ข่าว

'ปชป.'วอร์กเอาท์แบน'สมศักดิ์'ไม่เป็นกลาง

'ปชป.'วอร์กเอาท์แบน'สมศักดิ์'ไม่เป็นกลาง

18 เม.ย. 2556

สภาฯเดือด! 'ปชป.' วอร์กเอาท์-ชูป้าย 'เผด็จการ' ประท้วง 'สมศักดิ์' หลังรวบรัดลงมติวันแปรญัตติแก้รัฐธรรมนูญ

 

                       18 เม.ย.56 ที่ประชุมร่วมรัฐสภา ลงมติเสียงข้างมาก 359 เสียง ต่อ 19 เสียง ยืนยันวันแปรญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ทั้ง 3 ฉบับ ตามข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา จำนวน 15 วันคงเดิม หลังจากที่ใช้เวลาพิจารณาและโต้แย้งในข้อบังคับระหว่างนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กับส.ส.พรรคฝ่ายค้าน นานกว่า 2 ชั่วโมง

                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเข้าสู่วาระพิจารณา นายสมศักดิ์ ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้ชี้แจงว่า การเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อให้มีการลงมติในญัตติที่ค้างอยู่ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย โดยในวันดังกล่าว นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ส.ว.ชลบุรี ได้เสนอเพิ่มวันแปรญัตติเป็น 30 วัน และนายอรรถพร พลบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอวันแปรญัตติเป็น 60 วัน ดังนั้นตนขอดำเนินการลงมติในญัตติดังกล่าวต่อ โดยไม่อนุญาตให้สมาชิกรัฐสภาหารือใดๆต่อที่ประชุม

                       ทั้งนี้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ได้ใช้สิทธิ์ประท้วงและระบุว่านายสมศักดิ์ทำผิดรัฐธรรมนูญ โดยนายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า นายสมศักดิ์ไม่มีอำนาจในการเรียกประชุมร่วมรัฐสภาอีก เพราะในวันที่ 3 เม.ย. ได้มีการปิดประชุมไปแล้ว ดังนั้นการเรียกประชุมรัฐสภาวันนี้ (18 เม.ย.) ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่หากมีการประชุมถือว่าเป็นการประชุมเถื่อน

                       ทำให้นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมช.สาธารณสุข และส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ชี้แจงว่าเหตุที่เรียกประชุมรัฐสภาอีกครั้ง เพราะมีความไม่ชัดเจนและสงสัยว่า ญัตติที่ได้เสนอในวันที่ 3 เม.ย. จะตกไปแล้วหรือไม่ แม้ว่าในวันดังกล่าวนั้นองค์ประชุมจะไม่ครบจำนวน อีกทั้งผู้เสนอญัตติไม่ได้อยู่ในห้องประชุมแสดงว่าไม่ต้องการให้ญัตติดังกล่าว

                       จากนั้นนายสมศักดิ์ ชี้แจงต่อที่ประชุมในข้อคำถามของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ว่า เท่าที่ตนติดตามข่าวสารผ่านหนังสือพิมพ์ ตั้งแต่วันที่ 3-18 เม.ย. พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้ตนเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติในญัตติดังกล่าว หากไม่เปิดจะยื่นถอดถอนเพราะถือว่าทำผิดรัฐธรรมนูญ ซึ่งการเรียกประชุมวันนี้ เป็นไปตามคำเรียกร้อง แต่เมื่อเปิดประชุมแล้วยังถูกทักท้วงและกล่าวหาว่าทำผิดรัฐธรรมนูญอีก สรุปตนทำอะไรก็ผิดใช่หรือไม่ ดังนั้นตนขอวินิจฉัยตามข้อบังคับ คือ ในวันที่ 3 เม.ย. มีสมาชิกรัฐสภาขอเพิ่มระยะวันแปรญัตติเป็น 60 วัน ตามขั้นตอนต้องตรวจสอบองค์ประชุม เมื่อตรวจสอบองค์ประชุมแต่องค์ประชุมไม่ครบ เท่ากับว่าเวลาแปรญัตติเป็น 15 วันตามข้อบังคับ ซึ่งเป็นไปโดยอัตโนมัติ จากนั้นตนก็ดำเนินการปิดประชุม ถือว่าดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนแล้ว และไม่สามารถทำอย่างอื่นได้

