'อลินา'ภูมิใจช่วยไทยสู้คดีพระวิหาร
'วีรชัย' นำทีมทนายพระวิหารพบ 'ยิ่งลักษณ์' รายงานผลสู้คดีในศาลโลกให้ทราบ ยัน 'ไทย-กัมพูชา' ไม่ได้โกรธกัน 'อลินา' ภูมิใจที่ได้ช่วยไทยดีใจที่ได้รับคำชม
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 22 เม.ย.2556 นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัคราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าทีมทนายความต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร ในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก และคณะเข้าพบและรายงานผลการต่อสู้คดี ถึงรายละเอียดการดำเนินการทั้งหมดให้กับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้วที่ทำเนียบรัฐบาล
ทั้งนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวช่วงหนึ่งว่า ในฐานะตัวแทนรัฐบาลไทยและตัวแทนคนไทยขอขอบคุณทีมทนายความที่ทำงานครั้งนี้อย่างหนัก รู้สึกชื่นชมทีมงานทุกคนที่ร่วมกันทำงานทำให้ทุกคนได้รับรู้และเชื่อมั่นถึงข้อมูลที่ได้ชี้แจงออกไป โดยเฉพาะสามารถชี้จุดที่เป็นข้อห่วงกังวลและโต้แย้งกัมพูชาได้อย่างชัดเจน หลังจากได้ฟังคำแถลงทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว ทำให้รู้สึกดี และขอให้รู้ว่าคนไทยทุกคนให้กำลังใจให้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการหารือร่วมกันประมาณกว่า 1 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรีได้มอบช่อดอกไม้เพื่อขอบคุณและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกร่วมกับคณะทำงานต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร ที่บริเวณห้องโถง ตึกไทยคู่ฟ้า ทั้งนี้น.ส.อลินา มิรอง ทีมทนายความชาวโรมาเนีย ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากบรรดาข้าราชการและสื่อมวลชนทำเนียบ ที่เข้าไปขอถ่ายรูปด้วย ซึ่งเจ้าตัวก็ให้ถ่ายรูปอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับกล่าวว่า รู้สึกดีใจทีชาวไทยยกย่องให้เป็นขวัญใจ และก็เพิ่งทราบเมื่อวันที่ 21 เม.ย. และภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือประเทศไทย ส่วนการเข้ามาทำตรงนี้ได้เนื่องจากประเทศไทยได้ติดต่อ ศ.อแลง แปลเลต์ เข้ามาทำงานตรงนี้ จึงได้มีโอกาสเข้าร่วมได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว
ต่อมาเวลา 15.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการนำทีมต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารเข้าพบนายกรัฐมนตรี ว่า ทีมทนายทุกคนได้เล่าให้นายกรัฐมนตรีฟังถึงความคิดเห็นที่ได้สู้คดีว่าเป็นอย่างไรบ้าง และนายกรัฐมนตรีก็ได้กำชับให้กระทรวงการต่างประเทศ สรุปประเด็นและภาพต่างๆที่ประเทศไทยได้ต่อสู้คดี เพื่อให้ประชาชนได้อ่านรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอาจจะต้องทำเป็นเอกสารแจกให้กับประชาชน โดยจะเร่งทำให้เร็วที่สุด ส่วนการที่ศาลโลกให้ไทยยื่นแผนที่แสดงพิกัดปริมณฑลรอบปราสาทพระวิหารในวันที่ 26 เม.ย.นี้นั้น ขณะนี้เตรียมเอกสารเสร็จสิ้นแล้ว โดยจะนำเข้าคณะรัฐมนตรีให้รับทราบเป็นวาระจรในวันที่ 23 เม.ย.นี้ จากนั้นก็จะส่งได้ทันที
เมื่อถามว่าทีมทนายให้ความมั่นใจกับนายกรัฐมนตรีหรือไม่ว่าไทยจะชนะคดีนี้ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ทีมทนายเพียงแต่แสดงความคิดเห็นในมุมมองของเขาให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบเท่านั้น เพราะผลการตัดสินต้องอยู่ที่คณะผู้พิพากษาทั้ง 17 ท่านที่ต้องพิจารณาเอาเอง
"วีรชัย"ยัน"ไทย-กัมพูชา"ไม่ได้โกรธกัน
ต่อมาเวลา 16.00 น. นายวีรชัย พร้อมคณะร่วมกันแถลงสรุปการให้การทางวาจาคดีดังกล่าว โดยนายวีรชัย กล่าวว่า สำหรับการทำงานของคณะต่อสู้คดีนั้น ไม่ใช่ผลงานของตนเพียงคนเดียว แต่ทนายความแต่ละคนจะเขียนร่างถ้อยแถลงของตัวเองแล้วนำมารวบรวมและปรับแต่งให้เป็นฉบับเดียว แล้วจึงให้ฝ่ายกฏหมายและกองทัพอ่าน ขณะที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศก็ได้นำเสนอให้คณะรัฐมนตรีที่ร่วมเดินทางไปด้วยในครั้งนี้ได้พิจารณา ดังนั้นถ้าจะถือเป็นผลงานก็ถือเป็นผลงานของทุกคนที่ร่วมกันทำงานทั้งหมด
