
'ชวนนท์'ซัด'สมศักดิ์'ทำตามใบสั่ง
'ชวนนท์' ซัด 'สมศักดิ์' ทำตามใบสั่งคนแดนไกล หลังเร่งรัดแก้รธน.จนทำผิดซ้ำซาก ย้ำ 'ปชป.' ต้านนิรโทษฯคนโกง-คดีอาญา มั่นใจทีมทนายฝ่ายไทยสู้คดีพระวิหารได้
19 เม.ย.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติรับรองกำหนดเวลาแปรญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ว่า สะท้อนให้เห็นว่าขณะนี้ฝ่ายนิติบัญญัติไม่ใช่สภานิติบัญญัติเพื่อประโยชน์ ประชาชนและประเทศในการผ่านกระบวนการกฎหมายที่เที่ยงธรรม แต่สมาชิกจากรัฐบาลทำตามใบสั่งคนแดนไกล ทำให้กระบวนการสภาเละเทะไม่สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ การที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาเปิดประชุมใหม่
นายชวนนท์กล่าวว่า ทั้งที่ยืนยันว่าทำถูกต้องในการสรุปว่าแปรญัตติ 15 วัน ทั้งที่ยังมีญัตติการแปรญัตติ 60 วันของนายอรรถพร พลบุตร ค้างอยู่ โดยไม่ยอมรับว่ามีการทำผิดรัฐธรรมนูญในวันนั้น แต่กลับทำผิดซ้ำเพิ่มเติมเพื่อให้การแก้รัฐธรรมนูญเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งตนเชื่อว่าถ้านายสมศักดิ์มีเจตนาบริสุทธิืไม่มีเจตนาแอบแฝง ความลุกลี้ลุกลนอย่างนี้จะไม่เกิดขึ้น ทั้งนี้ฝ่ายกฎหมายพรรคจะดำเนินการตามกฎหมายกับนายสมศักดิ์ต่อไป
นายชวนนท์ กล่าวว่า การเร่ง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมมาพิจารณาวาระแรกในสมัยประชุมหน้า ที่อ้างว่าจะสร้างความปรองดองนั้นไม่จริงแต่จะสร้างความขัดแย้งรอบใหม่ในแผ่นดิน และการกระทำของประธานสภาและสมาชิกสภาที่เร่งรัดเรื่องนี้โดยไม่เปิดโอกาสให้ อภิปรายอย่างครบถ้วนแต่ตัดบทเร่งรัดให้มีการลงคะแนนตามใบสั่งของคนที่ต้องการล้างผิดให้ตนเอง ต้องการนิรโทษกรรมคนทุจริต คนสั่งฆ่าประชาชน ละเมิดสถาบันกษัตริย์ตามกฎหมายอาญามาตรา 112 พรรคเพื่อไทยที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ให้รับกับผลที่จะตามมาหากประเทศเดิน เข้าสู่ความขัดแย้ง และขอให้ประชาชนจดจำว่าคนเหล่านี้ให้ความเห็นชอบกับกฎหมายล้างผิดคนโกง ฆ่าคนตาย เผาบ้านเผาเมือง และคนทำผิดต่อสถาบันกษัตริย์
'ชวนนท์' มั่นใจทีมทนายฝ่ายไทยสู้คดีพระวิหาร
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงว่า มั่นใจในทีมทนายฝ่ายไทยในการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารที่ศาลโลก เพราะได้มีการตอบโต้ประเด็นของกัมพูชาทุกเรื่อง ส่วนที่กัมพูชาโต้แย้งด้วยการพยายามอ้างความถูกต้องของแผนที่ภาคผนวก 1 หรือแผนที่หนึ่งต่อสองแสนด้วยการลักไก่ว่าศาลยอมรับแผนที่ดังกล่าวในการ ตัดสินคดีปี 2505 แต่ไทยยืนยันว่าการพิจารณาคดีดังกล่าวไม่มีการรับรองหรือตัดสินเขตแดนสอง ประเทศ ซึ่งไทยต้องตอกย้ำเพิ่มเติมเพราะศาลจะพิจารณาข้อเท็จจริงจากฝั่งไทยในวันนี้ด้วย
นายชวนนท์กล่าวว่า นอกจากนี้กัมพูชา พยายามขยายคำพิพากษาของตนเองในปี 2505 เพราะศาลตัดสินเฉพาะอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร แต่ไม่ได้รับรองแผนที่ โดยกัมพูชาพยายามตีความว่าศาลรับรองแผนที่แล้วซึ่งเป็นความเท็จ ในขณะที่กัมพูชาตอบคำถามไม่ได้ว่าจะสามารถนำแผนที่ดังกล่าวไปถ่ายทอดใน พื้นที่จริงได้อย่างไร เพราะความหยาบของแผนที่ทำให้มีความคลาดเคลื่อนอย่างมาก จึงเชื่อว่าศาลจะมองเห็นในประเด็นที่ฝ่ายไทยชี้ให้เห็นเพราะแผนที่ไม่มีความ สมบูรณ์ทำให้กัมพูชาลงนามในเอ็มโอยู 43 เพื่อทำหลักเขตแดนร่วมก้ัน เป็นเครื่องยืนยันว่ากัมพูชายอมรับว่าไม่สามารถจัดทำหลักเขตแดนจากแผนที่ภาค ผนวก 1 ได้จึงต้องมาลงนามร่วมกับไทยผ่านกลไกทวิภาคีในการเจรจา
