ข่าว

บุคคลทรงอิทธิพลที่ไม่เป็นข่าว

บุคคลทรงอิทธิพลที่ไม่เป็นข่าว

21 เม.ย. 2556

บุคคลทรงอิทธิพลที่ไม่เป็นข่าว : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ : โดย...อุไรวรรณ นอร์มา

               นิตยสารไทม์ ได้เผยรายนามบุคคลผู้มีอิทธิพลที่สุดของโลก 100 คนประจำปี 2556 เมื่อวันพุธที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา นับเป็นปีที่ 10 แล้วที่ไทม์จัดทำทำเนียบในหัวข้อนี้ ซึ่งต้องย้ำว่าไม่ใช่การจัดอันดับว่าใครมีอิทธิพลมากน้อย แต่เป็นการจัดทำโดยแยกบุคคลที่ประสบความสำเร็จ สร้างแรงบันดาลใจ สร้างการเปลี่ยนแปลง มีบทบาทหรือได้รับการยอมรับเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ  ผู้บุกเบิก ผู้นำประเทศ ผู้ที่เป็นสัญลักษณ์ในด้านต่างๆ และศิลปิน

               ในปี 2556 นี้  มาลาลา ยูซาฟไซ นักเรียนหญิงปากีสถานผู้กล้าเรียกร้องสิทธิการเรียนหนังสือของเด็กหญิงในเขตอิทธิพลของกลุ่มสุดโต่งตาลีบัน จนแทบเอาชีวิตไม่รอด หลังถูกตาลีบันจ่อยิงบนรถบัส คือคนที่โดดเด่นสุดในร้อยอันดับก็ว่าได้ ในปีเดียวกันนี้ สาวน้อยวัย 15 ปี ยังได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอีกด้วย

                นอกจากยูซาฟไซ ที่น่าสนใจยังมีนายเอลอน มัสค์ ผู้ก่อตั้งบริษัทสเปซเอ็กซ์ ที่จะให้บริการขนส่งเสบียงและพาคนท่องอวกาศ ธุรกิจที่นึกไม่ถึงจะมีผู้กล้าบุกเบิก อามีร์ ข่าน นักแสดงนำจากหนังบอลลีวู้ดชิงออสการ์อย่าง ลากาน เมื่อหลายปีก่อน ผันตัวมาเป็นโปรดิวเซอร์และนักเคลื่อนไหวไฟแรงเพื่อสังคม หลี่ นา ยอดนักหวดสาวผู้ปลุกกระแสความนิยมในกีฬาเทนนิสในแดนมังกร และสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเทนนิสเอเชียคนแรกที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลม โดยเธอคว้าเฟรนช์โอเพ่นเมื่อปีที่แล้วท่ามกลางสายตากองเชียร์ชาวจีน 116 ล้านคน เจย์ ซี นักร้องฮิพฮอพ สามีบียอนเซที่อยู่ในทำเนียบทั้งสามีภรรยา และเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ นักแสดงสาวเจ้าของรางวัลออสการ์ดารานำหญิงปีล่าสุด นอกนั้นก็เป็นผู้นำที่โลดแล่นวนเวียนอยู่ในข่าวโลก รวมทั้งคิม จอง อึน ผู้นำหนุ่มเกาหลีเหนือผู้ทำให้ชาวโลกปวดศีรษะเป็นระยะ

               เว็บไซต์ของไทม์ ได้ลงเรื่องราวอย่างย่อของบุคคลทรงอิทธิพลไว้สามารถเข้าไปอ่านได้ โดยแต่ละท่านได้บุคคลที่มีชื่อเสียงเขียนยกย่องไว้ อย่างเรื่องของยูซาฟไซ ผู้เขียนก็คือเชลซี คลินตัน บุตรสาวอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน และอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ฮิลลารี แต่เธอเขียนในฐานะผู้สื่อข่าวพิเศษของเอ็นบีซี ขณะที่นายไมเคิล บลูมเบิร์ก นายกเทศมนตรีนิวยอร์ก เขียนให้เจย์ ซี 

                แต่เปิดโลกวันอาทิตย์นี้ ขอเลือกบุคคลบางท่านที่ไม่ใช่ผู้ปรากฏเป็นข่าวบ่อยๆ แต่อิทธิพลของงานที่พวกเขาทำอยู่นั้นน่าสนใจอย่างยิ่ง อาทิ 

