ข่าว

'สมเจตน์'ยื่นศาลรธน.ค้านแก้ม.68

'สมเจตน์'ยื่นศาลรธน.ค้านแก้ม.68

19 เม.ย. 2556

'ส.ว.สมเจตน์' ยื่นคำร้องต่อศาลรธน. คัดค้านการแก้ไข รธน. ม.68 ชี้สุ่มเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

 

                         19 เม.ย.56 พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อคัดค้านการกระทำของนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา พร้อมสมาชิสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ทั้ง 312 คน ในการร่วมเข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมเพิ่มเติมมาตรา 68 และมาตรา 237 เนื่องจากถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 โดยให้ประชาชนผู้ทราบการกระทำใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ยื่นคำร้องผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้น ถือเป็นการจำกัดสิทธิของประชาชน และไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังเป็นการขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เคยมีคำวินิจฉัยไว้ชัดเจน ว่า ประชาชนมีสิทธิยื่นร้องพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรงอีกด้วย ดังนั้นการยื่นคำร้องในวันนี้ จึงได้ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเป็นกรณีฉุกเฉิน และขอให้ศาลมีคำสั่งให้ยกเลิกการกระทำในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 มาตรา 237 พร้อมมีคำสั่งยุบพรรคที่ส.ส. และส.ว. ที่ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราดังกล่าวด้วย

                         โดย พล.อ.สมเจตน์ กล่าวต่อว่า ตนมองว่าการเสนอแก้ไขมาตรา 68 อาจจะนำไปสู่การล้มล้างการปกครอง เนื่องจากเมื่อรัฐสภาและรัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ได้แก้สำเร็จ รัฐสภาก็อาจจะหยิบยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่ยังคงค้างอยู่ในสภามาพิจารณาได้ทันที ซึ่งอาจเป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประขาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วย เพราะหากมีการลงมติ วาระ 3 ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 สำเร็จ ถือเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ อีกทั้งยังมองว่าการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เป็นการสมยอม และแบ่งกันหน้าที่กันทำ เพื่อเอื้อประโยชน์ระหว่างส.ส.และ ส.ว. ที่จะมีการแก้ไขไม่ให้ยุบพรรค และให้ ส.ว.มาจาการเลือกตั้งทั้งหมด พร้อมทั้งไม่จำกัดวาระการดำรงตำแหน่งด้วย

                         พล.อ.สมเจตน์ ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่พรรคเพื่อไทย มีมติไม่รับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 โดยเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจนั้น ตนมองว่าก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ เพราะการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ต่างคนก็ต่างมีความคิดเห็นของตัวเอง ซึ่งทางผู้ถูกร้องก็สามารถที่จะโต้แย้งได้ หากเห็นว่าคำร้องนั้นไม่เป็นความจริง และในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญก็จะเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

                         "ปัจจุบันคนเรียกร้องประชาธิปไตย และบอกว่าประชาธิปไตยต้องเป็นของประชาชน แต่รัฐบาลกลับต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลดอำนาจของประชาชนให้เป็นอำนาจของอัยการแต่เพียงผู้เดียว สิ่งนี้คงไม่ใช่ประชาธิไตย แต่เรียกว่าเผด็จการมากกว่า" พล.อ.สมเจตน์ กล่าว

                         ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลและข้อเท็จจริงอะไรที่จะยืนยันต่อศาลได้ว่า การร้องคัดค้านไม่ได้เป็นเพียงการจิตนาการเท่านั้น พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า มาตรา 68 เป็นมาตราที่ป้องกันการกระทำที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และเห็นว่าสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้ยังไม่ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเห็นว่ายังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชนอีกมากมายที่ควรจะแก้ไขอีกมาก และเร่งด่วนแต่รัฐบาลก็ไม่ทำ พร้อมกันนี้ตนยังมองว่าการยื่นร้องครั้งนี้ก็เหมือนกับการขอกู้เงินเพื่อป้องกันน้ำท่วม 3.5 แสนล้านบาท แต่ปีนี้น้ำก็ไม่ท่วม การกู้เงินจึงเป็นมาตราการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิด ซึ่งก็เหมือนที่ตนมายื่นร้องในครั้งนี้ที่ถือว่าเป็นการป้องกัน ดังนั้นหากรัฐบาลบอกว่าการยื่นร้องเป็นการจิตนาการเกินไป รัฐบาลก็ต้องบอกได้ว่าเหตุผลที่จะแก้มาตรา 68 เพื่ออะไร