นายชวนนท์ กล่าวว่า การที่กัมพูชาพยายามอ้างว่าประเทศไทยรุกรานอธิปไตยกัมพูชาก่อนนั้น ไทยต้องประท้วงสิ่งที่กัมพูชาพูดอย่างเป็นทางการ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ไม่ให้กัมพูชานำเรื่องเท็จไปใช่ประโยชน์ในเวทีโลก และเพื่อยืนยันว่าฝั่งกัมพูชาเป็นผู้เริ่มใช้อาวุธ สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการยืนยันกับศาลว่ากัมพูชามีเจตนาสร้างความ วุ่นวายเนื่องจากมีเจตนาที่จะยกระดับปัญหาไปสู่ศาลโลก จึงอยากให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ยืนยันความถูกต้องของไทยทุกครั้งไม่ว่าจะมีการ ปะทะกันในบริเวณใดก็ตาม
นายชวนนท์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายนพดลโต้แย้งตนว่าแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เป็นผลดีกับประเทศนั้น ความจริงคือแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา สนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียวของ กัมพูชา และทนายกัมพูชานำไปกล่าวอ้างในศาลว่ารัฐบาลไทยในอดีตมีความสัมพันธ์อันดี ยินยอมให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ส่วนที่บอกว่าตนไปบอกว่านายนพดลไปเซ็นยอมรับแผนที่หนึ่งต่อสองแสนนั้นตนไม่ เคยพูด แต่บอกว่าทนายความกัมพูชาระบุว่าแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวไม่โต้พูดถึงเส้นสัน ปันน้ำที่ไทยยืนยัน เหมือนกับไทยจะสละเส้นสันปันน้ำ จึงอยากให้นายนพดลอ่านคำสัมภาษณ์ของตนให้ครบถ้วนก่อนที่จะออกมาตอบโต้ ทั้งนี้ตนไม่อยากโต้แย้งเพราะนายนพดลไม่มีสถานะเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา ปราสาทพระวิหาร สิ่งที่นายนพดลควรทำมากที่สุดคือเอาเวลาไปคิดแก้ข้อกล่าวหาที่ ป.ป.ช.ฟ้องนายนพดลไปยังศาลฎีกาฯ อย่าเอาเวลามาโต้แย้งตนเพราะเอานายนพดลเข้าคุกไม่ได้ แต่ศาลเอานายนพดลเข้าคุกได้ เพราะคำร้องของ ป.ป.ช.ข้อ 6 ระบุชัดว่า นายนพดลเอาใจฝักใฝ่ในผลประโยชน์ประเทศกัมพูชายิ่งกว่าผลประโยชน์ประเทศไทย
นายชวนนท์ กล่าวด้วยว่า รู้สึกทึ่งในความกล้าของนายนพดล ที่ออกมาโหนกระแสผลงานของนายวีรชัย พลาศรัย ในการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร โดยอยากให้ไปถามข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศว่านายนพดลเคยทำอะไรไว้กับทูต วีรชัย เพราะมีการย้ายจากอธิบดีกรมสนธิสัญญาฯไปเป็นเอกอัครราชทูตประจำกระทรวงและที่ปรึกษากฎหมาย ทั้งที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือยืนยันการทำหน้าที่ของนายวีรชัย และข้าราชการแทบจะประท้วงกันทั้งกระทรวงในขณะนั้น โดยนายวีรชัยได้เป็นทูตในรัฐบาลประชาธิปัตย์ แต่นายนพดลยังกล้าโหนกระแสตีกินผลงานของทูตวีรชัยและยังกล้าอ้างว่าที่ย้าย นายวีรชัยเพื่อให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า ตนรู้สึกเหลือเชื่อกับพฤติกรรมของนายนพดล เพราะข้าราชการทั้งกระทรวงรู้ว่านายนพดลเคยทำอะไรไว้กับนายวีรชัยเพราะความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องเขตแดนไทย-กัมพูชา



