
'พท.'ปัดเอี่ยวแดงศรีสะเกษไล่'มาร์ค'
"พท."ปัดเอี่ยว"แดงศรีสะเกษ"ไล่"มาร์ค" แนะหนุน พ.ร.บ.ปรองดอง ท้า บ.พีซีซีฯโชว์หลักฐานคนในรัฐบาลมีเอี่ยวยกเลิกสัญญาฯแฟลตตร. ชื่นชมทีมกม.พระวิหารซัด
วันที่ 21 เม.ย.56 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้นำรถขยายเสียงขนาดใหญ่พร้อมประกาศขับไล่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และคณะที่ได้เดินทางมาจัดรายการเดินหน้าผ่าความจริงหยุดล้างผิดคนโกง บริเวณโรงเรียนเทศบาล 7 (บ้านหนองตะมะ) ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ว่า การที่นายอภิสิทธิ์ ไปตั้งเวทีปราศรัยในช่วงการพิจารณาปราสาทพระวิหารนั้น ตนเห็นแล้วรู้สึกไม่สบายใจ เพราะคนเสื้อแดงยังคงรู้สึกว่ายังไม่ได้รับความเป็นธรรม รวมทั้งในสมัยที่เป็นนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯก็ยังบริหารประเทศผิดพลาดด้วย แต่เมื่อคนเสื้อแดงไปแสดงความเห็นต่าง กลับถูกทำร้ายร่างกาย สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่านายอภิสิทธิ์ ควรจะกลับมาทบทวนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเสียใหม่ เพราะสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ ได้เจอนั้นถึงแม้เวลาจะผ่านมาไปถึงสามปีแล้วก็ยังคงอยู่
ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีการเมืองเข้าไปแอบแฝงแต่อย่างใด เป็นเรื่องของความเห็นต่างที่คนเสื้อแดงยังคงได้รู้สึก ดังนั้น สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ ควรจะทบทวนในเรื่องร่างพ.ร.บ.ปรองดองใหม่ เพื่อจะได้เยียวยาจิตใจของประชาชนทีสูญเสียและนำไปสู่ความปรองดองที่แท้จริง
ท้า "บ.พีซีซีฯ" โชว์หลักฐาน คนในรัฐบาล มีเอี่ยวยกเลิกสัญญาฯ แฟลตตร.
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ได้ยกเลิกสัญญาจ้างกับบริษัท พีซีซี ดิเวลล็อปเมนท์ แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด ที่ก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่งทั่วประเทศ ว่า ขอชื่นชม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.เพราะเป็นความคิดที่ถูกต้องแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการเยียวยาให้ข้าราชการตำรวจหลายหมื่นคนที่รอคอยโรงพักทดแทนนี้ รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพราะไม่มีโรงพักคอยให้บริการ
ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาบริษัท พีซีซีฯออกมาให้สัมภาษณ์ภายหลังจากที่ สตช.ยกเลิกสัญญาการก่อสร้างว่า มีการเมืองเข้ามาแทรกแซงและมีคนในรัฐบาล รวมถึงคนที่อยู่ต่างประเทศคอยบงการอยู่เบื้องหลัง และจะทำการเปิดเผยถึงกระบวนการแทรกแซงดังกล่าวด้วยนั้น ขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง และขอท้าว่า หากมีหลักฐานจริงก็นำออกมาเปิดเผย อย่าให้สัมภาษณ์ที่สร้างความเสียหายให้แก่คนในรัฐบาล รวมถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะจากที่มีการตรวจสอบอนุสาวรีย์แห่งความอัปยศที่เหลือแต่ตอเหล็กนั้น เป็นการประจานการทำงานของ บ.พีซีซีฯ รวมถึงการทำงานของรัฐบาลชุดก่อนว่าล้มเหลวอยู่แล้ว
ทั้งนี้ตนยังได้รับร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร ภาค 8 ว่า แฟลตตำรวจก็ยังสร้างไม่เสร็จเช่นกัน โดยในสัปดาห์หน้าตนก็จะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบที่จ.ภูเก็ต และต่อด้วยจ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของตำรวจภูธร ภาค 8 ภายในสัปดาห์หน้าด้วย
นอกจากนี้ตนได้จัดทำหนังสือชื่อ “ช่วยด้วย...ตำรวจโดนปล้น” ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อเท็จจริงมาเขียนเพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจว่าทำไม สตช.ถึงได้ทำการยกเลิกการสร้างโรงพักทดแทนนี้ โดยจะทำการจัดจำหน่ายและมอบรายได้ทั้งหมดภายหลังหักค่าใช้จ่ายให้แก่ข้าราชการตำรวจใน 3 จังหวัดภายแดนภายใต้ด้วย
ชื่นชม "ทีมกม.เขาพระวิหาร" ซัด ฝ่ายค้าน อย่าบิดเบือน
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคดีพิพาทปราสาทพระวิหาร โดยวันนี้คณะทำงานด้านกฎหมายเพื่อต่อสู้คดีได้เดินทางถึงท่าอากาศย่านสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเวลา 07.00 น.ซึ่งประชาชนไปต้อนรับจำนวนมาก เพื่อชื่นชมการทำหน้าที่ของทีมกฎหมาย ตนในนามพรรคเพื่อไทยขอชื่นชมและให้กำลังใจทีมกฎหมายถึงผลการสู้คดีจะเป็นอย่างไร วันนี้ประชาชนถือเป็นความสุขที่ได้รับจากการถ่ายทอดสดที่รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศได้ให้ประชาชนได้เห็นข้อมูลรอบด้าน อีกทั้งตนเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจกับประชาชนแล้ว ทั้งนี้ขอเรียกร้องไปยังฝ่ายค้านไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์โหมกระแส โดยอย่าทำเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเกมการเมืองหรืออย่านำเรื่องดังกล่าวไปบิดเบือนเพื่อหวังเป็นผลทางการเมือง เชื่อว่ารัฐบาลและทีมกฎหมายได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ถึงแม้ผลตัดสินจะเป็นอย่างไรประชาชนก็ติดตามผลของเรื่องดังกล่าวอยู่ ฝ่ายค้านควรหยุดวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ได้แล้ว การชี้แจงของทีมทนายความได้กระทำอย่างสมบูรณ์แบบ
