ข่าว

'ปู'พอใจไทยแจงศาลโลกปมพระวิหาร

'ปู'พอใจไทยแจงศาลโลกปมพระวิหาร

18 เม.ย. 2556

'นายกฯ' พอใจทีมทนายไทยให้การศาลโลกคดี 'พระวิหาร' เชื่อคำตัดสินไม่สร้างความขัดแย้ง 'นพดล'ยันรัฐบาล'ทักษิณ-สมัคร' ไม่เคยรับรองแผนที่1ต่อ2แสน

 

                         18 เม.ย.56 ที่รัฐสภา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การแถลงด้วยวาจากรณีข้อพิพาทปราสาทเขาพระวิหารว่า โดยเชื่อมั่นว่าทีมทนายของไทยสามารถตอบโต้ฝ่ายกัมพูชาได้ทุกประเด็น และเชื่อมั่นใจในข้อมูลต่างๆ ที่ฝ่ายไทยมีอยู่ ขณะเดียวกันก็มั่นใจว่าศาลโลกจะตัดสินไปในแนวทางที่ทำให้เกิดสันติภาพระหว่างทั้ง 2 ประเทศได้

                         เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การแถลงด้วยวาจาของฝ่ายไทยถือว่าเป็นไปตามเป้าหรือไม่ในการต่อสู้นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การต่อสู้ถือเป็นไปตามเป้า เพราะเรามีหลักฐานที่จะชี้แจงในพิกัดต่างๆ ส่วนการตั้งข้อสังเกตุที่ศาลโลกให้ทั้ง 2 ประเทศทำแนวแผนที่ตามที่ฝ่ายของตนเองเข้าใจขึ้นมาชี้แจงใหม่ จะเป็นการส่งสัญญาณว่าศาลโลจะรับตีความหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในแง่การทำงานของศาล ถือมีหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลเพื่อไปศึกษา ตนไม่ได้คิดว่าเป็นการส่งสัญญาณอะไร ทั้งนี้การต่อสู้ต้องแยกระหว่างการต่อสู้ในเรื่องคดีกับการรักษาความสัพันธ์ระหว่างประเทศ ต่างฝ่ายต่างมีบทบาทในการต่อสู้ แต่เรื่องความสัมพันธ์เราก็ต้องเดินหน้าต่อไป พร้อมกับย้ำว่าศาลจะตัดสินที่เป็นไปในแนวทางสันติ

 

'นายกฯ'รับเสด็จฯสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน

 

                         วันเดียวกัน เมื่อเวลา 17.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทำพิธีรับเสด็จสมเด็จพระราชาธิบดีฮามัด บิน อิซา อัล คอลิฟะห์ แห่งราชอาณาจักรบาห์เรนในโอกาสทางเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยนายกรัฐมนตรีได้นำสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศผสม ที่สนามหญ้าด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนทรงพระนามาภิไธยในสมุดเยี่ยม และทอดพระเนตรสิ่งของที่นายกรัฐมนตรีทูลเกล้าถวาย ที่ห้องโดมทอง ตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรบาห์เรนเพื่อทรงมีพระปฏิสันถาร ที่ห้องงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนที่รัฐบาลไทยจะเป็นเจ้าภาพถวายพระกระยาหารค่ำสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน ที่ตึกสันติไมตรี

                         ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เวลา 16.50 น. นายกรัฐมนตรีได้ร่วมเข้าเฝ้าในโอกาสสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่อาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยายาลศิริราช

 

'ปู' เรียกถกแก้ไฟใต้ สั่งเชื่อมโยง 'ซีซีทีวี' ครอบคลุมพื้นที่

 

                        น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) , พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) , พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และนายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยใช้เวลาหารือร่วม 1 ชั่วโมง

                        จากนั้นเวลา 15.00 น.พล.ท.ภราดร เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การหารือในวันนี้เป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเป็นการติดตามความคืบหน้าเรื่องของการติดตั้ง ระบบเฝ้าศูนย์ตรวจการและการติดตั้งกล้องซีซีทีวี รวมถึงอุปกรณ์อื่น ๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เกิดการบูรณาการและเกิดประสิทธิภาพในอนาคต

