ข่าว

โครงการกระเช้าข้ามทะเลสาบ

โครงการกระเช้าข้ามทะเลสาบ

23 เม.ย. 2556

โครงการกระเช้าข้ามทะเลสาบ...มิติเหรียญสองด้านที่สงขลา : โดย...สุพิชฌาย์ รัตนะ

               นับตั้งแต่ "อุทิศ ชูช่วย" ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และในวันที่ 11 ตุลาคม 2552 ได้ประกาศเจตนารมณ์แนวทางการเมืองต่อสาธารณชนในการเตรียมขับเคลื่อน "โครงการกระเช้าลอยฟ้าข้ามทะเลสาบสงขลา-หัวเขาแดง" ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงการนี้เปรียบดั่งเหรียญสองด้านนับแต่นั้นเป็นต้นมาในพื้นที่ก็มีทั้งแรงต้านและแรงหนุนตามมาทันที

               สำหรับโครงการกระเช้าลอยฟ้า โดยสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้มีมติให้ดำเนินการโครงการ และได้รับอนุญาตให้เช่าพื้นที่ 5 ไร่ จากกรมธนารักษ์ และได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกกระทรวง โดยในปี 2555-2556 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาจัดสรรงบประมาณ 2 ปีงบประมาณ 459 ล้านบาท (น้อยกว่าที่ประมาณการไว้เมื่อปี 2548 จำนวน 124 ล้านบาท) เพื่อก่อสร้างกระเช้าลอยฟ้าและตาม พ.ร.บ.ควบคุมการก่อสร้าง พ.ศ. 2522 การก่อสร้างของส่วนราชการไม่ต้องขออนุญาต เพียงแต่แจ้งให้ท้องถิ่นเจ้าของพื้นที่ทราบเท่านั้น ซึ่งจะมีพิธีวางศิลาฤกษ์ในวันที่ 28 ธันวาคม 2555

               สำหรับ "โครงการกระเช้าลอยฟ้าข้ามทะเลสาบสงขลา-หัวเขาแดง" ทางอบจ.สงขลา ตั้งเป้าจะให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งใหม่ของ จ.สงขลา เพิ่มรายได้ภาคประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวจะเข้าถึงแหล่งวัฒนธรรมที่มีคุณค่าของ จ.สงขลา โดยมีต้นทางจากแหลมสนอ่อนไปยังแหล่งประวัติศาสตร์เจดีย์องค์ดำ องค์ขาว ซึ่งสร้างในต้นรัตนโกสินทร์ ตรงกับสมัย ร.3 ในระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตร เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เมืองสงขลาเก่าหัวเขาแดงที่คาดว่ามีอายุกว่า 400 ปีเศษ

                แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญยิ่งยวดไม่ต่างจากการเข้าถึงแหล่งประวัติศาสตร์เก่าแก่ อันเป็นชนวนเหตุทำให้โครงการกระเช้าลอยฟ้าฯ ตกเป็นประเด็นร้อนคือ "พื้นที่แหลมสนอ่อน" ใน ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นจุดก่อสร้างโครงการกระเช้าลอยฟ้าฯ ไปยังหัวเขาแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา ได้ถูกท้วงติงจากกลุ่มนักอนุรักษ์ธรรมชาติ รวมถึงภาคประชาชนจำนวนไม่น้อยว่าไม่เหมาะสม

                ทั้งนี้ พิกัดดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าสนธรรมชาติที่เชื่อว่าสมบูรณ์ที่สุด จำต้องถูกตัดทำลายเพื่อใช้เป็นพื้นที่ก่อสร้างสถานีกระเช้าฯ และในอนาคตอาจไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ขออนุญาตเบื้องต้นเท่านั้น หากแต่อาจต้องเพิ่มเนื้อที่มากขึ้นเรื่อยๆ ตามขนาดโครงการที่เข้าข่ายโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศโดยรวมทั้งบริเวณแหลมสนอ่อนต่อเนื่องไปถึงหาดสมิหลาซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใครหลายคนนิยามว่า "ห้องรับแขก" แห่งเมืองสมิหรา

