
'เต้น'ยอมรับศาลไม่ให้ประกัน'ก่อแก้ว'
'ณัฐวุฒิ'เผย ยอมรับคำตัดสินศาลที่ไม่อนุญาตประกัน'ก่อแก้ว' หนุนแดงบุกหน้าศาลรธน.เหน็บ'ปชป.'จัดเวทีผ่าความจริงมากเท่าไร ยิ่งทำให้ปชช.เห็นตัวตนเองมากขึ้น
23 เม.ย. 56 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. ซึ่งตนคาดว่านายก่อแก้ว จะได้ประกันตัวตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่เมื่อศาลไม่อนุญาต ก็เคารพคำตัดสินของศาล ซึ่งในวันนี้ตอนบ่ายทนายก็จะยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ก็ต้องดูกันว่าศาลจะมีดุลพินิจยังไง แต่ความเห็นส่วนตัวนายก่อแก้ว ไม่ได้มีพฤติกรรมที่จะไปสร้างความรุนแรงที่ไหนอีกแล้ว และในการแสดงความคิดเห็นก็เป็นการแสดงความเห็นในเรื่องขณะนั้นๆ
"ตนเห็นใจนายก่อแก้ว เพราะคุยกันตลอดนึกว่าจะได้กลับบ้านตั้งแต่เมื่อวาน ทั้งนี้หากมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ คิดว่าตามหลักการนายก่อแก้วจะได้ออกมาทำหน้าที่ หากในช่วงนี้ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว" นายณัฐวุฒิ กล่าว
หนุนม็อบแดงบุกหน้าศาลรัฐธรรมนูญ
นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงไปชุมนุมที่ศาลรัฐธรรมนูญว่า ตนสนับสนุนเต็มที่ที่ฝ่ายนิติบัญญัติจะแสดงท่าทีที่ชัดเจน ที่จะปฎิเสธคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีการแก้ไขรัธรรมูญแบบรายมาตรา เพราะเป็นการรักษาเกียรติยศศักดิ์ศรีของประชาชนแห่งอำนาจอธิปไตยของประชาชนที่มอบหมายให้ตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติมาทำหน้าที่ โดยอำนาจหน้าที่ในการสถาปนากฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่โดยชอบของฝ่ายนิติบัญญัติอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญปฎิบัติคือ การแทรกแซงและก็จะเป็นชนวนในการสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองในที่สุด ซึ่งสิ่งที่ตนอยากเรียกร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญก็คือ ขอให้ท่านยอมรับท่าทีของฝ่ายนิติบัญญัติ และระวังการใช้ดุลพินิจเกินกว่าอำนาจที่กฎหมายบัญญัติให้ ถ้าเป็นแบบนั้นได้สถานการณ์จะคลี่คลาย และประชาชนจะพอใจ แต่ถ้าหากยังใช้อำนาจเกินไปตนก็เกรงว่าหากเกิดการเผชิญหน้าระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ บรรยากาศทางการเมืองก็อาจจะตึงเครียดขึ้นมาอีก อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนเข้าใจว่าฝ่ายนิติบัญญัติใช้ความอดทนมาตลอด แต่ความอดทนของคนมีขีดจำกัด ตนสนับสนุนให้เดินหน้า และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญควรจะทบทวนตัวเองได้แล้ว อย่าไปคิดว่าพวกท่าน 9 คนเป็นสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ที่ทำอะไรออกมาแล้วคนต้องสนับสนุน ทั้งนี้เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เป็นเรื่องที่พรรค หรือใครพยายามลิดรอนสิทธิ์อำนาจของศาล แต่เป็นเรื่องที่ฝ่ายตุลาการมีเจตนาที่จะลิดรอนสิทธิ์ของฝ่ายนิติบัญญัติ
" อยากส่งสัญญาณอันตรายถึงสังคมไทย จากการใช้ดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญในชุดนี้ นอกเหนืออำนาจจนไปก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งฝ่ายตุลาการด้วยกันก็งงเป็นไก่ตาแตกกับการใช้ดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญด้วยกันเอง ทั้งนี้ขอเรียนว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญทำไม่ได้เป็นการถ่วงดุล แต่เป็นการถ่วงรั้ง " นายณัฐวุฒิ กล่าว
เหน็บ"ปชป."จัดเวทีผ่าความจริงมากเท่าไร ยิ่งทำให้ปชช.เห็นตัวตนเองมากขึ้น
นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงกรณีที่คนในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ แสดงความไม่ยอมรับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากชาว จ.ศรีสะเกษ เสียชีวิตจำนวน 6 คนในการชุมนุม และนายอภิสิทธิ์ ที่ปฎิเสธความรับผิดชอบในเรื่องนี้อย่างตลอดเวลาส่งผลให้ประชาชนไม่พอใจจึงแสดงการไม่ยอมรับ อย่างไรก็ตามปชป.จะไปจัดเวทีผ่าความจริงที่ไหนก็เชิญ เพราะยิ่งผ่าความจริงประชาชนก็ยิ่งรู้ความจริงตัวตนของปชป.มากเท่านั้น
แนะ"ปชป."ควรให้ความร่วมมือดีเอสไอที่เรียกไปรับทราบข้อกล่าวหาเงินบริจาคเข้าพรรค
นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงกรณีที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เรียกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เชิญไปรับทราบข้อกล่าวหาที่หักเงินบริจาคเข้าพรรค ว่า ช่วงนี้เห็นพรรคประชาธิปัตย์เป็นเดือดเป็นร้อนกับที่ทางดีเอสไอเรียกเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งได้มีการพูดคุยกันตามข่าวถึงขนาดว่ามีการไปกดดันดีเอสไอ หรือว่าวันนี้ยกพวกคณะใหญ่ 40 กว่าคน ไปดีเอสไอเพื่อแสดงพลัง ซึ่งตนอยากให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าใจว่าเรื่องดังกล่าวคือเรื่องปกติ เมื่อถูกกล่าวหาก็ต้องมีหน้าที่ชี้แจงแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ที่เป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาเพราะประชาธิปัตย์ไม่เคยชิน คิดว่าตัวเองก็เป็นสุภาพบุรุษจุฑาเทพ อย่างไรก็ตามประชาธิปัตย์ควรจะให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรม อยากให้ยืนอยู่กับความเป็นจริง แล้วไม่ต้องมาเปลี่ยนประเด็นว่ารัฐบาลเดินหน้าดำเนินคดีกับประชาธิปัตย์ เพื่อบีบให้ร่วมวงนิรโทษกรรม ซึ่งมันคนละประเด็นกันเลย ทั้งนี้ถ้าประชาธิปัตย์อยากจะร่วมวงด้วยก็กระโดดขึ้นเวทีได้ตลอดเวลา แต่ถ้าไม่อยากจะร่วมแต่อยากดูอยู่แบบด้อมๆมองๆแล้วรอโอกาสส้มหล่นเหมือนที่ผ่านมาก็เป็นเรื่องที่ประชาชนเข้าใจได้



