
ไทย-กัมพูชามิตรภาพบนความขัดแย้ง
ไทย-กัมพูชามิตรภาพบนความขัดแย้ง : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล
ในช่วงที่สงครามเวียดนามที่กำลังดำเนินไปด้วยความรุนแรง มีการสูญเสียชีวิตอย่างมากมายทั้งฝ่ายสหรัฐและเวียดกง เวียดนามเหนือได้ก็ประกาศอยู่ตลอดเวลาว่า คนเวียดนามไม่ได้เป็นศัตรูกับคนอเมริกัน แต่ปัญหาทั้งหมดเกิดจากการดำเนินนโยบาย(ที่ผิดพลาด)ของรัฐบาลอเมริกัน
ตำรับพิชัยสงครามที่สำคัญประการหนึ่งก็คือ การรู้จักแยกแยะมิตรและศัตรู ถ้าทำการรบทั้งที่ไม่รู้ว่าใครเป็นมิตร ใครเป็นศัตรู ก็เป็นการรบแบบมะงุมมะงาหรา การแยกมิตรแยกศัตรูของเวียดนามเหนือดังกล่าว นับเป็นการกระทำที่เจนจบในพิชัยยุทธ และก่อให้เกิดแนวรบภายในประเทศสหรัฐจากคนหนุ่มสาวที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล จนถึงขั้นเกิดขบวนการต่อต้านสงคราม และนั่นคือตัวเร่งให้รัฐบาลสหรัฐต้องยุติสงครามเวียดนาม เป็นความพ่ายแพ้ที่เริ่มต้นจากประชามติของคนอเมริกันเอง หรือจะเรียกว่าแพ้มาแต่ในมุ้งก็คงได้
กรณีปราสาทพระวิหารที่กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลโลก แท้จริงแล้วก็เป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากนโยบายรัฐบาลของกัมพูชา มิใช่เกิดจากความเรียกร้องต้องการของประชาชนกัมพูชาส่วนใหญ่ และถ้าตระหนักในความจริงประการหนึ่งว่า รัฐบาลมาแล้วก็ไป นโยบายของรัฐบาลก็มีการเปลี่ยนแปลงไปได้ แต่ประชาชนคือผู้ที่อยู่ในผืนแผ่นดินตลอดไป และมิตรภาพระหว่างประชาชนทั้งสองชาติย่อมมีความสำคัญและยั่งยืนกว่านโยบายใดๆ เราก็คงจะมองเห็นปัญหาได้ชัดเจนขึ้น และมองหาทางออกของปัญหาได้กว้างไกลขึ้น ไม่ปิดหูปิดตาตัวเอง และวนเวียนอยู่บนเส้นทางเดิมๆ หรือตกหลุมพรางที่ขุดดัก
เวลานี้ทุกฝ่ายที่มีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาเรื่องปราสาทพระวิหารก็ต่างทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นทีมทนายความที่มีการวางตัวและเตรียมตัวมาอย่างดียิ่ง กองทัพที่ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว รวมทั้งประชาชนชาวไทยที่ทุ่มเทกำลังใจให้อย่างเต็มที่ เวลาเช่นนี้ควรเป็นเวลาที่คนไทยควรจะแสดงบทบาทของความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น และผู้ใหญ่ ด้วยการติดตามศึกษาปัญหาและสถานการณ์ให้มีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และตั้งอยู่ในความสง่างาม
และไม่ว่าคำตัดสินเรื่องปราสาทพระวิหารจะออกมาในรูปใด คนไทยและคนกัมพูชาก็คงต้องอยู่บนดินแดนที่เป็นประเทศไทยและกัมพูชาตลอดไป และการอยู่ร่วมกันฉันมิตรย่อมดีกว่าการอยู่อย่างศัตรูคู่อาฆาต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อการเป็นศัตรูนั้นเกิดจากนโยบายของรัฐบาล(ที่มาแล้วก็จากไป) หรือความไม่รู้จักแยกแยะมิตรและศัตรู
ความขัดแย้งระหว่างประเทศนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งควรจะแยกทั้งสองเรื่องนี้ออกจากกัน และสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งในตอนนี้ก็คือ การแสดงความเป็นมิตร การให้ความรัก และความเมตตาแก่เพื่อนชาวกัมพูชา เพื่อร่วมกันเผชิญปัญหาด้วยความเข้าใจ และร่วมกันแก้ไขปัญหาด้วยสันติธรรม
ท้ายคอลัมน์วันนี้ ขอแนะนำหนังสือ “เขียนแผ่นดินสุวรรณภูมิ ลาว” มหากาพย์ว่าด้วยดินแดนในสุวรรณภูมิของเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ รัตนกวี ศิลปินแห่งชาติ ที่ร้อยเรียงความงามของแผ่นดินลาวจากเหนือจดใต้และเสริมสร้างมิตรไมตรีของไทย-ลาว ดังเช่น “พลิ้วลำน้ำโขงแผ่นดินขลัง สองฝั่งสองฟากบ่เคยขวาง สองสายสัมพันธ์บ่กั้นกาง กีดทางลาวไทยแต่ไรมา” (บ.เกี้ยว-เกล้า จก./450 บาท)