                โรยา มาห์บูบ นักธุรกิจสาวชาวอัฟกันวัย 25 ปี แม้สิทธิของสตรีอัฟกันปรับปรุงดีขึ้นตามลำดับหลังยุคตาลีบัน ชาวอัฟกันจำนวนมากก็ยังเชื่อว่าผู้หญิงควรอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนดูแลครอบครัว แต่โรยา มาห์บูบ นอกจากออกทำงานนอกบ้านเต็มตัวแล้ว เธอยังทำธุรกิจที่มุ่งเปลี่ยนขนบความคิดเช่นนั้นอีกด้วย

                  "อัฟกัน ซิตาเดล ซอฟต์แวร์" บริษัทที่ปรึกษาด้านไอทีที่เธอก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2553 มีพนักงานราว 25 คน จำนวนนี้เป็นผู้หญิงถึง 18 คน งานของลูกน้องของเธอ คือพัฒนาซอฟต์แวร์และฐานข้อมูลแก่บริษัทเอกชน กระทรวงและนาโต ทั้งยังพยายามทำให้สตรีเข้าถึงตำแหน่งงานเหล่านี้ โดยอนุญาตให้พนักงานหญิง 5 คนสามารถทำงานจากบ้านได้

                   ในอัฟกานิสถาน คนส่วนใหญ่เข้าถึงโลกออนไลน์ในร้านอินเทอร์เน็ตเขตเมืองเท่านั้น ซึ่งบ่อยครั้ง ไม่ใช่สถานที่ปลอดภัยและไม่สะดวกสำหรับผู้หญิง มาห์บูบจึงกำลังสร้างห้องเรียนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตฟรีได้ทั่วประเทศ 40 ห้องเพื่อให้นักเรียนหญิง 1.6 แสนคนท่องโลกไซเบอร์ได้ นอกจากนี้ ยังเปิดเว็บบล็อกและเว็บวิดีโอแบบหลายภาษา ให้เป็นพื้นที่ที่สตรีอัฟกันบอกเล่าเรื่องราวของตนเอง ปัจจุบัน มีนักเรียนนักศึกษาหญิงเกือบ 300 คนที่เข้าไปโพสต์  ช่วยให้เด็กหญิงและสตรีอัฟกันได้มองเห็นตัวเองมากขึ้น และทำให้โลกเข้าใจอัฟกานิสถานมากขึ้นในเวลาเดียวกัน

                     ฮันนาห์ เกย์ แคเธอรีน ลูซูเรียกา และเดบอราห์ เพอร์โซด์

                   สตรีทั้งสามท่านคือ นักวิจัยที่พบความก้าวหน้าอย่างสำคัญและให้ความหวังแก่การรักษาทารกแรกเกิดที่ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี สาเหตุของโรคเอดส์จากมารดา ด้วยการให้ยาต้านไวรัสเอชไอวีแก่ทารกหลังลืมตาดูโลกไม่กี่ชั่วโมง

                    เกย์ กุมารแพทย์ที่มหาวิทยาลัยมิสซิสซิปปี ลูซูเรียกา นักวิทยาภูมิคุ้มกันมหาวิทยาลัยแมตซาชูเซตส์ และเพอร์โซด์ นักไวรัสวิทยา ศูนย์กุมารเวชจอห์นสฮอปสกิน สามารถยับยั้งการขยายตัวของไวรัสเอชไอวีได้เป็นผลสำเร็จ ทำให้เด็กคนหนึ่งที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีการนี้เมื่อตอน 2 ขวบ ขณะนี้อายุ 21 ปี ไม่จำเป็นต้องใช้ยาต้านไวรัสอีกต่อไปและไม่มีสัญญาณของเชื้อมรณะ การค้นพบของนักวิจัยทั้งสามท่านบ่งว่าการบำบัดตั้งแต่เนิ่นๆ ได้ผลมากกว่าที่คิด และเป็นความหวังแก่ผู้ใหญ่เช่นกันหากได้รับการบำบัดอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกันหลังติดเชื้อเอชไอวี

