ข่าว

สมาชิกรัฐสภาญี่ปุ่นไปศาลเจ้ายาสุกูนิ

สมาชิกรัฐสภาญี่ปุ่นไปศาลเจ้ายาสุกูนิ

23 เม.ย. 2556

สมาชิกรัฐสภาญี่ปุ่นไปสักการะศาลเจ้ายาสุกูนิในวันนี้ แม้เพื่อนบ้านที่เคยถูกรุกรานจะแสดงความไม่พอใจ

 

                         23 เม.ย. 56  สมาชิกรัฐสภาญี่ปุ่น 168 คน เดินทางไปสักการะศาลเจ้ายาสุกูนิ ศาลเจ้าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการรุกรานประเทศอื่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในวันนี้ โดยเป็นคณะที่มีผู้ร่วมเดินทางไปยังศาลเจ้าจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2532 ที่เริ่มบันทึกสถิติ และมากกว่าคณะเดินทางในปีที่แล้วถึงกว่าเท่าตัว โดยส.ส.มักเดินทางไปสักการะที่ศาลเจ้าเป็นประจำในช่วงเดือน เม.ย. และอีกครั้งในวันที่ 15 ส.ค.ซึ่งเป็นวันที่ญี่ปุ่นรำลึกสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง

                         นายฮิเดฮิสะ โอทสึจิ หนึ่งในสมาชิกรัฐสภาซึ่งเดินทางไปศาลเจ้ายาสุกูนิวันนี้ บอกว่า เขาไม่เข้าใจว่า ทำไมจึงมีเสียงต่อต้านจากต่างประเทศ เพราะเขาคิดว่าเป็นเรื่องปกติในทุกประเทศที่จะแสดงความเคารพดวงวิญญาณบรรพบุรุษที่สละชีวิตเพื่อประเทศ

                         แต่โฆษกกระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้แถลงวันนี้ประณามการเยือนศาลเจ้าครั้ง และบอกว่า แม้ใครบางคนมองว่าทัศนคติต่อประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงได้ แต่เขาขอย้ำว่า อะไรที่ถูกต้อง ก็ยังคงถูกต้อง และอะไรผิด ก็ยังคงผิด

                         เมื่อวานนี้ทั้งเกาหลีใต้และจีนเพิ่งแสดงความไม่พอใจและประท้วงต่อกรณีที่นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ส่งสิ่งของไปร่วมสักการะศาลเจ้า และรัฐมนตรี 3 คนซึ่งรวมถึงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลัง ทาโร่ อาโสะ เดินทางไปสักการะศาลเจ้าเมื่อวันอาทิตย์ และนายยุน บยองเซ รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ ถึงกับยกเลิกการเยือนญี่ปุ่นในสัปดาห์นี้เพื่อเป็นการประท้วงในเรื่องนี้

                         แต่รัฐบาลญี่ปุ่น ชี้แจงว่า การเยือนของรัฐมนตรีเป็นการเยือนส่วนตัว จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

                         ศาลเจ้ายาสุกูนิเป็นสถานที่สถิตของดวงวิญญาณทหารและชาวญี่ปุ่นที่เสียชีวิตในสมัยสงครามโลกรวม 2 ล้าน 5 แสนคน ซึ่งรวมถึงอาชญากรสงคราม 14 คน การเดินทางไปสักการะศาลเจ้ายาสุกูนิ นักการเมืองญี่ปุ่น มักถูกประเทศเพื่อนบ้าน อย่างจีน และเกาหลีใต้ และเกาหลีเหนือวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอว่า ผู้นำญี่ปุ่นไม่ยอมรับต่อความโหดร้ายของกองทัพที่กระทำไว้ในช่วงสงครามต่อประเทศเหล่านี้

 

 

--------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)