
กองทัพยังไม่ยืนยันมี'ช้างเผือก'
กองทัพยังไม่ยืนยันมีช้างเผือก เพียงทราบข่าวจากชาวบ้านว่าเคย เห็น สั่งทหารเข้าพื้นที่ติดตาม ทส.ชงเสนอ'นิรโทษกรรม'ครอบครองงาช้างเก่า
23เม.ย.2556 พ.อ.ฐกัด หลอดศิริ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ (รองผบ.ฉก.ทัพพระยาเสือ) กองกำลังสุรสีห์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ชาวบ้านบันทึกภาพช้างที่อยู่ในอุทยานป่าแก่งกระจานที่มีลักษณะคล้ายช้างเผือกได้ว่า ตนทราบข่าวจากชาวบ้านมาประมาณ 2 สัปดาห์ว่ามีช้างเผือกลงมากินน้ำบริเวณลำห้วย ซึ่งทราบแต่เพียงข่าวเท่านั้น เพราะตนและลูกน้องไม่เคยเห็นและยังไม่มีใครยืนยันได้ แต่เมื่อได้รับทราบข่าวจึงสั่งการให้ทหารที่เข้าไปดูแลในพื้นที่คอยสังเกตช้างเผือกดังกล่าว
ส่วนเรื่องของช้างป่า ทุกหน่วยงานได้บูรณาการร่วมกันทุกหน่วยงาน ทั้งทหาร ตำรวจ ตชด. ร่วมเปิดแผนในการลาดตระเวนพื้นที่ป่าแก่งกระจาน และในวันที่ 24 เม.ย. เวลา 16.00 น. ที่ อบต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีจะมาเป็นประธาน เปิดชุดประสานงานอนุรักษ์ช้างป่า และปล่อยแถว เพื่อลาดตระเวน ร่วมกันในการเพื่อดูแลเส้นทางเดินของช้างป่า
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยทหารชุดเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ รวมทั้งกำลังเสริมจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จ.กาญจนบุรี ได้ตั้งจุดเฝ้าระวัง พร้อมทั้งชุดลาดตระเวนในพื้นที่ หมู่ 3 บ้านป่าแดง ต.ป่าเด็ง ซึ่งเป็นจุดที่พบช้างที่ต้องลักษณะคชลักษณ์อย่างเข้มงวด เพื่อเป็นการเฝ้าระวังความปลอดภัย พร้อมทั้งห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปในบริเวณพื้นที่ชั้นใน ที่พบช้างดังกล่าว เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการดูแล ป้องกันช้างที่อาจตื่นกลัวกระทั่งหนีเข้าไปในป่าลึก ยากต่อการเก็บตัวอย่าง
“สำหรับการดูแลช้างป่านั้น ทางทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว ซึ่งทหารเราทำงานเป็นระบบ โดยใช้ยุทธวิธีทางทหาร มีการเข้าพื้นที่พูดคุยกับพี่น้องประชาชน เพื่อทำความเข้าใจในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันระหว่างช้างป่า และชาวไร่ ชาวสวน เข้าไปปรับทัศนคติของพี่น้องประชาชนที่ไม่ดีกับช้าง โดยการดึงเข้ามาเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ในการลาดตระเวนร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ เพราะลำพังทหารเองก็มีงบประมาณไม่มากนัก ทางผู้ว่าราชการจังหวัดท่านก็ให้งบประมาณสนับสนุนมาแต่ก็ไม่มาก กำลังที่ดีที่สุดคือชาวบ้านในพื้นที่ต้องช่วยกันดูแล” รอง ผบ.ฉก.ทัพพระยาเสือ กล่าว
วางกำลังโซนป่าแก่งกระจานหวั่นช้างป่าเตลิดเข้าพื้นที่ตอนใน
เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยทหารชุดเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ รวมทั้งกำลังเสริมจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จ.กาญจนบุรี ได้ตั้งจุดเฝ้าระวัง พร้อมทั้งชุดลาดตระเวนในพื้นที่ หมู่ 3 บ้านป่าแดง ต.ป่าเด็ง ซึ่งเป็นจุดที่พบช้างที่ต้องลักษณะคชลักษณ์อย่างเข้มงวด เพื่อเป็นการเฝ้าระวังความปลอดภัย พร้อมทั้งห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปในบริเวณพื้นที่ชั้นใน ที่พบช้างดังกล่าว เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการดูแล การวางกำลังดังกล่าวก็เพื่อรอผู้เชี่ยวชาญจากสำนักพระราชวังจะลงมาตรวจลักษณะคชลักษณ์แล้วเสร็จ อีกทั้งเป็นการป้องกันช้างที่อาจตื่นกลัวกระทั่งหนีเข้าไปในป่าลึก ซึ่งจะทำให้การตามหาช้างเป็นไปด้วยความยุุ่งยาก โดยขณะนี้ได้มีการจัดชุดลาดตระเวน เป็นสองชั้น คือชั้นใน และรอบนอกเพื่อดูแลช้างโขลงอื่นๆอีกด้วย
สำหรับในช่วงบ่ายวันที่ 23 เม.ย.นี้ นายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช พร้อมด้วยนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ รองอธิบดีฯจะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาที่บ้านป่าเด็ง เพื่อตรวจดูรายละเอียดและให้คำแนะนำที่อบต.ป่าเด็ง เพื่อการประสานงานร่วมกับสำนักเลขาธิการพระราชวัง รวมทั้งมอบหมายภาระกิจในการดูแลคุ้มครองป้องกันภัยให้กับช้างป่าในพื้นที่ทั้งหมดอีกด้วย
กำลังเสริมทำหน้าที่สกัดขบวนการล่าช้าง
ขณะเดียวกันนายชัยวัฒ์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้รายงานไปยังนายมโนพัศและนายมณเฑียร ทองนิตย์ ผวจ.เพชรบุรี เพื่อขอกำลังสนับสนุนในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และชุดลาดตระเวน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้ง ฝ่ายปกครอง ทหารชุดเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ และตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อป้องกันขบวนการล่าช้าง โดยในวันที่ 23 เม.ย. ทางกรมอุทยานฯได้จัดส่งกำลังเสริมจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จ.กาญจนบุรี เข้ามาเสริมกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าแก่งกระจาน รวม 60 นาย พร้อมตั้งจุดอำนวยการ และจุดตรวจในการเฝ้าระวัง
นายชัยวัฒน์ กล่าวด้วยว่า จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าติดตามช้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำกะหร่างสาม สำหรับบุคคลภายนอกทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ยังไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่ดังกล่าว เนื่องเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยสำหรับช้าง
ทส.ชงเสนอ"นิรโทษกรรม"ครอบครองงาช้างเก่า