                        ผู้สื่อข่าวถามว่า ในที่ประชุมได้มีการนำข้อเสนอของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่เสนอให้มีการซ่อมแซมถนน และคอสะพาน หรือไม่ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า ทุกอย่างมีความสัมพันธ์กันหมด ซึ่งชุดที่ติดตั้งคือหน่วยงานความมั่นคง และหน่วยงานในพื้นที่จะทำการประสานกัน เพื่อให้เกิดความครอบคลุมทั้งพื้นที่และระบบ และหารือเน้นในเรื่องของจุดที่ต้องมีการเฝ้าระวังตรวจการ อีกทั้งบูรณาการการจัดการโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นเจ้าภาพในเรื่องของกฎกติกา

                        พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เรื่องการติดตั้งจะเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ซึ่งขณะนี้คืบหน้าค่อนข้างมาก เพราะเรื่องงบประมาณได้เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผย ทั้งเรื่องงบประมาณและกรอบเวลา แต่ทั้งนี้จะเสร็จสิ้นในเร็วๆนี้ โดยนายกฯได้กำชับให้วางระบบให้เกิดการเชื่อมต่อทุกระบบ ไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่ให้ระบบมีความสัมพันธ์กันในส่วนของกรุงเทพมหานครด้วย

                        ผู้สื่อข่าวถามว่า ในที่ประชุมได้มีการรายงานความคืบหน้าหรือเนื้อหา ที่จะไปพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นในวันที่ 29 เม.ย.นี้หรือไม่ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า ในที่ประชุมได้รายงาน โดยยืนยันให้นายกฯทราบว่าในวันที่ 29 เม.ย.นี้ จะมีการปฎิบัติการพูดคุยกัน

                        ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯได้กำชับประเด็นอะไรในเรื่องการเจรจาหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เรื่องของเนื้อหาที่จะเจรจายังเป็นเสรีของตนที่จะไปพูดคุย ในฐานะที่เป็นหัวหน้าคณะ และตนจะพูดคุยในประเด็นเรื่องการลดเหตุความรุนแรง โดยจะนำเอาข้อเท็จจริงไปพูดคุย ส่วนเรื่องที่จะมีกลุ่มใดเข้ามาขอเจรจาเพิ่มเติมหรือไม่นั้นขณะนี้ยังไม่ทราบ เพราะทางกลุ่มเจรจายังไม่มีการยืนยันมา ส่วนสถานการณ์เหตุความรุนแรงขณะนี้ก็ยังเป็นเหตุการณ์ตามปกติที่เกิดขึ้น ซึ่งเราได้เฝ้าระวังและตรวจสอบข้อมูล เนื่องจากจะได้นำข้อมูลเหล่านี้ไปพูดคุยในโต๊ะเจรจา

                        ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุระเบิดที่เมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีการหารือการเฝ้าระวังในส่วนของกรุงเทพฯและเมืองใหญ่หรือไม่ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า ผบ.ตร.ได้รายงานที่ประชุมว่า ได้เตรียมมาตรการตามปกติ และขณะนี้ยังไม่มีข้อกังวล แต่เราก็ไม่ประมาทและได้เฝ้าระมัดระวังไว้เต็มที่

 

'ทักษิณ-สมัคร'ไม่เคยรับรองแผนที่1ต่อ2แสน


                         นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ถามจุดยืนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับประเด็นปราสาทพระวิหารและพยายามโยงประเด็นกล่าวหารัฐบาลพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนในอดีต โดยอาศัยคำพูดของทนายความประเทศกัมพูชามาโจมตีรัฐบาลว่า ขณะนี้ทุกคนควรร่วมใจกันต่อสู้เพื่อให้ชนะกัมพูชา แต่พรรคประชาธิปัตย์กลับยืมปากทนายความกัมพูชามาใส่ร้ายคนไทยด้วยกันเองด้วยความเท็จ

