
ต้านทุบ'ตึกมทร.อีสาน'ศิษย์เก่าประท้วงเดือด
ต้านทุบ'ตึกมทร.อีสาน' ศิษย์เก่าแต่งดำประท้วงเดือด : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
ความขัดแย้งระหว่างศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน กับผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) จ.นครราชสีมา กรณีการรื้อถอนอาคารหอประชุม 1 และอาคารอุตสาหกรรม 2 ซึ่งเป็นอาคารเก่าแก่อายุกว่า 50 ปี เพื่อก่อสร้างอาคารหอประชุมขนาด 3,500 ที่นั่งส่อเค้าบานปลาย ล่าสุด บรรดาศิษย์เก่า มทร.อีสาน พากันแต่งชุดดำรวมตัวประท้วงการตัดสินใจเดินหน้ารื้อถอนอาคารดังกล่าวทิ้งอย่างดุเดือด
การรวมตัวแต่งชุดดำเพื่อคัดค้านการรื้อถอนอาคารเก่าทั้ง 2 อาคารเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 19 เมษายน โดยศิษย์เก่า มทร.อีสาน นำโดย นายศุภกฤษฎ์ ทามนตรี นายโชคดี ปรโลกานนท์ นายไชยพร เกิดมงคล (จุ๋ม ด่านเกวียน) นายธีรพงษ์ศักดิ์ สังฆทิพย์ นายสำเร็จ อุณหโชค และนายวีระพจน์ เนตรสุวรรณ พร้อมศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันอีกจำนวนหนึ่ง พากันแต่งกายด้วยชุดสีดำ นัดหมายรวมตัวกันที่หน้าตึกศิลปกรรมฝั่งตรงข้ามตึกอธิการบดี เพื่อทวงถามประธานสภามหาวิทยาลัย ถึงสาเหตุที่ยังเดินหน้ารื้อถอนอาคารเก่าแก่เพื่อก่อสร้างหอประชุมใหม่
พร้อมกันนี้ ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันยังนำป้ายข้อความคัดค้านการกระทำดังกล่าวของมหาวิทยาลัย และแสดงเจตจำนงไม่เอาอาคารอเนกประสงค์ที่มหาวิทยาลัยจะก่อสร้างใหม่ขึ้นมาทดแทนอาคารหลังเดิม โดยให้เหตุผลว่าต้องการอนุรักษ์อาคารเก่าทั้ง 2 หลังไว้ เนื่องจากเมื่อปี 2507 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เคยเสด็จฯ มาประทับที่ห้องรับรองในอาคารอุตสาหกรรม 2 ซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย
ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันกลุ่มนี้ยังให้เหตุผลด้วยว่า อาคารหอประชุม 1 ซึ่งมีความจุประมาณ 600 ที่นั่ง เป็นความร่วมมือกันระหว่างอาจารย์และนักศึกษา ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2502 เป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคี ซึ่งมีคุณค่าและความหมายทางจิตใจต่ออาจารย์ บุคลากร ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันเป็นอย่างมาก
นายสำเร็จ ตัวแทนศิษย์เก่า ให้เหตุผลในการคัดค้านการรื้อถอนอาคารเก่าเพื่อสร้างอาคารใหม่ในครั้งนี้ว่า นอกจากเหตุผลที่เกี่ยวกับคุณค่าทางจิตใจแล้ว หอประชุมขนาด 3,500 ที่นั่ง ควรที่จะตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัด เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัย แต่ตำแหน่งที่จะก่อสร้างในปัจจุบันนั้นเป็นพื้นที่ปิด และแคบมีพื้นที่ไม่เพียงพอต่อการรองรับปริมาณคนและรถที่จะเข้ามาใช้บริการ ซึ่งผู้เกี่ยวข้องควรคำนึงถึง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ด้วย
ขณะที่นายศุภกฤษฎ์ แกนนำศิษย์เก่าอีกคน กล่าวว่า จะไม่ยินยอมให้มหาวิทยาลัยรื้อถอนอาคารเก่าทั้ง 2 อาคารนี้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากที่นี้เป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย ซึ่งออกแบบโดยอาจารย์วทัญญู ณ ถลาง ซึ่งเป็นอาจารย์ที่เคารพรักของศิษย์ มทร.อีสาน การออกแบบตัวอาคารสไตล์โมเดิร์นล้ำยุค อีกทั้งกระเบื้องดินเผาที่นำมาประดับอาคาร ยังสร้างชื่อเสียงให้เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียนเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ
"ที่ผ่านมาเรายื่นหนังสือและมีการพูดคุยกันหลายครั้ง แต่ก็ยังมีการเดินหน้ารื้ออาคาร ทั้งที่สมาคมสถาปนิกแห่งประเทศไทยก็บอกอยู่ว่าเป็นอาคารเก่าแก่กว่า 50 ปี ควรอนุรักษ์ไว้ เราจึงต้องแต่งชุดดำมาประท้วง เพราะเรากำลังเป็นทุกข์ ศิษย์เก่าทุกคนไม่อยากให้รื้อ เพราะเป็นสถานที่รวมประวัติศาสตร์ไว้มากมาย ทุกคนผูกพันกับที่ตรงนี้ หากมหาวิทยาลัยยังคงยืนยันจะรื้อถอนอาคารต่อไป เราจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้ชะลอโครงการนี้ไว้ก่อน ไม่ให้มีการเปิดประมูล รวมทั้งจะทำประชาพิจารณ์ขอความคิดเห็นของศิษย์เก่า และชาวโคราชทั้งหมดด้วย" นายศุภกฤษฎ์ กล่าว
สอดคล้องกับ นายธวัชชัย พรหมพินิจ ศิษย์เก่าอีกคน ที่คัดค้านเรื่องนี้ โดยให้เหตุผลว่า ก่อนหน้านี้ได้คัดค้านเรื่องดังกล่าวไปยังอธิการบดีของมหาวิทยาลัยแล้ว ซึ่งอธิการบดีรับปากว่าจะอนุรักษ์ไว้ แต่กลับเดินหน้าทุบทิ้ง ทั้งนี้บริเวณที่จะก่อสร้างอาคารประชุมขนาด 3,500 ที่นั่งนั้นควรเป็นสถานที่ที่กว้างขวางด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย แต่บริเวณนี่เป็นสถานที่คับแคบหากเกิดเพลิงไหม้จะอันตรายอย่างยิ่ง ล่าสุดทราบว่าได้ดำเนินการถึงขั้นตอนการจัดทำทีโออาร์เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเซ็นลงวันที่และเคาะอี-ออกชั่น มีการกำหนดราคาค่าก่อสร้างแล้วที่ 350 ล้านบาท จึงต้องรวมตัวกันมาทวงถามว่าตกลงจะเอาอย่างไรกันแน่
ต่อมาศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันกลุ่มนี้ เดินทางเข้าพบ ศ.ดร.ปริญญา จินดาประเสริฐ นายกสภา มทร.อีสาน ซึ่งเดินทางมาประชุมที่สำนักงานอธิการบดี เพื่อขอคำชี้แจงเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารหอประชุมหลังใหม่ โดย ศ.ดร.ปริญญารับปากว่า พร้อมรับฟังเรื่องที่เกิดขึ้นและจะให้อธิการบดีชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นในที่ประชุมสภาเร็วๆ นี้
นอกจากนี้ ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันกลุ่มนี้ ยังเข้าพบ ผศ.ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดี มทร.อีสาน เพื่อสอบถามถึงเหตุผลการรื้อถอนอาคารเก่าเพื่อสร้างหอประชุมหลังใหม่ โดย ผศ.ดร.วิโรจน์ชี้แจงว่า การคัดเลือกสถานที่และการสร้างหอประชุมเป็นแผนบริหารงาน เมื่อปี พ.ศ.2555 ซึ่งต้องสานต่อนโยบายเดิม อีกทั้งสำนักงบประมาณได้เร่งให้ปิดงบประมาณจึงต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ
"ที่ต้องใช้พื้นที่บริเวณนี้เพราะสถานที่อื่นค่อนข้างเต็มแล้ว อีกทั้งตัวสถานที่เหมาะที่จะพัฒนาเป็นศูนย์วัฒนธรรมที่นักศึกษาจะเข้ามาใช้ประโยชน์ การคัดเลือกก็ทำตามขั้นตอน และได้สอบถามจากสมาคมสถาปนิกสยามแล้ว ผมคุยกับนายกสมาคมศิษย์เก่า มทร.อีสานแล้ว รวมทั้งถามประชาคมอาจารย์ ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ซึ่งรอคำตอบอยู่ ทั้งนี้จะรับฟังทุกความคิดเห็น และจะนำเข้าไปพูดคุยในที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยอีกรอบ" ผศ.ดร.วิโรจน์ กล่าวชี้แจง
หลังฟังคำชี้แจง ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันกลุ่มดังกล่าว ได้แยกย้ายกันกลับ แต่ได้กำชับกับอธิการบดี มทร.อีสาน ว่าจะรอรับฟังข้อสรุปอีกครั้ง หากไม่เป็นไปตามข้อเรียกร้องจะหารือกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร
.................
(หมายเหตุ : ต้านทุบตึกมทร.อีสานศิษย์เก่าแต่งดำประท้วงเดือด : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