ขณะที่สถานการณ์การลักลอบฆ่าช้างป่าในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งพบว่าช่วง 4 เดือนแรกมีช้างตายไปแล้วถึง 2 ตัว โดยตัวที่เจอซากเมื่อวันที่ 9 เม.ย.นี้ยังเจอลูกช้างอายุ 17 เดือนตายอยู่ในท้องด้วยนั้นเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายโชติ ตราชู ปลัดทส.เชิญตัวแทนจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช กรมป่าไม้ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) และนักวิชาการ ประชุมการแก้ปัญหาช้างและการค้าช้างขึ้น โดยคาดว่าจะสรุปข้อเสนอจากทุกหน่วยงาน และเข้าหารือโต๊ะกลม กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในช่วงต้นดืนพ.ค.นี้
ทั้งนี้นายโชติ กล่าวว่า ปัญหาการลักลอบฆ่าช้างที่แก่งกระจานในช่วง 2 เดือนของปีนี้ นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงมาก เพราะอาจกระทบกับไทยที่เพิ่งเป็นเจ้าภาพประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ครั้งที่ 16 เมื่อเดือนมี.ค.นี้ โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการแก้ปัญหาค้างาช้างที่ผิดกฎหมายของไทย โดยความร่วมมือกับประเทศต่างๆ เพื่อยุติการลักลอบล่าช้างและค้างาช้างผิดกฎหมาย และปรับแก้กฎหมายช้างเพิ่มเติม ซึ่งมาตรการระยะสั้นในส่วนของทส.ที่จะใช้แก้ปัญหาช้างป่าที่มีอยู่ราว3,000-3,500 ตัวกระจายในพื้นที่อนุรักษ์ 68 แห่งนั้้น จะครอบคลุมการลักลอบล่าช้างเพื่อตัดเอางา และการล่าช้างเพื่อจับลูกช้างเข้าสู่ธุรกิจท่องเที่ยว และการล่าเพื่อสะสมงาช้างของคนบางกลุ่ม ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง และการค้างาช้างบ้าน
ปลัดทส. กล่าวว่า เบื้องต้นในระยะสั้นทางกรมอุทยานฯ ได้เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนในพื้นที่ และเตรียมตั้งหน่วยพิทักษ์ป่าเพิ่มในพื้นที่เสี่ยงต่อการล่าช้าง รวมทั้งจะเร่งตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงในการนำช้างป่ามาสวมเป็นช้างเลี้ยง เช่น ปางช้าง โดยจะต้องจัดทำฐานข้อมูลประชากรและพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) ช้างป่าในทุกพื้นที่ที่ช้างอาศัยอยู่ ส่วนความขัดแย้งของคนกับช้างที่เข้ามากินพืชผลการ เกษตร ในพื้นที่เสี่ยง เช่น เขาชะเมา เขาอ่างฤาไน สลักพระ ภูวัว ดงใหญ่ กุยบุรี แก่งกระจาน กุยบุรี ทับลาน ทส.จะตั้งกองทุนช่วยเหลืออาหารช้าง เพื่อชดเชยความเสียหายให้กลชาวบ้าน และอาจเสนอค่าชดเชยที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการตั้งชุดเฉพาะกิจแก้ไขช้างป่าในแต่ละพื้นที่อนุรักษ์ ส่วนระยะกลางจะทำรั้วและคูกั้น มาตรากรทางกฎหมายกับผู้บุกรุกพื้นที่แหล่งน้ำและแหล่งอาหารของช้าง
ทส.ชงเสนอนิรโทษกรรมครอง"งาช้าง"
นายโชติ ยังสอบถามความเห็นในที่ประชุม ถึงความเป็นไปได้ในการเปิดให้ผู้ที่ครอบครองงาช้างบ้านมาขึ้นทะเบียนกับรัฐอย่างถูกต้อง เพื่อให้ควบคุมงาช้างที่มีอยู่ทั้งหมดได้หรือไม่ โดยอาจทำแบบเดียวกับที่ทส. เคยเปิดนิรโทษกรรมผู้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองมาขึ้นทะเบียนกับกรมอุทยานฯ เนื่องจากขณะนี้กำลังมีการตรวจสอบงาช้างบ้านในกลุ่มผู้ประกอบการพานิชย์ผลิตและแกะสลักงาช้างทั่วประเทศ แต่ยังพบว่าในกลุ่มผู้มีบารมี ผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียง หรือแม้แต่นักการเมือง และวัดหลายแห่งต่างก็มีงาช้างไว้ในครอบครองแทบทั้งสิ้น ซึ่งยอมรับว่าเป็นเรื่องอ่อนไหวมากถ้าเราจะเปิดให้นำมาขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะเขาอาจจะกังวลเรื่องการตรวจสอบแหล่งที่มาของงาช้างว่าได้มาอย่างไร แต่เห็นด้วยว่าถ้าเราจะเริ่มควบคุมงาช้างในภาพรวม ก็ควรต้องมีข้อมูลงาช้างที่ในการครอบครองทั้งหมดก่อน ซึ่งประเด็นนี้จะเป็นหนึ่งในข้อเสนอที่จะลองคุยกับนายกรัฐมนตรี
"ส่วนในระยะยาว โดยเฉพาะยกร่างกฎหมายช้างฉบับใหม่ ยอมรับว่าคงต้องใช้ระยะเวลา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกรมการปกครอง กรมปศุสัตว์ที่ดูแลช้างบ้านอีก 4,313 เชือก ดังนั้นจึงต้องร่วมกันทำมาตรการ และข้อเสนอที่ครอบคลุมช้างเร่ร่อน ควบคุมการค้างาช้าง ส่วนทส. สิ่งที่ทำได้ทันทีภายใต้กฎหมายฉบับเดิมคือการแก้กฎกระทรวงของ ทส. บรรจุให้ช้างแอฟริกาเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ภายใต้กฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ.2535 ของไทย โดยจะควบคุมผลิตภัณฑ์งาช้าง เพื่อสามารถเอาผิดกับผู้ลักลอบนำงาช้างแอฟริกาเข้ามาถือเป็นของผิดกฎหมาย รวมทั้งการเพิ่มบทลงโทษให้เข้มข้น โดยทส. คาดว่าจะสรุปประเด็นต่างๆจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอเข้าพูดคุยโต๊ะกลมกับนายกรัฐมนตรี ในช่วงเดือนพ.ค.นี้
หวั่นเปิดช่องลักลอบ-ปกครองขอให้ออกมติครม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมได้อภิปรายกรณีการนิรโทษกรรมงาช้างอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ตัวแทนจากกรมการปกครอง ระบุว่า ก่อนหน้านี้กรมอุทยานฯ เคยมีหนังสือมาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องการขึ้นทะเบียนงาช้าง และต้องการปกครองให้กรมการปกครองเป็นผู้เปิดรับขึ้นทะเบียน แต่จากการพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นความอ่อนไหวมาก และอาจมีปัญหาในทางปฏิบัติ เพราะ ถ้าประกาศไม่เคลียร์และมีรายละเอียดไม่ครบ จะทำให้ปัญหาตามมาเพราะผู้หลักผู้ใหญ่เป็นคนครอบครองงาช้าง รวมทั้งการตรวจสอบแหล่งที่มาของงาช้างว่าได้มาอย่างสุจริต หรือมิชอบด้วยกฎหมาย
"ดังนั้นจึงเสนอว่าควรจะเสนอเป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้กำหนดแนวทางปฏิบัติร่วมกับทางกรมอุทยานฯ และยอมรับว่าค่อนข้างยากในทางปฏิบัติ เพราะอาจจะกลายเป็นว่าส่งเสริมให้เกิดการรับรองของอย่างผิดกฎหมายให้เป็นของถูกต้อง และเปิดช่องให้เกิดการนำงาช้างมาสวมสิทธิ์ขึเนทะเบียนอย่างถูกกฎหมายหรือไม่" ตัวแทนจากกรมการปกครอง กล่าว
