ข่าว

ย้อนศร เส้นทางบุญ

ย้อนศร เส้นทางบุญ

23 เม.ย. 2556

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ย้อนศร เส้นทางบุญ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 

                         ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งพุทธศาสนา ที่มีวัดเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้มาช้านาน พระสงฆ์ในวัดแต่ไหนแต่ไรมาเป็นทั้งผู้เผยแพร่คำสั่งสอนหรือพระธรรมของพระพุทธเจ้า เป็นทั้งปราชญ์ผู้คอยแก้ปัญหาให้กับชุมชน เป็นครูผู้คอยสอนความรู้ทุกด้านให้แก่คนทั่วไป เป็นที่พึ่งพิงทางใจสำหรับคนที่เกิดความทุกข์ร้อน เป็นหมอช่วยรักษายามมีคนเจ็บไข้ได้ป่วยทางกายขึ้นมา

                         ไม่เว้นแม้แต่กิจกรรมประเพณีทั้งทางวัฒนธรรมพื้นบ้าน และในทางประกอบกิจด้านศาสนาทุกเทศกาล พระสงฆ์ในวัดล้วนแต่เป็นที่พึ่งพาหาความรู้ของชาวบ้าน ได้อย่างมั่นคงและมั่นใจตลอดมา จนเมื่อมีการจัดการระบบการศึกษาแผนใหม่ โรงเรียนวัดที่เคยใช้ศาลาการเปรียญเป็นที่สอนหนังสือให้แก่เด็กโดยมีพระสงฆ์เป็นครู ถูกเปลี่ยนย้ายให้แยกออกไปใช้พื้นที่ของวัดแต่แยกตั้งอาคารเรียนเป็นเอกเทศ อีกทั้งยังมีการจัดการเรียนการสอนโดยครู ซึ่งเป็นฆราวาสสังกัดสำนักงานศึกษาธิการอำเภออีกต่างหาก พระสงฆ์จึงค่อยๆ ถูกกันให้เหินห่างออกไปจาความเป็นครูเป็นที่พึ่งของคนในชุมชนมากขึ้น

                         ครูฆราวาสตั้งหน้าตั้งตาสอนตามตำรับตำราที่ได้เรียนมาจากสถาบันสร้างครู  ตรรกะและแนวทางของศีลธรรมก็สอนกันในแบบฉบับที่ฆราวาสคิดและทำ ทางด้านของพระสงฆ์เองก็มีการจัดตั้งหรือแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ เลียนแบบวิธีการของฆราวาสที่เป็นฝ่ายข้าราชการมากขึ้น ถึงขั้นที่มีการวิ่งเต้นกันเพื่อให้ได้ตำแหน่ง มีการตั้งพระหนุ่มๆ พรรษาน้อยๆ ที่เก่งทางด้านเอกสารและวิชาการ มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสปกครองพระสงฆ์ผู้เฒ่า ผู้รู้แจ้งในทางปฏิบัติต่อประเพณีและชุมชนมากกว่า อีกทั้งยังครองพรรษามากกว่าและอยู่ประจำวัดในพื้นที่มานานกว่า  

                         คำพูดของพระอาวุโสในวัดหลายแห่งก็เริ่มมีน้ำหนักน้อยลง จนท้ายที่สุดอย่าว่าแต่ครูที่สอนในโรงเรียนเลย แม้แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ประจำหมู่บ้านก็ดูท่าว่าจะกลายเป็นผู้ทรงภูมิรู้  ที่ชาวบ้านเชื่อถือและหันไปพึ่งมากกว่าพระ ขนบธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติต่างๆ มีแต่คนเชื่อฟังจากผู้เฒ่าผู้แก่ หรือเด็กที่ยึดมั่นตามทฤษฎีที่ตนเองค้นคว้าหามาได้จากไหนไม่มีใครรู้

                         สิ่งที่เห็นและยืนยันได้ชัดเจนที่สุดก็คือการจัดเครื่องอัฐบริขาร และ/หรือเครื่องประกอบพิธีในงานพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งคนยุคผมสมัยผมเมื่อจะมีงานพิธีเช่นงานบวช, งานผ้าป่า และงานกฐิน ก็จะเข้าไปขอคำปรึกษากับพระผู้เฒ่าที่มีพรรษายาวนานในวัด จะใช้ของประเคนพระอย่างไร, ใช้สบง, อังสะ และสังฆาฏิ กี่ชุดกี่อย่าง พระที่บวชมาหลายพรรษาจะเป็นผู้ให้คำแนะนำที่ชาวบ้านยึดมั่นและปฏิบัติตาม

                         ต่างจากยุคปัจจุบันนี้มากเพราะชาวบ้านทั่วไปเมื่อจะมีงานพิธีกรรมต่างๆ ก็จะหาข้อมูลและความรู้จากอินเทอร์เน็ต และส่วนใหญ่เมื่อต้องการของไปถวายพระในงานพิธี ก็จะเชื่อในคำบอกเล่าของผู้ขายสินค้า ซึ่งเกือบทั้งหมดก็จะถูกจัดมาเป็นเซตเป็นชุดในภาชนะที่บรรจุและหีบห่อมาอย่างสวยงามตั้งแต่ต้นทาง โดยที่แม้กระทั่งผู้ซื้อที่จะนำไปถวายเองและพระสงฆ์ก็จะไม่รู้เลยว่า  ของที่ประเคนและรับประเคนกันมานั้นมีอะไรอยู่ข้างในบ้าง ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าพิธีกรรมงานบุญทางศาสนาของไทยเราสมัยนี้ แทนที่จะมีเส้นทางเดินลงมาจากวัดจากพระสงฆ์สู่ชาวบ้านเยี่ยงยุคก่อน แต่ปัจจุบันนี้กลับถูกกำหนดเส้นทางเดินจากเบื้องล่างคือชาวบ้านย้อนไปสู่พระกันหมดแล้วครับ

 

 

---------------------

(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ย้อนศร เส้นทางบุญ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)