป็นจุลินทรีย์คัดสายพันธุ์ และต้องทำต่อเนื่อง ซึ่งปัญหาดังกล่าวแม้จะเป็นเพียงจุดเล็กๆ แต่กระทบในวงกว้าง และมีการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง
หลังจากตรวจสอบพื้นที่เสร็จแล้วก็ได้มีการมาประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดหาแนวทางในการแก้ปัญหา โดยนายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า จากกรณีที่มีข่าวทางสื่อมวลชนกรณีมีการปล่อยน้ำเสียลงในลำคลองบางเทาและไหลาลงสาทะเลบริเวณหาดบางเทา ซึ่งนอกจากมีผลกับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนที่ประกอบอาชีพอยู่บริเวณดังกล่าวแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวด้วย จึงได้มีการประสานมายังจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
“การตรวจสอบพื้นที่ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำของคลองบางเทา พบว่าน้ำที่ไหลลงมาในลำคลองช่วงต้นน้ำจากเหนืออยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2 น้ำยังไม่มีสีดำ แต่เมื่อมาถึงกลางน้ำซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างหมู่ที่ 2 กับหมู่ที่ 3 บริเวณอ่าวบางเทา พบน้ำในลำคลองเริ่มมีสีดำ และเมื่อไหลลงอ่าวบางเทาซึ่งเป็นปลายน้ำจะพบว่าน้ำมีสีดำมาก และมีกลิ่นเหม็นด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าสองฝั่งคลองจะเป็นที่ตั้งของสถานประกอบการ มีทั้งโรงแรมที่พักขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ร้านอาหาร บาร์เบียร์ บริการล้างอัดฉีด และบ้านเรือนของประชาชน นอกจากนี้พบว่ามีพี่น้องชาวประมงบางรายที่นำเรือเข้ามาจอดในลำคลองดังกล่าว ได้รับผลกระทบจากน้ำเสียจนทำให้เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังด้วย” นายพร้อมพงศ์ กล่าว
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า แนวทางในการแก้ปัญหานั้นจะต้องกำหนดแผนงานดำเนินการทั้งในระยะสั้นซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ โดยมีการรณรงค์สร้างจิตสำนึกของผู้ประกอบการและประชาชนไม่ให้มีการปล่อยน้ำเสียลงมาในลำคลองดังกล่าว การใช้มาตรการทางสังคมเข้ามากดดัน โดยดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม หากไม่ได้ผลก็ต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย ตรวจสอบเรื่องการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย รวมทั้งจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลปัญหาดังกล่าวโดยเฉพาะและทำเป็นต้นแบบสำหรับการแก้ปัญหาในพื้นที่อื่นๆด้วย เนื่องจากทราบว่าขณะนี้ในจังหวัดภูเก็ตมีการร้องเรียนเรื่องการปล่อยน้ำเสียลงในลำคลองสาธารณะจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 จุด และระยะยาวทราบว่าขณะนี้องค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเลได้รับการอนุมัติงบประมาณจำนวน 300 ล้านบาทในการจัดทำระบบบำบัดน้ำเสียซึ่งต้องใช้เวลาดำเนินการร่วม 2 ปี
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวอีกว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาน้ำเสียดังกล่าวไม่เฉพาะด้านคุณภาพชีวิตกของพี่น้องคนบางเทาเท่านั้น แต่ยังกระทบกับบรรยากาศการท่องเที่ยวด้วย เพราะหาดทรายชายทะเลเป็นจุดขายสำคัญของภูเก็ต หากมีปัญหาก็ไม่มีคนเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งหากต้องการงบประมาณที่จะนำมาใช้ก็ให้ประสานมาได้ และตนพร้อมที่จะประสานไปยังรับมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดหางบประมาณมาแก้ปัญหาต่อไป
นายเกชา เกราะเหล็ก ที่ปรึกษาชมรมเรือหางยาวอ่าวบางเทา กล่าวว่า คงไม่ต้องพิสูจน์ว่าน้ำเสียในลำคลองมีระดับเท่าใด เพราะปัจจุบันจะพบว่าปลาในลำคลองตายเกือบหมดแล้ว และยังส่งกลิ่นเหม็นที่สามารถรับรู้ได้ ทราบว่าทางองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเลได้มีการประชุมเพื่อแก้ปัญหา แต่ไม่มีการแจ้งให้ทางชุมชนหรือทางงกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ทราบ จึงขอให้หากมีการประชุมแก้ปัญหาดังกล่าวก็ขอให้แจ้งให้ทราบด้วย เพื่อจะได้มาหาทางออกร่วมกัน
นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า จากที่ได้รับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนแล้ว สรุปว่าในการทำงานจะต้องมีการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เบื้องต้นมอบหมายภารกิจให้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเลไปทำการขุดลอกคลองดังกล่าวที่มีความยาวประมาร 1.6 กม.ให้มีการตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเป็นคณะกรรมการและจัดให้มีการประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาที่ชัดเจนอย่างเร่งด่วน มอบหมายให้ฝ่ายปกครองอำเภอถลาง และองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล ทำการสำรวจจำนวนโรงแรมและสถานประกอบการที่ตั้งอยู่ตลอดแนวลำคลองสองฝั่ง ว่ามีการอนุญาตถูกต้องหรือไม่อย่างไร หลังจากมีการสำรวจได้ข้อมูลแล้วก็ให้เชิญผู้ประกอบการทุกส่วนมาประชุมร่วมกันเพื่อขอความร่วมมือในการช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ในส่วนของปัญหาน้ำเสียและมีกลิ่นเหม็นนั้นก้มอบหมายให้ทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดไปทำการแก้ปัญหาในเบื้องต้น ในส่วนของการอนุญาตก่อสร้างต่างๆ ก็ขอให้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเลได้เพิ่มความงวด โดยเฉพาะเรื่องการจัดทำระบบบำบัดน้ำเสียของสถานประกอบการต่างๆ ซึ่งหากดำเนินการได้ตามแนวทางที่มีการประชุมร่วมกันก็เชื่อว่าน่าจะแก้ปัญหาได้ และสามารรถเป็นแบบอย่างในการแก้ปัญหาของพื้นที่อื่นๆต่อไป
'พท.' ขอบคุณชาวเชียงใหม่ไว้วางใจ 'เจ๊แดง'
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์แถลงถึงผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่ ว่านางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ต้องทบทวนตัวเองเพราะได้คะแนนน้อยกว่านายเกษม นิมมลรัตน์ อดีตส.ส.ที่ลาออก ว่า พรรคเพื่อไทยขอบคุณประชาชนชาวเชียงใหม่ที่พร้อมใจกันออกมาใช้สิทธิ์เกือบร้อยละ 70 และมอบความไว้วางใจให้นางเยาวภาจนได้รับคะแนนเสียงท่วมท้น ทิ้งห่างผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์กว่า 3 เท่าตัว
อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยมองเรื่องนี้ว่าคะแนนนิยมของพรรคไม่ได้ลดลง แต่เป็นเพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ และติดเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันหยุดยาว ทำให้มีเวลาหาเสียงน้อย และในวันลงคะแนนก็มีฝนตกลงมาด้วย พรรคประชาธิปัตย์คงกลัวนางเยาวภาจนไข้ขึ้นถึงขั้นเพ้อ กลัวว่านางเยาวภาจะมาเป็นแกนนำขับเคลื่อนงานในสภาฯ ซึ่งจะช่วยให้พรรคเพื่อไทยเข้มแข็งขึ้น และพรรคประชาธิปัตย์ก็จะลำบากในการวอล์คเอ้าท์กันมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ทั้งนี้เรื่องของผลคะแนนนั้นพรรคไม่ได้วิตกตามที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาตั้งข้อสังเกต เพราะเราเข้าใจว่าช่วงนี้อากาศร้อนจัด ใบตองเลยแห้ง คงต้องทนหนวกหูกันหน่อยเท่านั้นเอง
'พท.' จวก 'ปชป.' หยุดโวยวายปมเงินบริจาคเข้าพรรค
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฐานกระทำผิดพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 กรณีที่บริจาคเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า เรื่องนี้ไม่เหนือความคาดหมาย ที่ต้องพากันออกมาโวยวาย เพราะทุกครั้งที่ทำผิดแล้วจับได้จะท่องคาถาโวยวายอัตโนมัติว่า ถูกกลั่นแกล้ง ทั้งๆที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษคนนี้ก็ตั้งขึ้นมาเองกับมือ พอเขาทำไม่ถูกใจก็บอกว่าไม่ถูกต้อง โดนกลั่นแกล้ง เมื่อก่อนเขาดำเนินคดีกับนปช.ถูกใจก็บอกว่าชอบธรรม ความจริงที่ไม่ต้องผ่าของเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลหรือใครจะชงขึ้นเพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมวงนิรโทษกรรม เพราะว่าเรื่องหักเงินบริจาคเข้าพรรค ที่พรรคประชาธิปัตย์ถูกกล่าวหานั้นเกิดขึ้นก่อนและไม่เกี่ยวข้องใดๆกับเรื่องปรองดอง
ความผิดตามข้อหานี้เป็นเรื่องกฎหมายเทคนิค ไม่เกี่ยวกับว่าหยุมหยิมหรือไม่หยุมหยิม เทียบเคียงได้กับความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 100 ในคดีที่ดินรัชดา ที่เพียงสามีเซ็นต์ยินยอมให้ภรรยาซื้อที่ดิน ทั้งๆที่ไม่ได้มีประพฤติหรือเจตนาทุจริตอะไร แต่ก็ใช้กฎหมายเทคนิคเล่นงาน อันนั้นไม่หยุมหยิมกว่าหรือ แต่เพราะกฎหมายคือ กฎหมาย เข้าทำนองคนอื่นโดนสะใจ พอโดนเองจะเป็นจะตาย ถึงเวลาหรือยังที่พรรคประชาธิปัตย์ควรหันมาร่วมมือในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย หันหลังให้กับกระบวนการฆ่าตัดตอนกันทางการเมืองด้วยกฎหมายเทคนิค