ขณะที่แหล่งข่าวจากทส. ระบุว่าเป็นเรื่องยากที่จะเผิดให้คนนำงาช้างมาขึนทะบียนอย่างถูกกฎหมาย เพราะลำพังแค่การสำรวจสต็อกงาช้างของร้านค้าผู้ประกอบการที่มีอยู่ราว 200 แห่งในจ. นครสวรรค์ อุทัยธานี พัทยา เป็นต้น ก็ยังดำเนินการได้เพ้ยงแค่ 30% เท่านั้น และเชื่อว่าส่วนใหญ่ก็ไม่กล้านำสต็อกงาช้างบ้านใช้ในการทำผลิตภัณฑ์แปรรูปมาแสดงตามข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ในหลักการจะดี เพราะเชื่อว่าจะควบคุมงาช้างและการลักลอบนำเข้างาช้าง แต่ในทางปฏิบัติคงไม่ง่ายเหมืแนกับการเปิดให้คนครอบครองสัตว์ป่ามาแจ้ง เพราะมันมีมูลค่าสูงกว่ากันหลายเท่าตัว
ยันช้างบ้านทุกเชือต้องขึ้นทะเบียนตั๋วช้างใหม่
ส่วนนายสมพงษ์ ไชยศุภะโกสน ผู้อำนวยการส่วนการทะเบียนทั่วไป กรมการปกครอง กล่าวว่า กลขณะนี้กรมการปกครองได้มีการปรับแก้เนื้อหาสาระของพ.ร.บ.สัตว์พาหนะ 2482 เพิ่มเติมแล้ว สรุปสาระสำคัญว่าช้างบ้านทุกเชือกกรมการปกครองสำรวจไว้ล่าสุดวันที่ 27ธ.ค.55 จำนวน 3,202 เชือกจะต้องนำมาขึ้นทะเบียนตั๋วรูปพรรณช้างใหม่ทั้งหมด ซึ่งคาดว่าเดือนมิ.ย.นี้จะสามารถเริ่มระบบฐานข้อมูลตั๋วรูปพรรณช้างเล่มใหม่ได้แล้ว นอกจากนี้ยังกำหนดให้ช้างเกิดใหม่อายุตั้งแต่ 1-30 วันต้องมาจดทะเบียนทันทีจากเดิมให้เวลาถึง 30 วัน โดยจะต้องต่ออายุตั๋วช้างโดยนำมาแจ้งกับนายทะเบียนทุก5 ปี รวมทั้งยังคุ้มครองกรณีช้างที่ตาย และการถอดงาช้างที่ต้องแจ้งภายใน 7 วันเพื่อตรวจสอบลักษณะของงาว่าตรงกับช้างเชือกที่อยู่ในระบบใหม่หรือไม่ ที่สำคัญยังเพิ่มบทลงโทษผู้ทำร้ายช้างเป็นจำคุก 2 เดือนปรับ 8,000 บาท จากเดิมที่ปรับแค่ 50 บาท จำคุกไม่เกิน 10วันที่ถือว่าบทลงโทษเบามาก
"ยอมรับว่าช่วงรอยต่อที่กำลังจะเปิดให้นำช้างบ้านมาขึ้นทะเบียนตั่วรูปพรรณใหม่ อาจจะเป็นช่องทางให้เกิดการสวมสิทธิ์นำช้างป่ามาเป็นช้างบ้านได้ จึงตั้งคณะทำงานร่วมกับกรมอุทยานและหลายหน่วยงานกำกับการดำเนินงานที่รัดกุมมากที่สุด เนื่องจากต้องมีการถ่ายรูป เก็บดีเอ็นเอ และฝังไมโครชิพ เข้าไว้ในตั๋วรูปพรรณฉบับใหม่ที่กำลังจะเริ่มใช้ในเร็วนี้" นายสมพงษ์ กล่าว
เปิดร่างกฎหมายช้างฉบับใหม่
ด้านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้กรมอุทยานฯ ได้ร่างพ.ร.บ.ช้างพ.ศ....แล้วโดยจะครอบคลุมทั้งช้างป่าและช้างบ้านให้อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน โดยสาระของร่างกฎหมายฉบับนี้จะมี 13 เรื่อง อาทิ คุ้มครองช้างทุกตัว ทุกสายพันธ์ุที่อยู่ในประเทศไทย การห้ามค้าช้างป่า งาช้าง ซากจากป่า รวมทั้งควบคุมงาช้างบ้าน งาช้าง ซากและผลิตภัณฑ์ ศิลปวัตถุที่ทำจากซากช้างบ้าน การควบคุมห้ามนำเข้าช้างมาในราชอาณาจักร การส่งออก ซึ่งเดิมกฎหมายควบคุมไปไม่ถึง เช่น งาช้าง และการนำช้างไปแสดงในต่างประเทศ นอกจากนี้จะให้มีสมุดทะเบียนช้างและเครื่องหมายประจำตัวช้าง หลักฐาน , ให้เจ้าของช้างมีหน้าที่จัดที่อยู่การให้อาหาร การรักษา ดูแลสุขภาพช้าง มีกองทุนสนับสนุนการช่วยเหลือช้างและแนุรักษ์ช้างเป็นต้น ทั้งนี้อยู่ในขั้นตอนสอบถามความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะเสนอประชาพิจารณ์ร่างกฎหมายช้างฉบับใหม่ต่อไป



