ข่าว

ไทยเล็งดึงอินโดฯร่วมวงดับไฟ

ไทยเล็งดึงอินโดฯร่วมวงดับไฟ

22 เม.ย. 2556

เปิดยุทธศาสตร์'ภราดร พัฒนถาบุตร' ไทยเล็งดึงอินโดฯร่วมวงดับไฟใต้ : สัมภาษณ์พิเศษ โดยทีมข่าวความมั่นคง


            การเตรียมความพร้อมในการเปิดโต๊ะเจรจาพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ในวันที่ 29 เมษายนนี้ ที่ประเทศมาเลเซีย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์พิเศษ "คม ชัด ลึก" ว่า ได้มีการนำเรื่องนี้เข้าหารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะทำงาน ซึ่งรายละเอียดจะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง ก่อนที่จะมีการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นในวันที่ 29 เมษายน


            การพูดคุยกันครั้งนี้ ได้มีข้อตกลงร่วมกันคือ การเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องพูดคุยประมาณ 9 คน แต่ถ้าจะนำทีมไปร่วมด้วยก็จะไม่เกิน 15 คน ทั้งนี้ประเด็นที่จะนำไปพูดคุยคือ ประเด็นลดเหตุความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

            การพูดคุยกันครั้งนี้จะเน้นในเรื่องสถานการณ์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ที่ได้มีการพูคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ว่า เมื่อมีสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นแบบนี้ ส่วนข้อเท็จจริงของการเกิดเหตุจะเป็นอย่างไรก็จะต้องมาแลกเปลี่ยนในรายละเอียดข้อคิดเห็นกัน จะมีการแก้ไขหรือร่วมมือกันอย่างไร

            ทั้งนี้ การพูดคุยจะมีตัวแทนจากฝ่ายความมั่นคง กองทัพภาคที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และกระทรวงยุติธรรม ที่จะร่วมเดินทางไปกับคณะในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

@ กองทัพและ กอ.รมน. มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนข้อมูลเพิ่มเติมที่จะมีการพูดคุยกันในวันที่ 29 เมษายนนี้อย่างไร

            ทาง กอ.รมน.ได้มีการเสนอแผน “PEACE ROADMAP” หรือ โรดแม็พในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 ขั้นตอน ซึ่งโรดแม็พจะเป็นแนวทางเดียวกันที่มีอยู่แล้ว คือปกติจะมีโรดแม็พที่ฝ่ายวิชาการในพื้นที่ สถาบันพระปกเกล้า กอ.รมน. และสมช. ที่มีอยู่ทั้ง 4 โรดแม็พ มาประยุกต์ใช้ร่วมกัน เพราะไม่ได้หนีในเรื่องทฤษฎีเดียวกันในการแก้ไขปัญหาภาคใต้

@ นายกรัฐมนตรีได้มีข้อเสนอแนะ หรือแนวทางในการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นอย่างไร

            นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายด้วยการเน้นย้ำว่า ถึงอย่างไรก็จะต้องมีการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือประเด็นว่า เหตุใดทำไมสถานการณ์ในพื้นที่ถึงได้รุนแรงมากขึ้น ซึ่งจะต้องหาทางออกร่วมกันว่า กลุ่มที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มไหน เพราะถือว่าเป็นการดำเนินการทางเทคนิค ส่วนนโยบายคือการยึดขบวนการสันติวิธีในการพูดคุย เพราะตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของฝ่ายปฏิบัติ ส่วนเจ้าหน้าที่ก็จะต้องว่ากันไป ส่วนกลุ่มที่มีเสรีในการปฏิบัติความรุนแรง เราก็จะต้องขอและพยายามสื่อสารเพื่อให้ลดเหตุความรุนแรงให้ได้

@ ในเมื่อกลุ่มบีอาร์เอ็นรับปากว่าจะทำตามข้อเสนอด้วยการลดเหตุความรุนแรงในพื้นที่ แต่สถานการณ์กลับสวนทางกับการพูดคุย

            อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่า มีกลุ่มที่เห็นต่างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้เจรจาพูดคุย และกลุ่มอื่นๆ ที่เคลื่อนไหว รวมถึงภัยแทรกซ้อนที่ร่วมผสมโรงในความรุนแรง ทั้งนี้ความเห็นต่างของกลุ่มของก่อเหตุมีอยู่ 2 นัยคือ กลุ่มที่เห็นต่างมีความประสงค์คือจะต้องมาพูดคุยกับกลุ่มเขาโดยตรง ตามที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้ระบุเอาไว้ ขณะเดียวกันอีกกลุ่มหนึ่งคือ ที่มีความเห็นต่างไปเลย ที่ไม่อยากให้มีกระบวนการพูดคุยกัน ดังนั้นจึงได้ดำเนินการความรุนแรงให้เห็นกัน ขณะเดียวกันเรายังถือว่า การพูดคุยกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นก็จะต้องไปทำความเข้าใจและทำให้เกิดรูปธรรมให้เราเห็นตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้

            ถ้ากลับไปพูดคุยกันในครั้งนี้ จะพูดคุยว่าทำไมถึงได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงแบบนี้ รวมถึงการพูดคุยว่า ถ้ายังมีเหตุการณ์รุนแรงต่อเนื่องของกลุ่มเขามันจะเป็นอุปสรรคในการพูดคุยในอนาคตได้ เพราะฉะนั้นจะทำให้เสียจังหวะในการพูดคุย ฉะนั้นจะต้องมาหาข้อเท็จจริงและหาทางออกร่วมกันให้ได้ ส่วนกรณีที่กลุ่มวาดะห์เข้าร่วมดำเนินการนั้น ถือเป็นการช่วยกันในแง่ประสบการณ์ เพราะกลุ่มวาดะห์เคยดำเนินการใต้ดินกันมาอยู่แล้ว พอจะทำให้รู้ว่าใครเป็นใคร แต่ตอนนี้มีองค์ประกอบหลายอย่าง เมื่อมีกลุ่มวาดะห์เข้ามาร่วมด้วยก็ถือเป็นมิติทางการเมืองที่สามารถทำความเข้าใจได้ด้วย เพราะเป็นมิติทางภาคการเมือง และภาคประชาชน ซึ่งภาคประชาชนมีแนวร่วมอยู่มาก จึงสามารถสื่อสารได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ในมิติทางการเมืองสามารถไปพูดคุยทำเข้าใจกับนักการเมืองด้วยกันได้

@ ความแตกต่างของกลุ่มหัวรุนแรงจะมีการส่งใครไปพูดคุยด้วยหรือไม่

            ตอนนี้เรายังไม่ได้มีการกำหนดตัวบุคคล เพียงแต่เราได้มีการพูดคุยกับระดับแกนนำบีอาร์เอ็นเดี๋ยวเราจะรู้เองว่า กลุ่มหัวรุนแรงที่มีความเห็นต่างเป็นใคร เพราะจริงๆ แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นก็รู้อยู่แล้วว่าใครเป็นใคร แต่เมื่อเราสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจตรงนี้ระดับหนึ่งแล้ว คงจะมีการเชิญกลุ่มหัวรุนแรงเหล่านี้เข้ามาพูดคุยด้วยได้ แต่หากไม่เชิญกลุ่มหัวรุนแรงเหล่านี้อาจจะมีการติดต่อมาหาเราโดยตรงก็ได้ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงจังหวะตรงนั้น จึงจำเป็นต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจมากกว่านี้

@ กลุ่มวาดะห์เสนอที่จะให้ประเทศอินโดนีเซียเข้ามาร่วมพูดคุยด้วย

            ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา แต่ว่าในอนาคตก็น่าจะมีโอกาสเหมือนกัน เพราะอย่างไรคนเหล่านี้ หรือการเป็นโลกมุสลิมตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้จากการร่วมมือของกลุ่มโลกประเทศมุสลิมสามารถลดทอนปัญหานี้ได้ เพียงแต่ ณ เวลานี้ยังไปไม่ถึง เพียงแต่เราจะต้องทำให้มาเลเซีย และกลุ่มบีอาร์เอ็น ที่มีการพูดคุยกันมีการพูดคุยในรายละเอียดก่อน ซึ่งทางมาเลเซียก็มีความเต็มที่อยู่แล้ว ถึงอย่างไรก็มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งมาเลเซียและอินโดนีเซียจะต้องไปให้ถึง และจริงแล้วจะต้องไปถึงโอไอซี และประเทศตะวันออกกลางด้วย ซึ่งอินโดนีเซียเป็นประเทศมุสลิมที่ใหญ่อยู่แล้ว ก็ค่อนข้างเสียงดังอยู่แล้ว

@ เรามุ่งหวังในการพูดคุยกันในครั้งนี้อย่างไร

            การพูดคุยกันไประยะหนึ่งมันจะสืบสภาพข้อเท็จจริงได้ชัดเจนว่า กลุ่มที่ปฏิบัติการเป็นกลุ่มไหนอย่างไร หากสมมุติกลุ่มที่เคลื่อนไหวมีอยู่ 10 เขต โดยกลุ่มบีอาร์เอ็นมีอยู่ 5 ส่วน กลุ่มอื่นๆ 3 ส่วน กลุ่มภัยแทรกซ้อนมีอยู่ 2 ส่วน หากเป็นเช่นนี้จะทำให้เริ่มชัดเจนและพิสูจน์สืบสภาพลงไปได้

            ส่วนการที่กลุ่มบีอาร์เอ็นยื่นข้อเสนอเรื่องความยุติธรรม และปล่อยตัวนักโทษการเมืองนั้น เราได้ประชุมหารือร่วมกันอยู่แล้ว โดยมีการสืบสภาพข้อเท็จจริง เพราะกระบวนการยุติธรรมมันเกี่ยวข้องกับตำรวจ อัยการ และศาล ดังนั้นเราจะต้องกลับมาดูสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ทั้งหมาย ป.วิ อาญา หมายจับ หรือ หมายจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.บ.ความมั่นคง ว่าสิ่งนี้ไปสร้างเงื่อนไขอะไรหรือไม่ หรือมีบางอย่างที่ไม่เป็นกระบวนการสมบูรณ์แบบจึงเป็นเงื่อนไขไม่ให้เกิดความยุติธรรม

            ตอนนี้เรามีหมายพวกนี้ชัดเจน เพียงแต่เรามานั่งสังเคราะห์อยู่ ซึ่งวันที่ 29 เมษายนนี้ จะมีข้อมูลเพียงพอกับการที่กลุ่มบีอาร์เอ็นยื่นข้อเสนอดังกล่าวมา ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรคงจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะกลุ่มบีอาร์เอ็นไม่ได้มีการกำหนด หรือเจาะจงว่า "ใครคนไหนเป็นคนไทย" เพียงแต่เราจะต้องมีการวิเคราะห์ภาพรวมว่าเป็นอย่างนั้นหรือไม่

..............................

(หมายเหตุ : เปิดยุทธศาสตร์'ภราดร พัฒนถาบุตร' ไทยเล็งดึงอินโดฯร่วมวงดับไฟใต้ : สัมภาษณ์พิเศษ โดยทีมข่าวความมั่นคง)