                       “ผมไม่เคยพูดว่าจะไม่เรียกประชุมอีก พูดแค่ว่าอะไรยอมก็ยอมกันเถอะ ความเห็นส่วนตัวเพื่อให้ทุกฝายสบายใจเมื่อมีญัตติค้าง ก็เรียกประชุมเพื่อขอมติ กับญัตติที่คาในรัฐสภา เพื่อให้จบกระบวนการ และจะไม่มีผลกระทบกับการประชุมกรรมาธิการ เพราะได้เลือกจากที่ประชุมสภา สมบูรณ์แล้วเหลือเวลาแปรญัตติเท่านั้น” นายสมศักดิ์ ชี้แจง

                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประท้วงของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ยังคงมีต่อเนื่อง ซึ่งนายสมศักดิ์ก็ชี้แจงตอบโต้อยู่เป็นระยะๆ จนสถานการณ์ในที่ประชุมเริ่มดุเดือด เมื่อนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ใช้สิทธิ์ประท้วงพรรคประชาธิปัตย์และกล่าวท้าทายว่า “เอากันหน่อยไหม เอากันสักหน่อย” ทำให้นายสมศักดิ์ กล่าวตัดบทไม่ให้นายครูมานิตย์ประท้วงต่อ และกล่าวว่า ตนให้สิทธิ์ประท้วงส.ส.อีก 2 คน จากนั้นจะขอปิดและให้มีการลงมติ จึงสร้างความไม่พอใจให้กับส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และแสดงอารมณ์ไม่พอใจด้วยการโห่ไล่ประธานรัฐสภา และตะโกนด่าว่า เป็นเผด็จการ ทำให้นายสมศักดิ์ซึ่งมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ระบุว่า “ผมขอปิดการใช้สิทธิ์ประท้วงและลงมติทันที” ทำให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่อยู่ห้องประชุมได้ลุกขึ้นยืนพร้อมยกมือขอประท้วง

                       ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ขอใช้สิทธิ์อภิปราย นายสมศักดิ์จึงต่อรองให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์นั่งลงทั้งหมดก่อนให้นายอภิสิทธิ์ได้สิทธิ์อภิปราย จากนั้นนายอภิสิทธิ์ชี้แจงว่า การลงมติในวาระที่กำหนดไว้ในวันนี้ ไม่สามารถทำได้ หากนายสมศักดิ์ไม่ถอนคำพูดที่ให้ไว้ในที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ระบุว่าให้แปรญัตติภายใน 15 วัน ตามข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา ทั้งที่องค์ประชุมไม่ครบ ดังนั้นหากจะให้มีการลงมติได้ ต้องถอนคำวินิจฉัยดังกล่าวก่อน เช่นเดียวกับนายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้สิทธิ์อภิปรายทักท้วง และร้องขอให้นายสมศักดิ์ ได้ถอนคำวินิจฉัยก่อน

                       แต่นายสมศักดิ์ ยืนยันว่าจะยึดตามคำที่ได้วินิจฉัยเนื่องจากข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 96 ไม่เปิดช่องให้ทำตามข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์และนายชวนได้ ทั้งนี้ตามข้อบังคับการประชุมที่กำหนดแปรญัตติใน 15 วันก็จะครบกำหนดวันที่ 19 เม.ย. นี้ เพราะการลงมติเกิดขึ้นวันที่ 4 เม.ย. เวลา 02.00 น. ดังนั้นผลการใช้บังคับจะเกิดขึ้นในวันถัดไปคือวันที่ 5 เม.ย จากนั้นได้กดสัญญาณเพื่อเรียกให้สมาชิกรัฐสภาแสดงตนและลงมติในญัตติที่ค้างอยู่ทันที