เมื่อถามว่าคาดว่าการตัดสินของศาลโลกจะเป็นอย่างไร นายวีรชัย กล่าวว่า การตัดสินคงคงมี 4 แนวทาง คือศาลไม่รับคำร้อง, ศาลตัดสินเข้าข้างไทย ,ศาลตัดสินเข้าข้างกัมพูชา และศาลตัดสินกลางๆ อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ขอคาดคะเนผลการตัดสินของศาลในขณะนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าอะไรคือจุดที่ทำให้สงสัยว่ากัมพูชาปลอมแปลงแผนที่ นายวีรชัย กล่าวว่า ไม่ต้องดูจากที่ไหนเลย เพราะเมื่อเปิดดูคำขอของกัมพูชาแล้ว ก็เห็นได้ชัดเจนเลยว่ามีการนำแผนที่ของไทยในคดีเก่ามาตกแต่งเพิ่มเติม และในคดีเดิม กัมพูชาได้ยื่นแผนที่ประกอบไปไม่ถึง20 ฉบับ แต่ในการยื่นเอกสารข้อสังเกตของแต่ละฝ่าย ก็พบว่ากัมพูชาได้มีการดัดแปลงแผนที่ ซึ่งเนื้อหาก็ไม่ได้ถูกซ่อนอะไร ถ้าใครดูก็ต้องเห็น
เมื่อถามว่าหลังการแถลงต่อศาลแล้ว ฝ่ายไทยได้พูดคุยกับทางกัมพูชาบ้างหรือไม่ นายวีรชัย กล่าวว่า ยังไม่มีการติดต่อกับทางกัมพูชาการ แต่ถ้ามีความจำเป็น ก็สามารถติดต่อกันได้ โดยต้องขออนุญาตจากผู้บังคับบัญชาก่อน ทั้งนี้ตนยืนยันว่าทั้ง 2 ฝ่ายไม่ได้โกธรกัน
เมื่อถามนายเจมส์ ครอว์ฟอร์ด ว่าถ้ามองในฐานะที่ไม่ใช่ทนายความ จะมองถึงแนวโน้มของคดีนี้อย่างไร ศ.ครอว์ฟอร์ด กล่าวว่า ตนไม่สามารถคาดคะเนได้ว่าศาลจะตัดสินคดีอย่างไร แต่เมื่อเราอยู่ในทะเล ก็เหมือนอยู่ในอุ้งมือของพระเจ้า ทั้งนี้ตนเห็นว่าการชี้แจงของฝ่ายไทยทำได้ดีมาก มีการชี้แจงประวัติศาสตร์และแผนที่อย่างละเอียด แม้ตนไม่เคยรู้ความเป็นมาประวัติศาสตร์ชาติไทยบางก่อน แต่เชื่อว่าเหตุการณ์นี่ทำให้คนไทยหวนคำนึงถึงและซาบซึ้งในประวัติศาสตร์ที่ถูกนำมาต่อสู้ในคดีนี้ ด้านายวีรชัย กล่าวเสริมว่า คนไทยควรภูมิใจที่เราไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใคร
ผู้สื่อข่าวสอบถามน.ส.อลินาถึงการมาทำงานร่วมกับคณะของไทย น.ส.อลินากล่าวว่า ตนทราบถึงการเข้าสู่คณะต่อสู้คดีนี้เมื่อปี 2554 และทราบว่าจะถูกวางตัวให้การต่อศาล เมื่อเดือน ก.ย.2555 ทั้งนี้ ตนรู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสร่วมงานนี้ รวมถึงตนค้นพบรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับแผนที่ที่จะถูกนำมาต่อสู้คดี ซึ่งตนก็รู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องนี้
"ฮอร์ นัมฮง"โวชนะคดีแน่-ไทยแกล้งลืมเรื่องแผนที่
เว็บไซต์ฟิฟทีนมูฟได้รายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 เมษายน นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่สนามบินนานาชาติกรุงพนมเปญ หลังเดินทางกลับจากการให้การด้วยวาจาที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศที่กรุงเฮก ว่าไทยยังคงรักษาความเจ้าเล่ห์ นำเอาแผนที่ซึ่งโลกไม่รับทราบมาแสดงต่อศาล ซึ่งควรต้องถูกปฏิเสธ
นายฮอร์ นัมฮง กล่าวอีกว่า “ที่ศาลเมื่ออาทิตย์ก่อน ฝ่ายไทยได้ยกแผนที่จำนวนมากขึ้นมาพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในนั้นแผนที่แบ่งเขตแดนที่ศาลตัดสินใจไม่นำเอามากล่าวถึงใน พ.ศ.2505 ผมได้กล่าว่าเมื่อว่าเขาจะลืมหรือแกล้งลืมว่าใน พ.ศ.2505 ศาลได้นำแผนที่เพียงอันเดียวเท่านั้น คือแผนที่ภาคผนวก 1 มาตีความพื้นที่ใกล้เคียงปราสาทพระวิหาร”
รัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชากล่าวด้วยว่า การตัดสินคดีของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศจะมีขึ้นช่วงปลายปี และกัมพูชาจะได้รับชัยชนะ เพราะว่ามีเหตุผล กฎหมาย แผนที่และหลักฐานที่ชัดเจนสำหรับพื้นที่ใกล้เคียงปราสาทพระวิหารของเขมร ซึ่งมีอายุกว่า 900 ปี