               ไม่เพียงเท่านั้นผืนป่าแหลมสนอ่อนนั้นกฎหมายผังเมืองกำหนดให้เป็นพื้นที่สีเขียวอ่อน อนุญาตให้ใช้ประโยชน์เพื่อนันทนาการและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น ตลอดจนจัดเป็นพื้นที่ถอยร่นชายฝั่งตามธรรมชาติ (Setback) เพื่อป้องกันความเสียหายจากคลื่นลม และพายุอีกด้วย

               ดังนั้น โครงการนี้จึงมีแรงต้านอย่างต่อเนื่องจากหลายภาคีของเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่สงขลา โดยหนึ่งในจำนวนนั้นมีนายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลารวมอยู่ด้วย จนกระทั่งวันที่ 20 ธันวาคม 2555 ศาลปกครองจังหวัดสงขลาได้มีคำสั่งให้ระงับการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Auction ของโครงการกระเช้าลอยฟ้าไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น

               กระทั่งวันที่ 22 มกราคม 2556 เป็นต้นมา พลันที่ "นายอุทิศ ชูช่วย" นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ตกเป็นข่าวใหญ่บนหน้าสื่อทุกฉบับเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังพร้อมหมายจับจากศาลจังหวัดสงขลาเข้าจับกุม ที่บ้านพักเลขที่ 55/1 ถนนนาสาร เขตเทศบาลนครสงขลา ในข้อหาจ้างวานฆ่า "พีระ ตันติเศรณี" เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา โดยปมเหตุสำคัญที่ถูกพาดพิงและสังคมให้น้ำหนักเชื่อมโยงถึงกันคือความคิดเห็นที่ต่างกันสุดขั้วในการก่อสร้างกระเช้าฯ นั่นเอง

               ข่าวคราว "อุทิศ ชูช่วย" ที่ปรากฏตามมาในระยะหลังคือ เจ้าตัวเดินหน้าพิสูจน์ความจริงตามกระบวนทางกฎหมายในชั้นศาลควบคู่กับก้มหน้าก้มตาปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องตามปกติ รวมถึงเดินสายเปิดเวทีพบปะประชาชนในพื้นที่ 16 อำเภอสงขลามาแล้วกว่า 30 เวที ท่ามกลางกระแสสังคมที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวาง

               ล่าสุด "อุทิศ ชูช่วย" นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์พิเศษต่อ "คม ชัด ลึก" ถึงเรื่องราวต่างๆ รวมทั้งทิศทางทางการเมืองท้องถิ่นนับจากนี้ไป โดยเฉพาะตำแหน่งนายก อบจ.ที่จะหมดวาระในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ท่ามกลางกระแสมีนักการเมืองระดับชาติที่ตัดสินใจกระโจนเข้ามาเป็นคู่ท้าชิงในสนามการเมืองท้องถิ่นแห่งนี้อย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ

                "ผมอาสาเข้ามาทำงานรับใช้ประชาชนตั้งแต่แรก ดังนั้นการเลือกตั้งนายกอบจ.สงขลาครั้งต่อไปผมลงสมัครเพื่อป้องกันแชมป์อีกสมัยแน่นอน เพื่อสานต่อการพัฒนาต่างๆ ให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะโครงการกระเช้าลอยฟ้าข้ามทะเลสาบสงขลา-หัวเขาแดง ต้องเดินหน้าต่อเพื่อเปิดมิติใหม่การท่องเที่ยว แม้จะมีอุปสรรคบ้างเป็นเรื่องธรรมดาแต่มั่นใจในสิ่งที่ทำจะก่อเกิดประโยชน์ต่อพื้นที่ ทำให้เชื่อว่าปัญหาจะสามารถคลี่คลายได้ในที่สุด" คำยืนยันจากปาก "อุทิศ ชูช่วย"

                โครงการกระเช้าลอยฟ้าข้ามทะเลสาบสงขลา-หัวเขาแดง ที่ถูกจัดวางให้เป็นการสร้างภาพลักษณ์หรือมิติใหม่ในการท่องเที่ยวของเมืองสงขลาแล้ว อาจเป็นมิติใหม่ของการเมืองท้องถิ่นสงขลาด้วยเพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าประเด็นนี้ต้องถูกหยิบยกสู่เกมการเมืองในการหาเสียงอย่างดุเดือดแน่นอน

 

 

...............................................................

(โครงการกระเช้าข้ามทะเลสาบ...มิติเหรียญสองด้านที่สงขลา : โดย...สุพิชฌาย์ รัตนะ)