                    ดอน โยมานส์ นักล่าหินอุกาบาต วัย 70 ปี ซึ่งได้นายรัสตี ชวายคาร์ต ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ บี612 องค์กรเอกชนที่มุ่งศึกษาหาทางป้องกันโลกจากดาวเคราะห์น้อยพุ่งชน และเคยร่วมในภารกิจอพอลโล 9 เขียนถึงว่า การมีดอน โยมานส์ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราทุกคนนอนหลับสนิทขึ้นอีกนิดในตอนกลางคืน เพราะเป็นเวลากว่าสิบปีมาแล้วที่คนคนนี้กับตนเอง ได้ร่วมกันติดตามไล่ล่าดาวเคราะห์น้อยที่เคลื่อนเข้ามาใกล้โลกมากเกินไป

                    ชวายคาร์ต ยังกล่าวอีกว่า ดอนเป็นผู้นำความพยายามตามหาและแกะรอยดาวเคราะห์น้อยในส่วนของนาซา ขณะที่ตนมุ่งทำงานผ่านมูลนิธิ บี612 และหารือว่าจะเบนหินยักษ์นอกโลกนั้นได้อย่างไรหากจำเป็น ทุกคืน กล้องเทเลสโคปจะส่งสัญญาณสังเกตการณ์ดาวเคราะห์น้อยไปยังทีมของดอน ที่ห้องปฏิบัติการทดลองเจ็ต โพรพัลชั่นแห่งนาซา เพื่อประมวลข้อมูลเกี่ยวกับวิถีโคจรของก้อนหินยักษ์นอกโลกเป็นเวลาหลายปีหรือหลายทศวรรษในอนาคต ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นาน ดอนกับทีมงานของเขาจะเป็นผู้ออกมาเตือนโลกว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเริ่มรณรงค์หาทางป้องกันพิบัติภัยจากอวกาศที่สามารถคำนวณได้         

                      หวัง ซู่ ยอดสถาปนิกแห่งแดนมังกรวัย 49 ปี 

                    หลายปีมานี้ จีนกลายเป็นห้องแล็บทดลองด้านสถาปัตยกรรมใหญ่สุดของโลก ด้วยมีอาคารหน้าตาแปลกๆ คล้ายโดม คล้ายรถไฟเหาะ หน้าผา และเรือสำราญผุดขึ้นทั่วประเทศ แต่หวัง ซู่ เป็นสถาปนิกไม่กี่คน ที่ประสบความสำเร็จในการผสมผสานความต้องการสถาปัตยกรรมแนวใหม่โดยยังรักษาคุณค่าสุนทรียงานศิลป์ของจีนไว้อย่างน่าชื่นชม จนได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมพริตซ์เกอร์ (Pritzker Architecture Prize) รางวัลสูงสุดด้านสถาปัตยกรรมของโลก หวังและอมาชัวร์ อาร์คิเทคเจอร์ สตูดิโอของเขา ได้ออกแบบอาคารหลายแห่งที่ยังคงเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมจีน และโดดเด่นในเรื่องการใช้วัสดุรีไซเคิลมาใช้ในงาน เพื่อประท้วงการทิ้งขว้างวัสดุก่อสร้าง หลังการรื้อทำลายสิ่งปลูกสร้างอายุสั้นจำนวนมาก ผลงานที่ได้รับการกล่าวขวัญคือ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์หนิงโป และสวนกระเบื้อง งานศิลป์จัดวางที่เวนิส เบียนนาเล อาร์คิเทคเจอร์ ที่ทำจากกระเบื้องรีไซเคิล 6.6 หมื่นชิ้น

                    ในประเทศที่สถาปัตยกรรมเก่าแก่หลายร้อยปีอาจสูญหายในเวลาไม่นาน แต่หวังคือบทพิสูจน์ว่า อนาคตของสถาปัตยกรรมจีนไม่ใช่สิ่งถูกทิ้งไว้ในอดีต 

                     โอโมโตลา จาลาเด-เอไคน์เด ราชินีแห่งวงการภาพยนตร์ไนจีเรีย หรือนอลลีวู้ด อุตสาหกรรมที่ผลิตหนังภาษาอังกฤษมากที่สุดในโลกปีละ 2,500 เรื่อง ไม่ใช่ฮอลลีวู้ดดังที่คนจำนวนมากเข้าใจ แต่ส่วนมากผลิตเป็นดีวีดี เป็นอุตสาหกรรมสร้างงานแก่ชาวไนจีเรียนับล้านคน และแม่เหล็กดึงดูดผู้ชมหลายล้านตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา คือดาราหญิงวัย 34 ปี ที่แฟนๆ เรียกว่า โอโมเซ็กซี่ผู้นี้เอง

