
รายการคม-ชัด-ลึกตอน-อนาคตรถเมล์เอ็นจีวี4พันคัน
ในที่สุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ตีกลับโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ของกระทรวงคมนาคม ให้กลับไปทบทวนใหม่อีก 1 เดือน ท่ามกลางคำถามว่า จะเป็นแค่การ "ซื้อเวลา" เพื่อประลองกำลัง หรือต่อรองทางการเมืองระหว่างประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย หรือไม่
รายการ คม ชัด ลึก วันพุธที่ 3 มิถุนายน 2552 ตอน : อนาคต รถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน นำเสนอมุมมองหลากหลายจากตัวแทนของ ขสมก. ซึ่งเชียร์โครงการนี้สุดตัว และเสียงคัดค้านจากรถร่วม และเอกชน ที่ค้านสุดลิ่มเช่นกันเพื่อชั่งน้ำหนักว่า เหตุผลของใครน่าฟังกว่ากัน
คนที่สงสัย พูดให้ตายก็ไม่เชื่อ
ปิยะพันธ์ จำปาสุต ประธานคณะกรรมการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวถึงกระแสคัดค้านโครงการนี้ว่า เรื่องนี้คนที่สงสัย หรือไม่เชื่อ พูดให้ตายก็ไม่เชื่อ และถ้าไม่ทำโครงการนี้ ขสมก. ก็จะขาดทุนไปเรื่อยๆ ถึงวันละ 600 ล้านบาท
เขายืนยันว่า โครงการนี้สภาพัฒน์เคยศึกษามาแล้วว่าทำแล้วได้กำไร อย่างเลวที่สุด คือ เสมอตัว แต่ไม่ขาดทุน จึงไม่เข้าใจว่า เหตุใดรัฐบาลจึงให้ส่งเรื่องให้สภาพัฒน์กลับไปพิจารณาอีก 1 เดือน ทั้งที่เคยศึกษามาแล้ว
ส่วนตัวเลขค่าซ่อมบำรุงรถ 2,250 บาท ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นตัวเลขสูงเกินจริง และไม่มีการปรับลดเลยนั้น เขายืนยันว่าตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่คณะกรรมการ 3 ฝ่าย คือ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และกระทรวงการคลัง พิจารณาร่วมกัน ไม่ได้มีใครคิดเอาเอง
ประธานบอร์ด ขสมก.ระบุว่า หากรถเมล์ 4,000 คัน เข้ามา รถ ขสมก. 3,526 คัน ต้องเปลี่ยนทั้งหมด เพราะคันที่ใหม่สุดอายุ 12 ปี เก่าสุด 22 ปี
จุดประสงค์ คือ ต้องการให้คุณภาพชีวิตคนจนดีขึ้น ไม่ต้องนั่งรถร้อน โดยคนที่นั่งรถเที่ยวเดียวจะคิด 12 บาทตลอดสาย ส่วนคนที่นั่งรถหลายเที่ยวทั้งวันคิดแค่ 30 บาท ถ้าเป็นตั๋วเดือนจะลดให้ 100 บาท เหลือแค่ 800 บาท ส่วนคนที่ได้สิทธิ์ลดครึ่งราคาก็เสียแค่ 400 บาท
เช่า 5 ปี วันละ 1,800 แถมได้รถเป็นกรรมสิทธิ์
บรรยงค์ อัมพรตระกูล ประธานชมรมรถร่วมบริการ ขสมก. มองว่า การเช่า เช่าซื้อ หรือซื้อขาดไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือจะทำอย่างไรให้ได้ราคาถูกที่สุด โดยที่เราไม่เสียเปรียบมากกว่า
เขาบอกว่า เขาเองก็เช่ารถอยู่เช่นกัน แต่เช่าแค่วันละ 1,800 บาท ไม่ใช่ 2,000 กว่าบาทเหมือน ขสมก. โดยเป็นสัญญาเช่า 60 เดือน พอเข้าสู่ปีที่ 6 ก็จะได้รถตกเป็นกรรมสิทธิ์ด้วย
หากเป็นสัญญา 10 ปี เขาจะเช่าแค่วันละ 1,200 บาทเท่านั้น ซึ่งถูกกว่า ขสมก.เกินครึ่ง ส่วนค่าซ่อมบำรุงที่จริงแล้วควรจ่ายวันละ 1,000 บาทเท่านั้น ไม่ใช่ 2,250 บาท เหมือน ขสมก.
ประธานชมรมรถร่วมบริการ ขสมก. มองว่า ขสมก.ควรไปดูเรื่องรถร้อนมากกว่าเพื่อช่วยเหลือคนจน ส่วนเอกชนทำรถแอร์ เช่น รถเมโทรบัสก็ทำได้ดีอยู่แล้ว ส่วนการเพิ่มรายได้ก็ทำได้ง่ายๆ ด้วยการจัดระเบียบเส้นทางเดินรถใหม่ เพราะวันนี้มีรถทับเส้นทางกันเยอะมาก
ถ้าเอาเงินประชาชนตอบแทนกัน จะตรวจสอบถึงที่สุด
รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. ตั้งข้อสังเกตในเรื่องรายได้กับรายจ่าย เพราะที่บอกว่าค่าเช่า 4,000 บาทกว่า บวกค่าพนักงานอีก 4,000 บาทกว่า จะมีต้นทุน 9,000 บาทกว่า โดยจะมีรายได้ 11,000 บาท แต่ทราบมาว่า ทุกวันนี้เฉพาะค่าพนักงานก็ 7,000 บาทกว่าแล้ว แล้วจะได้กำไรได้อย่างไร
เธอยกตัวอย่างความล้มเหลวของรถยูโรทูปรับอากาศ ซึ่ง ขสมก.เคยบอกว่าจะได้กำไรภายใน 2 ปี แต่ตอนนี้ผ่านมา 8 ปีแล้ว ยังขาดทุนวันละ 7,000 กว่าบาทต่อคันอยู่เลย ดังนั้น หากรอบนี้ขาดทุนขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ เพราะไม่มั่นใจว่าจะพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ยังไง
ส่วนประเด็นเรื่องการ "ตอบแทน" ทางการเมือง เธอเตือนว่า หวังว่ารัฐบาลจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ต้องเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศมากกว่าตัวเอง และพรรคร่วมรัฐบาล ถ้ามีการเอาเงินของประชาชนไปใช้ตอบแทนซึ่งกันและกัน เราจะตรวจสอบจนถึงที่สุด