                         ทั้งนี้ กรณีที่นายชวนนท์กล่าวว่า ทนายกัมพูชาพูดว่าสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนได้มีการเซ็นต์ยอมรับแผนที่ผนวก 1 อัตราส่วน 1 : 200,000 นั้น เป็นความเท็จทั้งสิ้น เรื่องนี้ไม่มีมูลความจริงเลย ไม่น่าเชื่อว่านายชวนนท์จะเลอะเทอะถึงขนาดนั้น เพราะไม่มีตอนใดที่มีการพูดเช่นนั้น ทุกคนรู้ว่าแผนที่ 1 : 200,000 ไม่ถูกต้องและทำให้ไทยแพ้คดีในศาลโลก ดังนั้น คงไม่มีรัฐบาลชุดใดไปยอมรับแผนที่นี้แน่นอน และข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศหรือกองทัพจะยอมให้ทำเช่นนั้นได้อย่างไร แค่คิดก็ผิดแล้ว
 
                         นายนพดล กล่าวอีกว่า แถลงการณ์ร่วมสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ที่นายชวนนท์กล่าวพาดพิงนั้น รัฐบาลในอดีตทำเพื่อปกป้องพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งทีมกฎหมายไทยชุดปัจจุบันทั้งนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำเนเธอร์แลนด์ และศาสตราจารย์อแลง แปลเล่ต์ ทนายความชาวฝรั่งเศสของไทย ก็ได้แถลงว่า ในปี 2550 กัมพูชาเอาทั้งตัวปราสาทและพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรไปขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกแต่ไทยคัดค้าน จนทำให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้เฉพาะส่วนที่เป็นตัวปราสาทเท่านั้น แต่ไม่รวมพื้นที่ทับซ้อน รัฐบาลนายสมัครได้ปกป้องดินแดนพื้นที่ทับซ้อนไว้ และนี่คือแนวทางของคำแถลงการณ์ร่วมซึ่งทีมกฎหมายไทยชุดปัจจุบันก็เห็นว่าเป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดี ทั้งนี้ ตนแปลกใจที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เอาเรื่องนี้มาพูดบ้าง แต่พอทนายกัมพูชาใส่ร้ายรัฐบาลไทยในอดีตที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกลับนำเรื่องนี้มาดิสเครดิตกัน

 

ผบ.สส.ยันไทย-เขมรอยู่อย่างสันติได้

                         ที่กองทัพอากาศ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพครั้งที่ 4 ประจำปี 2556 โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมการประชุม โดยก่อนเข้าร่วมประชุมพล.อ.อ.ประจิน ได้เป็นประธานประดับเครื่องหมายความสามารถในการบินชั้นกิตติมศักดิ์ของกองทัพอากาศให้แก่ พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหมและภริยา พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และภริยา ภายหลังการประชุมผบ.เหล่าทัพ พล.อ.ธนะศักดิ์ แถลงว่า ในที่ประชุมได้เน้นย้ำเกี่ยวกับงานด้านความมั่นคงและการสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงการช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยให้กับประชาชนที่เดือดร้อน 40 กว่าจังหวัด ซึ่งกองทัพทำงานเต็มที่
 
                         ส่วนกรณีที่ทางไทยได้เข้าให้การด้วยวาจาต่อศาลโลกในคดีปราสาทพระวิหารนั้น เชื่อว่า ทุกคนมีวิจารณญาณ ซึ่งเราทีมทำงานแถลงชัดเจน โดยกองทัพมีหน้าที่สนับสนุนข้อมูล รายละเอียด รักษาความมั่นคง รักษาความสงบ และรักษาความสัมพันธไมตรี ทั้งนี้เรายังส่งเจ้าหน้าที่ข้อมูล เจ้าหน้าที่เทคนิค เจ้ากรมแผนที่ทหารร่วมคณะไปที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ด้วย เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ส่วนผู้ที่พิจารณา ผู้ต่อสู้ ผู้คาดการณ์ก็ว่ากันไป แต่อยากให้ถามผู้รับผิดชอบโดยตรงจะดีกว่า ซึ่งเหตุการณ์ทุกอย่างเป็นไปตามแผนงานที่ได้วางไว้ โดยเราได้เตรียมข้อมูลไปชี้แจงอย่างมีเหตุผล และเป็นไปตามความเป็นจริงทุกอย่าง  