                     นับจากได้แสดงนำเรื่องแรกในภาพยนตร์เรื่อง มอร์ทัล อินเฮอร์ริแทนซ์ ในปี 2539 เธอมีผลงานตามมาอีก 300 เรื่อง เรื่อยมาจนถึงหนังฟอร์มยักษ์เมื่อปี 2553 ที่ถ่ายทำในลอสแองเจลิสบางส่วน นอกจากเป็นนักแสดง นักร้อง พิธีกรรายการเรียลิตี คุณแม่ลูกสี่ เธอยังทำงานสังคมสงเคราะห์เพื่อเยาวชนผ่านมูลนิธิของเธอเอง

                      แม้ประสบความสำเร็จถึงเพียงนี้ ก็ไม่ได้ทำให้สตรีผู้โด่งดังที่สุดแห่งแอฟริกา เปลี่ยนใจย้ายจากนอลลีวู้ด ไปฮอลลีวู้ด

                      บาสเซม ยูสเซฟ  พิธีกรรายการแนวเสียดสีการเมืองแห่งวงการโทรทัศน์อียิปต์วัย 39 ปี ที่จอน สจวร์ต พิธีกรชื่อดังแนวเดียวกันจาก เดอะ เดลีโชว์ ในสหรัฐอเมริกา ยกให้เป็น ฮีโร่ สจวร์ตกล่าวว่า งานของเขานั้นเป็นงานยาก ต้องนั่งคุ้ยข่าวการเมืองคิดมุกเสียดสี จากนั้นต้องนำมุกเหล่านั้นไปแสดงวันละ 22 นาที สัปดาห์ละ 4 วัน เช่นเดียวกับงานของบาสเซม ยูสเซฟ ในอียิปต์ แต่ความต่างคือยูสเซฟเสียดสีในประเทศที่ยังจำกัดเสรีภาพ ประเทศที่ใครพูดขัดหูผู้มีอำนาจยังจะต้องหวั่นกลัวอยู่ แต่ถึงจะอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ยูสเซฟยังสามารถผลิตรายการได้อย่างน่าทึ่ง และล้อเลียนได้อย่างน่าขบขัน

                      ขอปิดท้ายด้วยผู้นำเพื่อนบ้านอาเซียนหนึ่งเดียวที่ติดอยู่ในผู้ทรงอิทธิพลของไทม์ นั่นก็คือ ประธานาธิบดีเบนีโญ อาคีโนที่สาม แห่งฟิลิปปินส์ ซึ่งได้ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวของไทม์ เขียนถึงว่า มรดกจากการมีบิดาเป็นวีรชนทางการเมืองผู้มีชื่อเสียงที่สุดแห่งฟิลิปปินส์  มีมารดา นางคอราซอน อาคีโน เป็นประธานาธิบดีที่ประชาชนรักมากที่สุด และการไว้อาลัยการจากไปของมารดาเมื่อสิงหาคม 2552 คือแรงส่งให้นายอาคีโนก้าวสู่เก้าอี้ประธานาธิบดีปี 2553 แต่นับจากนั้น นายอาคีโนเริ่มสร้างผลงานและสร้างชื่อของตนเองได้อย่างรวดเร็ว เศรษฐกิจฟิลิปปินส์เวลานี้มีเสถียรภาพและเติบโตร้อนแรง ทั้งยังประสบความสำเร็จในการผลักดันกฎหมายสิทธิคุมกำเนิดที่แทบเป็นไปไม่ได้ในประเทศเคร่งคาทอลิก และคริสตจักรทรงอิทธิพล ยิ่งไปกว่านั้น นายอาคีโนยังกล้าต่อกรกับรัฐบาลปักกิ่งในการอ้างกรรมสิทธิน่านน้ำในทะเลจีนใต้ แต่ยังบอกไม่ได้ว่าผลลัพธ์ที่ตามมาจะออกมาในรูปใด 

 

 ........................................................

(บุคคลทรงอิทธิพลที่ไม่เป็นข่าว : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ : โดย...อุไรวรรณ นอร์มา)