ข่าว

เสิร์ช'กูเกิล'ตามจับโจรลักเพชร

เสิร์ช'กูเกิล'ตามจับโจรลักเพชร

18 เม.ย. 2556

เสิร์ช'กูเกิล'ตามจับโจรลักเพชร : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ


               แม้จะเคยผ่านการถูกจองจำในทัณฑสถานมาแล้ว แต่ไม่ได้ทำให้ นางจินดา จันทร์หม่อม เข็ดหลาบ หลังพ้นโทษออกมาไม่นานก็กลับไปก่อคดีซ้ำ โดยทำทีเป็นสาวไฮโซตบตาเจ้าของร้านเพชรแล้วฉวยโอกาสนำเพชรปลอมสับเปลี่ยนเพชรแท้ภายในร้าน มีผู้เสียหายหลายราย มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท โดยรายล่าสุด เจ้าของร้านเพชรชื่อดังย่านบางนาตกเป็นเหยื่อ

               เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา นายพิริยะ เกษร อายุ 49 ปี เจ้าของร้านเครื่องเพชร พี.ที.เอส. ซึ่งเปิดจำหน่ายเพชรและเครื่องประดับอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาบางนา เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางนา โดยระบุว่า มีหญิงรูปร่างท้วม ผิวขาว อายุประมาณ 40 ปี แต่งกายภูมิฐานเข้ามาติดต่อขอซื้อเครื่องเพชรภายในร้านแล้วฉวยโอกาสนำเพชรปลอมมาสับเปลี่ยนเพชรแท้ขนาด 3 กะรัต 2 เม็ด และยังขโมยแหวนเพชร 2 วง แหวนทับทิมอีก 1 วง มูลค่าทรัพย์สินรวมกันกว่า 3.4 ล้านบาท หลบหนีไป

               หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สุพจน์ พรหมศิริ รองผบก.น.5 รักษาราชการแทน ผกก.สน.บางนา สั่งการให้ พ.ต.อ.บรรจง อมฤทธิ์ ผกก.สส.บก.น.5 ร่วมกับ พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ สว.สส.สน.บางนา พ.ต.ต.สุทธิศักดิ์ พิริยะภิญโญ สว.กก.สส.บก.น.5 พร้อมชุดสืบสวนเร่งรัดติดตามคนร้าย

               ตำรวจฝ่ายสืบสวนชุดนี้ ได้ตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดภายในห้างสรรพสินค้าเกิดเหตุ พบภาพผู้หญิงคนนี้ขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีออกจากห้าง แต่กล้องวงจรปิดไม่สามารถบันทึกหมายเลขทะเบียนได้

               ต่อมาได้ตรวจสอบประวัติอาชญากรที่เกี่ยวข้องกับคดีโจรกรรมเพชรในห้างสรรพสินค้า พบว่า พฤติการณ์เช่นนี้สอดคล้องกับพฤติการณ์ของ น.ส.ปาริชาติ (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งมีหมายจับหลายใบ แต่เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดกลับพบว่า น.ส.ปาริชาติ อยู่ระหว่างถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง

               ตำรวจจึงเริ่มนับหนึ่งใหม่ โดยการสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กูเกิล โดยพิมพ์คำว่า "ฉกเพชร ลักเพชร เปลี่ยนเพชร" กระทั่งพบข้อมูลเกี่ยวกับคดีโจรกรรมเพชรในห้างสรรพสินค้า ซึ่งลักษณะการก่อเหตุของคนร้ายใกล้เคียงกับการก่อเหตุของคนร้ายในคดีนี้

               "ข้อมูลที่ได้จากกูเกิล มีคดีหนึ่งที่น่าสนใจ คือ เมื่อปี 2552 ตำรวจ สน.ปทุมวัน จับ น.ส.จินดา หรือดา จันทร์หม่อน อายุ 35 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ก่อคดีลักเพชรในห้างเซ็นทรัลเวิลด์ จึงปริ๊นต์ภาพถ่ายจากทะเบียนราษฎรไปให้ผู้เสียหายดู ได้รับการยืนยันว่า คล้ายกับคนร้าย จึงตรวจสอบประวัติอาชญากรต่อ พบว่าเพิ่งก่อคดีลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา ในพื้นที่ สภ.เมืองจันทบุรี" แหล่งข่าวในชุดสืบสวน เปิดเผย

