ข่าว

ศาลให้กำหนดพิกัดพระวิหารถือเป็นโอกาสไทย

ศาลให้กำหนดพิกัดพระวิหารถือเป็นโอกาสไทย

18 เม.ย. 2556

"วีรชัย" โฟนอิน ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนัก ที่ศาลโลกให้ไทย - เขมรกลับไปกำหนดพิกัดปริมณฑลปราสาทพระวิหาร ถือเป็นโอกาสไทยแจงศาลให้ลึกซึ้ง


          วันที่ 18 เม.ย.56 เมื่อเวลา 23.30 น. ของวันที่ 17 เม.ย. ตามเวลาของไทย นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ภายหลังการให้การทางวาจาของฝ่ายไทย วันแรกเสร็จสิ้นว่า วันนี้เราได้ปล่อยอาวุธมาไปตามแผนที่ทุกอย่างที่วางไว้ มีการจุดเริ่มต้นและตอนจบ รวมถึงมีจุดที่สุดยอด พรุ่งนี้เราต้องรอดูเขา แต่นี่ไม่ใช่การต่อสู้ เพราะยังอยู่ท่ามกลางมิตรภาพ หลังจากออกจากศาลฯแล้วก็มีการกอดกันตามปกติ ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าสิ่งที่เราทำไปต้องทำให้เขาต้องออกมาตอบโต้ แต่ตั้งแต่คืนนี้ เราต้องมีประชุมเตรียมการ เพื่อใช้เวลาให้ได้เต็มที่ อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนมีสติ ใช้ปัญญา และอยู่กับปัจจุบัน รอดูไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร และขอให้ติดตามศึกษาข้อเท็จจริงจากเอกสารที่ตอนนี้ได้ถูกนำมาเผยแพร่
 
          เมื่อถามถึงการที่ผู้พิพากษาตั้งคำถามในตอนท้ายต่อคู่ความ นายวีรชัย กล่าวว่า เป็นแนวโน้มใหม่ เพราะการที่ผู้พิพากษาตั้งคำถามมานั้นก็ถือเป็นเรื่องดีที่จะทำให้เราได้ชี้แจงเพิ่มเติม
 
          เมื่อถามต่อว่า การตั้งคำถามดังกล่าวมีนัยยะอย่างไร แปลได้หรือไม่ว่าศาลมีอำนาจในการตีความแล้ว นายวีรชัย กล่าวว่า ไม่น่าเป็นเรื่องตื่นตระหนก แต่เป็นเรื่องธรรมดา และถือว่าท่านให้โอกสเราเขียน อีกทั้งถือเป็นคำถามของท่านผู้พิพากษาท่านนั้นท่านเดียว ไม่ใช่คำถามของศาล
 
          ต่อข้อถามถึงความพอใจการหักล้างเรื่องของแผนที่ นายวีรชัย กล่าวว่า รู้สึกพอใจ เพราะเราวางแผนการเรื่องของแผนที่ มานาน 3 ปี แล้ว ได้ดูและศึกษาทุกอย่าง และน.ส.อลินา มิรอง เป็นคนที่ตนไว้วางใจ แม้เขาไม่มีประสบการณ์การพูดในศาลโลก แต่ตนก็วางใจว่าเขาทำได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องแผนที่ 1:200,000 กับแผนที่85D นั้น เราเชื่อว่าศาลใช้ทั้ง 2 ฉบับนี้ ซึ่งมีการใช้แผนที่ 85D เพื่อชี้ว่ามีพื้นที่พิพาทหรือไม่ ซึ่งเราชี้ให้ศาลโลกเห็น 




"อดีตแกนนำพธม" ซัด "เขมร" เล่นสกปรก นำการเมืองภายในปท. ไปเล่นเวทีศาลโลก

          นายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงการให้ถ้อยแถลงด้วยวาจาของฝ่ายไทย และฝ่ายกัมพูชา ต่อคณะผู้พิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือ ศาลโลก ในกรณีที่กัมพูชาได้ยื่นคำร้องต่อศาลฯ ให้ตีความคำพิพากษาของศาลโลกฯ เมื่อปี 1962 ว่า ในประเด็นที่ทางฝ่ายกัมพูชาได้อ้างถึงการเมืองของฝ่ายไทย ที่มีการเปลี่ยนแปลงอำนาจบริหารและมีการยึดอำนาจการบริหารประเทศ จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการก่อเหตุความรุนแรงตามแนวชายแดน ซึ่งใช้คำว่าฝ่ายไทยเป็นผู้ที่รุกรานกัมพูชาก่อน ถือเป็นความสกปรกของกลไกต่อสู้คดี ที่ใช้ข้อพิพาททางการเมืองมาเล่นงานพรรคประชาธิปัตย์บนเวทีศาลโลก นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ทนายฝ่ายกัมพูชายกมาพูด ทำให้เห็นว่านักการเมืองฝ่ายกัมพูชามีสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ และ รัฐบาลไทยในยุคปัจจุบัน ทั้งนี้ตนมองได้ว่าการทำคดีปราสาทพระวิหารครั้งนี้ นักการเมืองทั้ง 2 ประเทศมีผลประโยชน์ร่วมกัน
 
          นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากการรับฟังการให้ถ้อยแถลงด้วยวาจาของฝ่ายไทย และฝ่ายกัมพูชา เมื่อวันที่ 15 เม.ย. และ วันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมาคำนวณยากว่าฝ่ายไหนจะเป็นผู้ที่ชนะในการต่อสู้คดีรอบนี้ เพราะฝ่ายกัมพูชาพยายามโน้มน้าวให้ศาลโลกรับคำร้องไว้พิจารณา ส่วนฝ่ายไทยพยายามนำข้อมูลมาหักล้างเพื่อไม่ให้ศาลโลกรับเรื่องไว้พิจารณา โดยสิ่งที่สำคัญในการต่อสู้รอบนี้ ตนมองว่าเป็นเรื่องของแผ่นที่ 1 ต่อ 2 แสน หรือแผนที่ภาคผนวกที่ 1 ที่กัมพูชาพยายามจะยกมาเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชา เพราะถ้าจำได้แผนที่ดังกล่าวเป็นส่วนที่ทำให้ประเทศไทยแพ้คดี เมื่อปี 2505
 
          “ตอนนี้ประเทศไทยมีความเสียเปรียบฝ่ายกัมพูชา โดยเฉพาะเรื่องแผนที่ 1 ต่อ 2 แสน แต่ทนายความฝั่งไทย ได้ใช้วิธีพูดเพื่อให้เบลอ ว่าแผนที่ที่กัมพูชายกมาอ้างนั้นมีจำนวนหลายฉบับ แต่ประเด็นนี้เชื่อว่าจะไม่มีน้ำหนักในการตัดสินรับหรือไม่รับเรื่องไว้พิจารณาของศาลโลก หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าแผนที่ที่ศาลโลกใช้ตัดสินเมื่อปี 2505 เป็นแผนที่ฉบับใดกันแน่” นายสมศักดิ์ กล่าว


 

ทบ.เกาะติดไทย-เขมรสู้คดีพระวิหาร กำชับทัพภาค2 ดูแลชายแดนเต็มที่

          พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการติดตามการขึ้นแถลงทางวาจาของตัวแทนไทยต่อศาลโลกกรณีปัญหาเขาพระวิหารว่า ตามที่มีการเปิดรับฟังการแถลงด้วยวาจาของศาลโลกจากตัวแทนประเทศไทยและกัมพูชาต่อกรณีเขาพระวิหารนั้น เป็นสิ่งที่คนไทยให้ความสนใจด้วยความห่วงใยถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด ในส่วนของกองทัพบกได้เฝ้าติดตามการขึ้นแถลงของทั้งสองฝ่ายเช่นกัน ขณะเดียวกันก็ได้เน้นย้ำให้หน่วยที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ได้ทำหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน และความปลอดภัยของประชาชนอย่างดีที่สุด โดยยึดถือความถูกต้องตามกรอบกติกา ข้อตกลง และข้อกฎหมายเป็นหลัก ในขณะเดียวกันก็ระมัดระวังการดำเนินการใดๆ อันอาจส่งผลต่อความรู้สึกของสังคมโลกหรือการพิจารณา

          อย่างไรก็ตามการที่มีประชาชนบางส่วนมีความห่วงใยและพยายามแสดงออกในพื้นที่บริเวณชายแดนนั้น อาจส่งผลต่อการลดความน่าเชื่อถือของไทยได้ เพราะช่วงเวลานี้ยังไม่ได้มีการตัดสิน เพียงแต่ต่างฝ่ายต่างขึ้นแถลงให้ข้อมูลทางวาจากันเท่านั้น จึงขอความร่วมมือและความเข้าใจต่อเจ้าหน้าที่ที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกับขอให้เชื่อมั่นในระบบและกระบวนการที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ด้วย