ส่วนกรณีที่นายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำกลุ่มกรีน จะนำเรื่องดังกล่าวไปขยายผลโดยทำสมุดปกดำและเปิดเวทีปราศรัย ตนเห็นว่าควรจะทบทวนการกระทำดังกล่าวเนื่องจากอาจนำไปสู่ความสับสนของประชาชนและอาจนำไปสู่ความขัดแย้งควรให้เป็นเรื่องของประเทศชาติที่คนไทยร่วมใจกันตัดสิน
เพื่อไทย ชี้แถลงการณ์ ไม่รับอำนาจศาลรธน. เป็นเรื่องของส.ส.
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีฝ่ายกฏหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวพาดพิงมายังส.ส-ส.ว.และพรรคเพื่อไทยที่ไม่รับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ กรณีรับคำร้องมาตรา 68 พร้อมระบุด้วยว่า จะมีการยุบองค์กรอิสระอย่างศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลปกครองว่า ขอปฏิเสธ ว่าไม่เป็นความจริง การออกแถลงการณ์ไม่รับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของส.ส.ไม่ใช่นามพรรค โดยกลุ่มส.ส.ที่ออกแถลงการณ์ต่างเห็นว่า ศาลไม่มีอำนาจรับคำร้อง เป็นอำนาจที่ไม่ชอบโดยรัฐธรรมนูญ หากยอมรับเรื่องนี้จะกลายเป็นว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจสูงสุด สามารถตรวจสอบได้ทุกทั้งหมดทั้งปวง ไม่เว้นแม้กระทั่งองค์กรอิสระด้วยกันเอง ผิดหลักคานอำนาจของประชาธิปไตยที่มี 3 เสาหลักคานอำนาจกัน คือ ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ
ทั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญต้องบัญญัติขอบเขตการทำหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้เท่านั้น เมื่อเป็นการก้าวล่วงอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติอย่างโจ่งแจ้ง ทำให้สมาชิกรัฐสภาต้องออกมาปกป้องการทำหน้าที่ของตัวเองในฐานะตัวแทนประชาชน การที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ฝ่ายกฏหมายออกมาปกป้องศาลรัฐธรรมนูญ น่าจะมาจากการที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็คัดค้านไม่ให้แก้รัฐธรรมนูญมาตลอด แต่สมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์กลับมีการแก้ถึง 2 มาตรา
อย่างไรก็ตามอยากขอเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ให้รักและเคารพ รวมทั้งรักษาเกียรติภูมิของสถาบันรัฐสภาที่ตัวเองเป็นสมาชิก เพื่อไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญก้าวล่วง อย่าคิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเองจนไม่นึกถึงการเป็นสมาชิกรัฐสภาตัวแทนประชาชนชาวไทย
กำชับ ส.ส. ลงพื้นที่ ทำความเข้าใจ ประชาชน 4 เรื่อง
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า หลังจากรัฐสภาปิดสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ พรรคได้ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 264 คน สมาชิกพรรคเพื่อไทย รวมถึงสมาชิกในฝ่ายบริหารที่ว่างเว้นจากภารกิจ ได้ร่วมกันลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนใน 4 เรื่อง 1. พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ว่ามีความจำเป็นอย่างไร ในการปรับระบบขนส่งมวลชนให้ประเทศได้ผลประโยชน์จากการกู้เงิน และไม่ได้เป็นภาระกับงบประมาณแผ่นดินและไม่ได้เป็นหนี้ถึง 50 ปี 2.ความจำเป็นในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 3 ร่างของสมาชิกรัฐสภา 312 คน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่าทำไมต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญและการแก้ไข 3 ร่างจะเป็นประโยชน์กับประชาชนและเป็นการคืนความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากลยอมรับไม่ได้แก้เพื่อพรรคการเมืองหรือแก้ไขเพื่อรัฐบาลให้ได้ประโยชน์ 3.ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า มีความจำเป็นต้องเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาพิจารณา 4.รับฟังความเดือดร้อนของประชาชนโดยเฉพาะเรื่องภัยแล้งในพื้นที่ภาคอีสาน ทั้งนี้ทางพรรคจะเรียกประชุมในทุกต้นเดือนถึงแม้จะปิดสมัยประชุมจะเรียกประชุมพรรค