                       ทำให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กลุ่มใหญ่ลุกเดินออกจากห้องประชุมทันที และมีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กลุ่มหนึ่งยังอยู่ในห้องประชุมเพื่อประท้วงการทำหน้าที่ของนายสมศักดิ์ อาทิ นายอรรถพร พลบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ได้เดินชูกระดาญขนาดเอ4 ที่เขียนคำว่า “เผด็จการ” ในห้องประชุม

                       ผลการลงมติปรากฏว่าที่ประชุมเสียงข้างมาก 356 เสียงเห็นชอบตามวันแปรญัตติเดิมคือ 15 วัน และอีก 19 เสียงเห็นตามญัตติของพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีผู้ที่งดออกเสียง 33 เสียง และไม่ลงคะแนน 5 เสียง จากนั้นนายสมศักดิ์ กล่าวว่า สรุปการยื่นเสนอคำแปรญัตติ จะครบกำหนด 15วัน ในวันที่ 19 เม.ย. นี้ จากนั้นได้ปิดประชุมทันที

 

'ปชป.' จ่อยื่นถอดถอน 'สมศักดิ์' ทำหน้าที่ขัดรธน.

 

                      นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และนายธนา ชีรวินิจ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงข่าวกรณีพฤติกรรมการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมรัฐสภาของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาว่า จงใจกระทำการขัดรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมรัฐสภา

                      นายวิรัตน์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะดำเนินการยื่นถอดถอนนายสมศักดิ์  เนื่องจากทำหน้าที่ประธานดำเนินการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ พ.ศ...ที่ไม่ถูกต้องวิธีบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ โดยการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญต้องทำครบถ้วนทั้งหลักสารบัญญัติและวิธีสบัญญัติ แต่การลงมติในขณะที่องค์ประชุมไม่ครบ ซึ่งประธานการประชุมทำได้เพียงอย่างเดียวคือการปิดประชุม แต่กลับระบุว่าให้กำหนดวันแปรญัตติ 15 วัน ตามข้อบังคับ ทั้งเชาวเลขและบันทึกการประชุมระบุชัดเจนว่าในวันที่ 4 เม.ย.นั้นองค์ประชุมไม่ครบ ซึ่งการยื่นถอดถอนดังกล่าว ถ้าทำในส่วนบุคคลสามารถยื่นโดยตรงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ว่าจงใจกระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญขณะที่ ส.ส.หรือ ส.ว. สามารถลงชื่อจำนวน 125 คน ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้

                      "พฤติกรรมของประธานซอมบี้ถือว่าจงใจที่จะทำผิดรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจมีใบสั่งมาทำให้พยายามเร่งรัดการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้จบโดยเร็ว ทั้งที่กระบวนการพิจารณายังมีปัญหา ซึ่งผมจะยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เพื่อถอดถอนและดำเนินคดีอาญากับนายสมศักดิ์ในสัปดาห์หน้า และจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ เนื่องจากเห็นว่าเข้าข่ายล้มล้างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 68 เนื่องจากมีการล้มล้างอำนาจประชาชน" นายวิรัตน์ กล่าว

                      นายธนา กล่าวว่า นายสมศักดิ์ ได้มีพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. กลับไม่ยอมรับฟังการท้วงติงจากพรรคฝ่ายค้าน กลับเดินหน้าเหมือนมีใครสั่งการอยู่เบื้องหลังตามแผนการที่ตั้งใจไว้ ทั้งนี้มองว่าประธานทำตัวเหมือนวัวพันหลักทำผิดซ้ำซาก ซึ่งทางศาลรัฐธรรมนูญและผู้ที่เกี่ยวข้องคงจะเห็นชัดเจนว่ามีอะไรแอบแฝง