               ตำรวจชุดสืบสวนจึงประสานไปยัง สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อสอบถามรายละเอียดทางคดี ทราบว่า น.ส.จินดา เข้าไปลักทรัพย์ในร้านทองแห่งหนึ่งในตัวเมืองจันทบุรี แต่ทางร้านไหวตัวทันแจ้งให้ตำรวจสกัดจับเอาไว้ได้ ขณะ น.ส.จินดา นั่งอยู่บนรถกระบะนิสสัน รุ่นนาวาร่า ทะเบียนป้ายแดง จ.สระบุรี โดยมีนายประสิทธิ์ น้อยบ้านเกิ้ง อายุ 36 ปี เป็นคนขับ โดยจับได้ในพื้นที่ สภ.ทุ่งเบญจา แต่ทั้งสองคนได้รับการประกันตัวไปแล้วเมื่อช่วงสายวันที่ 9 เมษายน

               ประวัติการก่อเหตุคดีนี้พร้อมภาพถ่ายของบุคคลทั้งสองถูกส่งต่อมายังฝ่ายสืบสวน สน.บางนา ก่อนจะมีการประสานให้ผู้เสียหายในคดีลักทรัพย์ร้านเครื่องเพชร พี.ที.เอส. มาตรวจสอบภาพถ่าย ก่อนจะมีการยืนยันว่า น.ส.จินดา เป็นบุคคลคนเดียวกับผู้หญิงที่ก่อเหตุลักเพชรของทางร้าน พนักงานสอบสวน สน.บางนา จึงขออำนาจศาลจังหวัดพระโขนงออกมายจับ น.ส.จินดา ในความผิดคดีลักทรัพย์ ซึ่งศาลได้ออกหมายจับที่ 235/2556 ลงวันที่ 15 เมษายน 2556

               ต่อมาตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.5 ได้ลงพื้นที่ติดตามจับกุม น.ส.จินดา โดยมีข้อมูลว่า น.ส.จินดา ไปพักอาศัยอยู่กับนายประสิทธิ์ ซึ่งเป็นคนรัก ที่บ้านเลขที่ 78 หมู่ 1 ต.หนองแก้ว อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด จึงเดินทางไปจับกุม 

               น.ส.จินดา รับสารภาพว่า ก่อเหตุขโมยเพชร ของร้านเครื่องเพชร พี.ที.เอส.จริง หลังก่อเหตุได้นั่งแท็กซี่กลับห้องพักในซอยลาดพร้าว 98/1 แล้วบอกให้นายประสิทธิ์ขับรถตู้ไปส่งที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขางามวงศ์วาน โดยอ้างว่าจะไปเก็บดอกเบี้ยเงินกู้ ทั้งที่ความจริงแล้วได้นำเพชรไปจำนำที่โรงรับจำนำในละแวกนั้น ได้เงินสดมา 1.1 ล้านบาท แล้วนำฝากเข้าบัญชีธนาคารจำนวน 7 แสน ที่เหลือเก็บติดตัวไว้ใช้จ่ายระหว่างพักอาศัยอยู่ใน จ.ร้อยเอ็ด

               "เงิน 4 แสน ได้นำไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ และทองรูปพรรณไปจำนวนมากจนเงินหมด จึงใช้บัตรเดบิตหักจากบัญชีเงินฝากรูดซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่อจนเงินเหลือติดบัญชีอยู่เพียง 3 แสนกว่าบาท แฟนหนุ่มไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่รู้ว่าฉันมีพฤติการณ์เช่นนี้ คดีที่จันทบุรีก็เช่นกัน ฉันก่อเหตุคนเดียว โดยแฟนไม่รู้ เขาเพียงขับรถไปจอดรอ โดยที่ไม่รู้ว่าฉันเข้าไปลักทรัพย์" น.ส.จินดา รับสารภาพ 

               ด้าน พ.ต.อ.สุพจน์ บอกว่า น.ส.จินดา ก่อเหตุมาแล้ว 9 ครั้ง โดยจะตระเวนหาซื้อแหวนเพชรปลอมแล้วเลือกร้านเพชรที่มีเพชรลักษณะใกล้เคียงกับเพชรปลอมที่เตรียมมา หลังจากนั้นจะอาศัยการแต่งกายดีคล้ายสาวไฮโซเข้าไปทำทีเลือกซื้อเพชร แล้วฉวยโอกาสที่ทางร้านเผลอสลับเพชรปลอมกับเพชรแท้แล้วหลบหนี โดยเมื่อปี 2547 เคยถูกควบคุมขังในทัณฑสถานหญิงมาแล้วครั้งหนึ่ง พ้นโทษมาเมื่อปี 2552 ก็กลับมาก่อเหตุซ้ำอีกหลายครั้ง


..........

(หมายเหตุ : เสิร์ช'กูเกิล'ตามจับโจรลักเพชร : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)