
โยนหินถามทาง "เจ็ตสกี" จุดขายใหม่ลำน้ำแม่กลอง
"ราชบุรี" เป็นหัวเมืองเอกแห่งลุ่มน้ำแม่กลองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมานับพันปีในฐานะเมืองท่าขนถ่ายสินค้าจากเรือสำเภาจีน โดยทุกวันนี้นักล่าสมบัติใต้น้ำยังพบถ้วยชามโบราณจมอยู่ในลำน้ำแม่กลองตั้งแต่ตัวเมืองราชบุรีไปจนถึงวัดสมถะได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากประวัติศาตร์ในฐานะเมืองท่าสำคัญแล้ว เส้นทางการเดินเรือตั้งแต่ปากอ่าวไทยที่สมุทรสงครามย้อนไปถึงต้นน้ำที่สังขละบุรี ตรงตะเข็บชายแดนไทย-พม่า ก็มีความสวยงาม และยังคงความบริสุทธิ์น่าค้นหาอยู่ไม่น้อย
โดยเฉพาะการทำเป็นทริป "ล่องแก่ง" ย้อนขึ้นไปสู่เมืองสังขละบุรี ซึ่งแม้จะมีเกาะแก่งและโขดหินเป็นอุปสรรคในการเดินเรืออยู่มาก แต่ก็สามารถแก้ปัญหาได้ง่ายๆ ด้วยการยกเรือขึ้นรถอ้อมเกาะแก่งไปเหมือนที่เขื่อนใหญ่ๆ บางแห่งทำกัน
ทว่า พิชัย นนทชัยพร นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี กลับมองฉีกไปกว่านั้น เพราะเขามองเห็นโอกาสในการสร้างจุดขายของการท่องเที่ยวทางน้ำใหม่ๆ ด้วยกีฬาทางน้ำสุดฮิตอย่าง "เจ็ตสกี" ที่ปกติมักจะเล่นหรือแข่งขันกันในบึงน้ำขนาดใหญ่ หรือในทะเลเท่านั้น
พิชัยมองว่า ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของเมืองราชบุรีที่อยู่ห่างกรุงเทพฯ เพียง 100 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น จึงน่าจะสร้างจุดขายด้วยกีฬายอดฮิตของคนกรุงได้ไม่ยาก หากมีการวางแผนพัฒนาและประชาสัมพันธ์กันดีๆ
การสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวด้วยเจ็ตสกีในลำน้ำแม่กลองจึงเริ่มต้นด้วยนักเจ็ตสกีกลุ่มเล็กๆ ที่เริ่มสตาร์ทกันที่บริเวณริมเขื่อนข้างหอนาฬิกาในตัวเมืองราชบุรี
เป้าหมายของเราคือ การขับเจ็ตสกีล่องแม่กลองเพื่อสำรวจหาแหล่งท่องเที่ยวริมน้ำที่น่าสนใจ และบันทึกพิกัดลงไปในเครื่องจีพีเอสเพื่อวางแผนพัฒนาอย่างเป็นระบบต่อไป
สองริมฝั่งแม่น้ำแม่กลองวันนี้ แม้จะมีบ้านเรือนและอาคารสมัยใหม่ปลูกสร้างอยู่มาก แต่เสน่ห์ของวัดวาอารามในสมัยโบราณยังคงความสวยงามทางสถาปัตยกรรมอยู่มาก
ข้อดีของการเดินทางทางน้ำคือ มีความเย็นสบายของพื้นน้ำลอยมาปะทะหน้าอยู่ตลอดเวลา แถมยังเดินทางไปเที่ยวตลาดน้ำต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย แถมยังได้บรรยากาศกว่ากันมากอีกด้วย
ที่เราคิดไกลไปกว่านั้นคือ การเชื่อมเส้นทางทางน้ำเข้ากับแหล่งท่องเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์ที่ "เขางู" ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากริมน้ำมากนัก แต่สิ่งที่ต้องขจัดข้อกังวลของชาวบ้านริมแม่น้ำไปให้ได้คือ "เสียง" ที่เกิดจากการขับขี่เจ็ตสกีที่คงต้องมีมาตรการการควบคุมที่ดีพอ
ส่วนเสน่ห์ของการขับเจ็ตสกีในแม่น้ำที่ไม่ลองก็ไม่รู้คือ จะต่างจากการแล่นในทะเลอย่างสิ้นเชิง แต่อารมณ์จะคล้ายๆ ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์วิ่งไปตามถนนเรียบๆ นานๆ ถึงจะเจอคลื่นสักครั้ง ทำให้เพลินจนหลงคิดว่ากำลังนั่งอยู่บนเรือด้วยซ้ำ
แต่เรือในที่นี้คงไม่ใช่เรือเกลือ หรือเรือเมล์ที่แล่นกันเอื่อยๆ ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง แต่เป็นเรือสปีด โบ๊ทลำจิ๋วที่ให้ทั้งความเร็ว ความแรง โดยเฉพาะเรือรุ่นใหม่ๆ ที่มีขนาดเล็กและกินน้ำตื้นลง และที่เพิ่มเติมมาอีกอย่างคือ ระดับเสียงที่ "เงียบ" ลงกว่าเดิมมาก
ในต่างประเทศ การเดินทางด้วยเจ็ตสกีในแม่น้ำเริ่มเป็นที่นิยมแพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ ส่วนในเมืองไทยถ้าตอบโจทย์ชาวบ้านได้ในเรื่องของเสียงรบกวน มลพิษ หรือความปลอดภัยได้ก็คงได้รับการยอมรับในไม่ช้า
วันนี้ทริปการท่องเที่ยวแบบ "แรลลี่เจ็ตสกี" เริ่มมีการ "โยนหินถามทาง" กันแล้วที่ลำน้ำแม่กลอง โดยมี ธเนศ เสถียรพันธ์ เป็นโต้โผใหญ่พาเราชมความงามในท้องน้ำแม่กลองในทริปนี้
แต่ถ้าคิดจะพัฒนาให้เป็นแรลลี่เจ็ตสกีกันจริงๆ คงต้องมีการพัฒนาในเรื่องสิ่งอำนายความสะดวกริมน้ำอยู่มาก ทั้งทางขึ้นลงของเรือ ห้องสุขา ปั๊มน้ำมัน รวมทั้งความปลอดภัยของเรือที่จอดไว้ริมน้ำระหว่างขึ้นไปเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยว
ส่วนเรื่องแหล่งท่องเที่ยวนับว่าหายห่วง เพราะที่ราชบุรีมีให้เที่ยวกันเพียบ เช่น วัดเกาะนัมมทาปทวลัญชาราม ซึ่งเป็นเกาะกลางน้ำที่เกิดจากสวะลอยมาติดกันนานเข้าจนกลายเป็นสันดอนขึ้นมา ทั้งยังเคยเป็นสถานที่ "กักกันเชลย" ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย
หรือจะแวะไปชม “โบสถ์คริสต์วัดพระหฤทัย" ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี หรือจะแวะช็อปแวะชิมที่ "ตลาดร้อยปีบางนกแขวก" และตลาดน้ำชื่อดังให้แวะชมตลอดลำน้ำ
ถ้าใครไม่ชอบตลาดกระแส ลองล่องตามน้ำไปที่สมุทรสงคราม เพราะที่นั่นมี "ตลาดบางน้อย" ที่ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งยังคงสภาพบ้านเรือนเก่าแก่ริมน้ำได้อย่างน่าชื่มชม
ผู้คนที่นี่ยังไม่พลุกพล่าน แถมยังมี "โรตีแต้จิ๋ว" ให้ลองชิมด้วย ส่วนในเดือนมิถุนายนนี้ยังมีนิทรรศการภาพถ่าย "บางน้อยคอยรัก" ให้รอชมกันอีกต่างหาก
ด้วยความร่ำรวยทางวัฒนธรรมของผู้คนสองฝั่งแม่กลอง จึงทำให้การล่องแม่กลองมีเสน่ห์น่าหลงใหล และมีเพียงการปรับจูนวิถีการท่องเที่ยวสมัยใหม่ให้กลมกลืนกับวิถีโบราณแห่งลำน้ำเท่านั้นที่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้เสพอรรถรสของวัฒนธรรมลำน้ำได้อย่างแท้จริง
"กิตตินันท์ รอดสุพรรณ"
[email protected]