                          “ผมเชื่อมั่นในตัวผู้พิพากษาว่า เป็นผู้ทรงคุณธรรม และเป็นผู้ที่มีเหตุผล มั่นใจว่า จะตัดสินอะไรออกมาในสิ่งที่เหมาะสม และถูกต้อง ซึ่งทุกคนคงพอใจต่อการให้การของไทยคล้าย ๆ กัน แต่ขึ้นอยู่กับมุมมอง ทั้งนี้ยืนยันว่า ประเด็นต่าง ๆ ที่ทางกองทัพให้ไปครบถ้วนและใช้ได้หมด ส่วนการดูแลความสงบรียบร้อยตามแนวชายแดนเป็นไปตามปกติ ผมอ่านหนังสือพิมพ์ยังงงว่า เหมือนจะมีอะไรหรือเปล่า แต่ความจริงทุกอย่างยังเป็นปกติ และภาพความสนิทสนมระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชายังเป็นปกติ และเป็นไปอย่างชื่นมื่น มีการรักษาความสัมพันธ์ที่ดี และทั้ง 2 ประเทศอยู่ในกฎกติกา ส่วนกรณีที่กลุ่มม็อบทวงคืนเขาพระวิหารออกมาเคลื่อนไหวนั้น ถือเป็นการแสดงออก และเรื่องนี้จบไปแล้ว เพราะพล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ แกนนำได้ฝากธงชาติไทยไว้กับทหารแล้ว เข้าใจว่า ทุกคนรักชาติหมด และทุกคนมีวิถีทางที่ทำ ส่วนผู้ที่รับผิดชอบที่จะต่อสู้คดีก็ทำเต็มที่ คนไทยควรให้กำลังใจ ซึ่งหากใครมีช่องทางดี ๆ สามารถส่งความคิดเห็นไปยังกระทรวงการต่างประเทศได้”พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว
 
                         เมื่อถามถึงกรณที่นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศกัมพูชา ระบุว่า หากศาลไม่ตีความเรื่องเขตแดนจะทำให้ไทยและกัมพูชาไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ตนได้ติดตามและทราบว่า ทั้งฝั่งโน้นและฝั่งนี้ระบุว่า ไม่ว่า คำตัดสินออกมาอย่างไรก็อยู่เป็นเพื่อนกัน สนิทกันได้ ทุกคนรู้อยู่แล้ว ตนไม่อยากพูดเยอะ เพราะพูดเยอะจะไม่ดี ทั้งนี้ยืนยันว่า กองทัพทั้ง 2 ชาติมีความสนิทสนม ชายแดนมีความมั่นคง หากมีปัญหาอะไรสามารถโทรคุยกันได้ ไม่มีอะไรเข้าใจผิดกัน ตนมั่นใจว่า คณะทำงานทำเต็มที่ พวกเราต้องให้กำลังใจ กองทัพมีกฎระเบียบอยู่ เราทำตามขั้นตอน อะไรจะเกิดขึ้น รัฐบาลต้องนำเข้าสู่การพิจารณา และนำเข้าสภา หรือต้องผ่านความคิดเห็นของประชาชน ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ไม่ว่าอะไรที่กระทบต่อความมั่นคงหรือกระทบอธิปไตย เมื่อกฎของประเทศเป็นอย่างไรเราต้องทำตามนั้น คนตัดสินใจไม่ใช่เรื่องทหาร การเสนอข่าวเรื่องเขาพระวิหาร จะเขียนให้เขาทะเลาะหรือรักกันก็ได้ หรือจะเขียนให้เข้าใจรวมเป็นหนึ่งก็ได้ ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยต้องรวมเป็นหนึ่ง เพราะเราต่อสู้คดีอยู่ 

                         เมื่อถามว่า พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรยังเป็นพื้นที่ของไทยใช่หรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า เรามีเอ็มโอยู 43 อยู่ ดังนั้นต้องรอผลสรุปที่จะออกมา