
บันทึกภาคสนาม'ในวันที่ผมแคล้วคลาดอีกครั้ง'
บันทึกจากภาคสนาม... 'ในวันที่ผมแคล้วคลาดอีกครั้ง' : จรูญ ทองนวล ช่างภาพเนชั่นกรุ๊ปรายงาน
สำหรับ จ.นราธิวาส ตลอดวันจันทร์ที่ 22 เมษายน พื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความปั่นป่วนจากการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ โดยเฉพาะการนำแผ่นข้อความเป็นภาษา "มลายู" ไปติดตั้งตามสถานที่ต่างๆ เพื่อแสดงออกถึงท่าทีไม่ต้องการเห็นการเจรจาเกิดขึ้น โดยข้อมูลอย่างเป็นทางการคือ การนำป้ายผ้าไปติดตั้งเอาไว้รวม 45 จุด ใน 10 อำเภอ
ลำพังปฏิบัติการทางจิตวิทยาด้วยการนำป้ายผ้ามาแขวนเอาไว้คงไม่ก่อให้เกิดผลกระทบใด แต่สิ่งที่กลุ่มก่อความไม่สงบเลือกที่จะลงมือด้วยนั่นคือ การนำระเบิดมาวางเอาไว้ในบริเวณจุดที่มีการขึงป้ายผ้าด้วยเจตนาที่ต้องการให้เกิดความรุนแรงขึ้นกับผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะชุดเก็บกู้ซึ่งถือว่าเป็นด่านแรกในการที่จะเผชิญเหตุกับวัตถุต้องสงสัย ที่มีอำนาจในการทำลายล้างแตกต่างกันออกไป
นี่คือส่วนหนึ่งของความรุนแรงที่เกิดขึ้น
08.00 น. ผมออกเดินทางจากที่พักในเขตตัวเมืองนราธิวาส หลังรับทราบข่าวว่า มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบด้วยการนำเอาป้ายข้อความไปติดตั้งเอาไว้ และบางพื้นที่ซึ่งคนร้ายเลือกลงมือนั้น ก็มีการนำเอาระเบิดในรูปแบบต่างๆ ไปวางเอาไว้ใกล้บริเวณที่ขึงป้ายข้อความ กระทั่งมีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ จากการถูกเล่นงานด้วยกับระเบิด
11.00 น. น.อ.สมเกียรติ ผลประยูร ผู้บังคับการชุดเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ภาคใต้ ค่ายจุฬาภรณ์ จ.นราธิวาส พร้อมด้วย น.ท.ธรรมนูญ วรรณา ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นาวิกโยธิน กองทัพเรือ นำกำลังเข้าตรวจสอบริมถนนเพชรเกษม สาย 42 ปัตตานี-นราธิวาส ช่วงบริเวณบ้านจำปากอ หมู่ 1 ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส หลังรับแจ้งว่ามีป้ายผ้าที่มีข้อความในภาษารูมี และภาษามลายูต้านการเจรจาไปติดเอาไว้
ในบริเวณที่มีการขึงป้ายผ้า เจ้าหน้าที่พบว่าที่โคนต้นไม้มีถังแก๊สหุงต้มสีส้มทิ้งไว้ และนั่นคือการเริ่มต้นของการทำหน้าที่ของชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นาวิกโยธิน กองทัพเรือ ที่เข้าไปเก็บกู้ และสิ่งที่พบก็คือคนร้ายได้ประกอบระเบิดหนัก 20 กิโลกรัมไว้กับถังแก๊ส เตรียมจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร และมีสภาพพร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่จึงทำการเก็บกู้ไว้ได้สำเร็จ
12.00 น. หลังการเก็บกู้สำเร็จ น.อ.สมเกียรติ พูดถึงวัตถุระเบิดชิ้นนี้กับสื่อมวลชนว่า หากมีการจุดชนวนเกิดขึ้นรัศมีของการทำลายจะอยู่ที่ 50 เมตร นั่นจึงเป็นจังหวะที่สื่อมวลชนสามารถบันทึกภาพเอาไว้ในแบบที่ใกล้ชิด ถึงตัวระเบิดที่เก็บกู้มาได้อย่างปลอดภัย
จากนั้นผมเดินทางออกจากพื้นที่ เพื่อต่อไปที่ปัตตานี ซึ่งมีเหตุปั่นป่วนแบบเดียวกันกับที่นราธิวาส และทราบว่านาวิกโยธินในชุดเก็บกู้ ได้นำเอาระบิดที่พบชุดนี้กลับไปยังค่ายเพื่อทำการพิสูจน์หาหลักฐานเพิ่มเติม และภายหลังเพียง 1 ชั่วโมง
สิ่งที่ผมรับรู้นั่นคือระเบิดชุดเดียวกันกับที่เก็บกู้ได้ สิ่งนี้ยังคงทำหน้าที่อีกครั้งด้วยการสร้างความสูญเสียให้กำลังพล 4 นาย สำหรับผมแล้ว นี่คือความแคล้วคลาดในอันตราย และผมยังปลอดภัยได้อีกครั้ง จากการทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ต้องใกล้ชิดกับเหตุการณ์ความรุนแรงอยู่ตลอดเวลา วันนี้ผมปลอดภัย ในขณะที่เจ้าหน้าที่ 4 นายต้องสูญเสีย และเป็น 4 ครอบครัว เช่นกันที่ต้องขาดสมาชิก หรือหัวหน้าครอบครัวจากเหตุการณ์ในครั้งนี้
ที่ผ่านมาผมได้ประสบการณ์ว่า เราไม่สามารถไว้วางใจความปลอดภัยได้เลย แม้ว่าเราจะมีเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพจากเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในค่ายทหาร จะทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องนับจากนี้ไป อยู่ในภาวะที่เสี่ยงและเข้าใกล้กับความสูญเสีย
ผมคงไม่เสนอแนะใดให้ทุกฝ่ายได้หลังผ่านเหตุการณ์ในครั้งนี้ เพราะเชื่อว่าทุกคนได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ทุกคนต้องการกำลังใจมากกว่าที่จะไปซ้ำเติมกันถึงความผิดพลาดใดๆ ถ้าระเบิดชุดนี้ไม่นำกลับไปทำลายที่ค่ายทหาร ไม่นำไปพิสูจน์หาหลักฐานๆ ใดเพิ่มเติม ที่จะให้เบาะแสถึงผู้ก่อเหตุ ก็คงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ เพราะเท่ากับว่าทุกครั้งที่เขาลงมือ เราเพียงได้แต่ตั้งรับ ทำหน้าที่ตามเก็บ ตามกู้ระเบิดเท่านั้น แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ทำทุกวันนี้คือเก็บกู้เพื่อทำลาย เก็บกู้เพื่อที่จะพิสูจน์ทราบเพื่อที่จะขยายผลไปยังผู้ลงมือที่แท้จจริง
ผมเรียนรู้ว่า วันนี้เราทุกคนที่ทำหน้าที่ตรงนี้ไม่ว่าจะข้าราชการระดับสูง ทหาร ตำรวจที่ลงพื้นที่ กระทั่งสื่อมวลชน พลาดไม่ได้เลย ชะล่าใจไม่ได้เลย เราต้องนำบทเรียนทุกครั้งที่ได้รับ มาเป็นประสบการณ์ที่จะหาทางป้องกัน หาทางลดความสูญเสีย
นี่เป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่เราสามารถทำได้
.....................
(หมายเหตุ : บันทึกจากภาคสนาม... 'ในวันที่ผมแคล้วคลาดอีกครั้ง' : จรูญ ทองนวล ช่างภาพเนชั่นกรุ๊ปรายงาน)



