ข่าว

อุบัติเหตุรถสาธารณะยังน่าห่วง(1)

อุบัติเหตุรถสาธารณะยังน่าห่วง(1)

19 เม.ย. 2556

อุบัติเหตุรถสาธารณะยังน่าห่วง (1) : คอลัมน์ ช่วยกันคิดช่วยกันคุย โดย... สุเมธ องกิตติกุล นักวิชาการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย


          ทุกครั้งที่มีเทศกาลวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน มีการเดินทางของผู้คนจำนวนมาก พร้อมกับการเฝ้าติดตามรายงานสถิติอุบัติเหตุความสูญเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่ความจริงแล้วความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุมักทำให้เกิดความสูญเสียจำนวนมาก โดยที่ผู้โดยสารซึ่งเป็นผู้สูญเสีย เสียหายและไม่ได้กระทำผิด การชดเชยเยียวยา ยังทำได้จำกัด ใช้เวลานาน และไม่เป็นธรรมกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น
 
          จากการศึกษา “โครงการอุบัติเหตุรถโดยสารสาธารณะ: ผลกระทบ การประกันภัย และการชดเชยเยียวยา” ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน ได้สัมภาษณ์ผู้ประสบเหตุ 142 ตัวอย่าง จากรายชื่อกลุ่มผู้ประสบอุบัติเหตุที่ได้รับจากทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) และบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) พบว่าผู้ประสบเหตุต้องมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งในระหว่างและหลังออกจากโรงพยาบาล โดยผู้ประสบเหตุร้อยละ 54 ของทั้งหมดใช้ระยะเวลารักษาพยาบาลมากกว่า 1 เดือน จึงจะสามารถกลับมาทำงานได้ปกติ
 
          นอกจากนี้ จำนวนเงินชดเชยที่ได้รับไม่เพียงพอต่อค่ารักษาพยาบาลจริง, การเรียกร้องค่าเสียหายใช้ระยะเวลานาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประสบเหตุจาก มพบ. ซึ่งมักจะยุติคดีความจากการดำเนินการในชั้นศาล ขณะที่กลุ่มผู้ประสบเหตุจาก บขส.ส่วนใหญ่ยุติคดีความโดยไม่พึ่งศาล และพบปัญหาในเรื่องการขาดความเข้าใจในสิทธิคุ้มครองและการต้องการจบปัญหาโดยเร็ว แม้จะไม่ได้รับความเป็นธรรม
 
          ในส่วนของการชดเชยเยียวยาจากระบบประกันภัยนั้น พบว่า วงเงินค่าเสียหายยังไม่มีความเหมาะสมเท่าที่ควร คือ วงเงินคุ้มครองกรณีบาดเจ็บเมื่อรวมค่าเสียหายเบื้องต้นแล้วไม่เกิน 5 หมื่นบาท ส่วนกรณีทุพพลภาพหรือเสียชีวิตนั้นจะได้รับค่ารักษาพยาบาลบวกเงินชดเชยไม่เกิน 2 แสนบาท ซึ่งเป็นจำนวนที่ชดเชยสำหรับผู้ประสบเหตุบาดเจ็บทั่วไปนั้นเหมาะสม แต่ไม่เหมาะสมในกรณีที่บาดเจ็บร้ายแรง เนื่องจากเมื่ออาการบาดเจ็บร้ายแรงยิ่งขึ้น ส่งผลให้ค่ารักษาพยาบาลเกินวงเงิน 5 หมื่นบาท ทำให้ได้รับเงินชดเชยที่ไม่เพียงพอ
 
          ขณะที่ค่าสินไหมทดแทนจากการขาดรายได้นั้น พบว่า จำนวนเงินที่ได้รับมีความเหมาะสม เมื่อเปรียบเทียบกับค่าขาดรายได้ที่ผู้ประสบเหตุระบุและเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายครัวเรือนเฉลี่ยและระยะเวลาที่ขาดรายได้
 
          กลุ่มผู้ประสบเหตุยังมีข้อเสนอแนะที่สำคัญ คือเรื่องคนขับรถโดยสารที่ควรมีการขับขี่รถโดยไม่ประมาท มีการตรวจสอบประวัติและมีบทลงโทษผู้ขับขี่ รองลงมาคือเรื่องข้อกฎหมายในการควบคุมความเร็วรถโดยสารสาธารณะ การคาดเข็มขัดนิรภัยและวงเงินคุ้มครองการประกันภัย นอกจากนี้ ยังอยากให้มีบทลงโทษบริษัทรถโดยสารสาธารณะ เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบร่วม รวมทั้งการตรวจสภาพรถโดยสาร ซึ่งเน้นด้านอายุการใช้งานและภาพรถก่อนใช้งาน
 
          ในสัปดาห์หน้ามาฟังข้อเสนอแนะจากทีดีอาร์ไอกันครับ
.......................................
(หมายเหตุ อุบัติเหตุรถสาธารณะยังน่าห่วง (1) : คอลัมน์ ช่วยกันคิดช่วยกันคุย โดย... สุเมธ องกิตติกุล นักวิชาการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย )