ข่าว

'บัญญัติ-กรณ์'ชี้โดนบีบร่วมนิรโทษฯ

'บัญญัติ-กรณ์'ชี้โดนบีบร่วมนิรโทษฯ

23 เม.ย. 2556

'บัญญัติ'ชี้'ดีเอสไอ'แจ้งข้อกล่าวคดีบริจาคเงินหวังบีบ'ปชป.'ร่วมนิรโทษกรรม ด้าน'กรณ์'โพสต์เฟซบุ๊ก ไม่กังวลถูกเล่นงาน ให้สมยอมนิรโทษกรรม กร้าวพร้อมต่อสู้

                23 เม.ย.56 นายบัญญัติ บรรทัดฐาน  สส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเรียกตัว สส.ของพรรคไปรับทราบข้อกล่าวหากรณีที่อุดหนุนเงินบำรุงพรรคประชาธิปัตย์ ว่า เป็นเสมือนการบีบให้พรรคประชาธิปัตย์ให้เข้าร่วมกระบวนการนิรโทษกรรมเพื่อล้างความผิดอะไรต่างๆ และส่วนตัวเห็นว่าพนักงานสอบสวนของดีเอสไอที่ทำคดีเหล่านี้ควรแก่การถูกฟ้องร้อง เพราะถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมายอาญา คือปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ผิด ม.157 เพราะโดยวิสัยและพฤติการณ์ของคนที่เป็นพนักงานสอบสวน ก่อนที่จะตั้งข้อกล่าวหาใคร ก็ควรที่จะต้องมีการสอบสวนข้อมูลเบื้องต้นก่อนคือ ไปสอบถาม สส.ที่สภาฯว่า ขั้นตอนการหักเงินจากบัญชีมีขั้นตอนการหักเงินเดือนเพื่อบำรุงพรรคกันอย่างไร ทำมากี่มากน้อย นานหรือยัง  แต่กลับมาทำคดีพิเศษ ซึ่งค่อนข้างผิดปกติ ผิดเจตนารมณ์ตั้งองค์กรขึ้นมาให้ทำคดีใหญ่เรื่องใหญ่ๆ ที่ตำรวจท้องที่ไม่กล้าทำ หรือเป็นเรื่องที่มีความสลับซับซ้อน ไม่ใช่ตั้งมาเพื่อทำเรื่องทำคดีที่แม้แต่ตำรวจ สน.หรือโรงพักเขายังไม่ทำ เพราะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบตามกฎหมายคือ กกต.ที่รับดูแลโดยตรงอยู่แล้ว 

                 “แค่เห็นว่า เข้าข่ายข้อกฎหมาย ว่า ไม่ทำเป็นเช็คขีดคร่อม ก็ตั้งเป็นคดีพิเศษทันที  ทั้งที่คนของพรรคประชาธิปัตย์ได้บริจาคเงินอุดหนุนให้พรรคตามกำลังทรัพย์มาตั้งแต่ยังไม่มีกฎหมายพรรคการเมืองออกมาบังคับว่าต้องทำเป็นเช็ค  การหักเงินเดือน สส.มาตั้งแต่ตนเข้ามาอยู่พรรคเมื่อ 40 ปีที่เป็น สส.สมัยแรก จนทางสภาฯเองก็เข้าใจไปแล้วว่ามันเป็นประเพณี กรณีนี้เข้าใจว่า ดีเอสไอพยายามทำเรื่องสอบก่อนเพื่อหาหลักฐานมัดก่อนที่ กกต.จะสอบ เพราะเกรงว่าถ้าปล่อยให้ กกต.สอบแล้ว จะทำหน้าที่ตรงไปตรงมาแล้วยกคำร้องเพราะไม่มีเจตนา  ก็ไม่สมวัตถุประสงค์ที่เขาตั้งไว้  กรณีนี้ชัดเจนต้องฟ้องกลับดีเอสไอแน่นอน “นายบัญญัติ กล่าว

 

 

"กรณ์"โพสต์เฟซบุ๊ก ไม่กังวลถูกเล่นงาน ให้สมยอมนิรโทษกรรม  กร้าวพร้อมต่อสู้

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน นายกรณ์ จาติกวณิช  รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว “Korn Chatikavanij” หลังจากได้เดินทางไปกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฐานกระทำผิด พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 กรณีที่บริจาคเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์โดยหักบัญชีธนาคาร เกิน 2 หมื่นบาท  โดยมีใจความว่า 

               “วันนี้มาเป็นผู้ต้องหาเป็นครั้งแรกในชีวิตประเด็นคือ พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคสาธารณะที่ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าของ เราอยู่ได้ก็ด้วยเงินบำรุงจากสมาชิกหรือเงินบริจาคจากประชาชนทั่วไป สส.ประชาธิปัตย์จึงให้สภาฯตัดเงินเดือนเราและส่งเป็นเช็คให้พรรค  และได้รายงานรายละเอียดส่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ในฐานะนายทะเบียนมาโดยตลอด ไม่เคยมีปัญหา ไม่เคยมีการทักท้วง แต่วันนี้ดีเอสไอกล่าวหาตนและเพื่อน สส.ว่าเราทำผิดกฎหมายข้อกล่าวหาคือ เราไม่ได้เขียนเช็คเอง   ในขณะที่ผู้นำประเทศตีหน้าซื่อ ดันเรื่องการปรองดอง ลิ่วล้อและหน่วยงานรัฐก็เดินหน้ากลั่นแกล้งฝั่งตรงข้ามอย่างหน้าด้านๆ ทั้งหมดก็เพราะเราไม่ยอมเรื่องนิรโทษกรรม ไม่ยอมสยบต่อระบอบทักษิณ ไม่กังวลครับ เราสู้ต่อไป”