ข่าว

'เฉลิม'สั่งคุมเข้มดูแลนทท.ต่างชาติ

'เฉลิม'สั่งคุมเข้มดูแลนทท.ต่างชาติ

17 เม.ย. 2556

'เฉลิม' เผย 'ไทย' ยกระดับคุมเข้มทุกพื้นที่มี 'นทท.ต่างชาติ' จำนวนมาก หลัง 'สหรัฐ' โดน 'บึ้ม' เชื่อปชช.เคลื่อนไหวนำธงชาติไทยขึ้นปักเขาพระวิหารไม่สร้างปัญหา

 

                          17 เม.ย. 56  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุระเบิดที่เมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ทันทีที่เหตุเกิดฝ่ายข่าวกรองได้โทรศัพท์มาปรึกษาตน ทั้งนี้ในส่วนของประเทศไทยได้เตรียมการไว้อยู่แล้ว แต่หลักทั่วไปเขาไม่ทำในประเทศไทย แต่เราก็ระวังเข้มแข็งซึ่งต่างชาติก็เชื่อถือ ที่ตนได้ดำเนินการเรื่องฮิซบอลเลาะห์ เมื่อก่อนต่างชาติเขาเตือนสูงสุดแต่ตนบอกว่าไม่มีปัญหา เพราะไทยใช้พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง อย่างไรก็ตาม ในทางการข่าวคงไม่มีการพูดกัน ว่าจะต้องคุ้มกันสถานฑูตสหรัฐประจำประเทศไทยหรือไม่ เพราะคนทำงานเป็นจะไม่พูดแต่จะต้องปฏิบัติให้เกิดความปลอดภัย ทั้งนี้เราระมัดระวังทุกจุด แต่เมืองไทยไม่ใช่เป้าหมาย

                          ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางสหรัฐได้ร้องขออะไรหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าเขาร้องมาตนก็บอกไม่ได้ แต่มีหน้าที่ทำอย่างเดียว โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่มาก ๆ เราจะดูแลเพิ่มความเข้มงวด

 

เชื่อปชช.เคลื่อนไหวนำธงชาติไทยขึ้นปักเขาพระวิหารไม่สร้างปัญหา

 

                          ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพลังมวลชนทวงคืนแผ่นดินเขาพระวิหาร หลายกลุ่มเครือข่ายรวมพลังประชาชนชาวไทย ผู้รักชาติรักแผ่นดินประมาณ เตรียมนำธงชาติไทย สูง 21 เมตร ขึ้นไปปักที่บริเวณเขาพระวิหารว่า รู้สึกว่าจะซื้อธงไม่ได้ อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นตนได้เตรียมการเอาไว้เมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว โดยมีการประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่ทหารไว้แล้วเชื่อว่าเรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไร

 

เชิญ 'สมช.-สนช.-ตร.' ถกดับไฟใต้

 

                          ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศปก.กปต.) กล่าวถึงสถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า ตนได้เรียนรู้ในหลายเรื่องและได้บอกพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และพล.อ.นิพัฒน์ ทองเล็ก รองปลัดกรทะรวงการลาโหมแล้วว่า ก่อนที่จะมีการไปพูดคุยต้องปรึกษาหารือ ศปก.กปต. และในบ่ายนี้ได้เชิญ สมช. สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และตำรวจมาหารือ ทั้งนี้หลังจากที่ตนได้ลงไปในพื้นที่แล้ว ได้ไปนอนครึ่งคืนในกองร้อยตำรวจจังหวัดยะลา ก็ได้คุยกับผู้ปฏิบัติ เขาแนะนำว่าทำลักษณะไหนจะเบา ซึ่งขณะนี้ได้มอบ พล.ท.ภราดร ให้นำมาให้ตนเซ็น แต่ก็ไม่มั่นใจว่าหน่วยงานอื่นเขาเอาด้วยหรือไม่ เพราะเอกภาพต้องประชุม

                          ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องมีคนเป็นตัวกลางในการบูรณาการข่าวหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่จริงก็มีศปก.ตนยกตัวอย่างที่มีการวางระเบิดได้ เพราะถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ถ้าทำถนนให้ดีก็จะขุดยาก วางระเบิดยาก คอสะพานก็เหมือนกันต้องทำให้โล่งแจ้ง และริมถนนหญ้าก็รกรุงรังเป็นเหตุให้ลากสายไปกดระเบิดได้ ดังนั้นตนจะสั่งให้มีการปรับปรุงเรื่องเหล่านี้ให้ได้ก่อน

                          ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องเพิ่มอำนาจให้ศปก.ในการสั่งการหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ต้องเพิ่มอำนาจ แค่เห็นใจคนทำงานเท่านั้น เมื่อถามว่า การทำงานร่วมกันของเจ้าหน้าในพื้นที่ยังไม่สัมพันธ์กันใช่หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ไม่สัมพันธ์เพราะหน้าที่ต่างกัน เช่น กระทรวงคมนาคมก็ไปทาง กระทรวงมหาดไทยก็ไปทาง แต่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ได้เล่าให้ผมฟัง หากแก้ตรงนี้ได้ก็จะดีขึ้น”

                          รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้ประชุมและให้แนวทางหลายข้อ คือ 1.ทุกคนจะบอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ขึ้นที่ศชต. 2.ที่ระบุว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องหมายจับ ตนจึงบอกมี ให้มีการส่งตัวแทนและนำหมายจับมา พบกันที่ไหนก็ได้ เอาข้อเท็จจริงมาบอก และ 3.ที่ระบุว่าอยากให้ยกเลิกเรื่องพระราชกำหนด พื้นที่คุณต้องแสดงให้เห็นว่าสงบและจะทำให้ อย่างไรก็ตามวันนี้ (17 เม.ย.) ตนได้เชิญพล.ท.ภราดร สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และทางตำรวจ มาหารือ

                          เมื่อถามว่า เหตุป่วนในตัวเมืองต่างๆจากการลงพื้นที่ไปให้แนวทาง จะสามารถแก้ได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การเผายางหรืออื่นๆบางคนก็ต้องการให้เป็นสัญลักษณ์ ส่วนหนึ่งที่อยู่ในเมืองไทยเขาก็อยากมีส่วนในการพูดคุยและอยากแสดงออก และตนจะหารือกับพล.ท.ภราดร ว่าพวกที่อยากคุยด้วยจะทำอย่างไร ส่วนการเจรจาในวันที่ 29 เม.ย.จะยังเดินหน้าต่อใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องพูดคุยต่อ

                          ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำงานหลังจากนี้ต้องมีการประเมินหรือไม่ ทั้งเรื่องของยาเสพติด รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มันคนละแบบ เรื่องยาเสพติดตนใหญ่คนเดียว เมื่อถามว่า แต่ท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีต้องมีอำนาจ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “เป็นรองนายกฯที่ไม่มีความหมาย เดี๋ยวผมจะจัด แต่จะจัดอย่างไรไม่บอก”

                          ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปว่าอำนาจหน้าที่การสั่งการขณะนี้ต้องขึ้นตรงที่ใคร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องขึ้นที่นายกรัฐมนตรี เพราะนายกฯเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ตนไปพูดบางทีเขาก็ไม่เชื่อ ก็ต้องรายงานท่านนายกฯ แต่ในส่วนของทหารนั้น มีวินัยดีมากร้อยเปอร์เซ็นต์โหวต เคร่งครัด

                          เมื่อถามว่า ในพื้นที่ก็ยังอยากให้ทหารเป็นแม่งานหลัก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพราะทหารเขาเก่ง บรรยายสรุปเก่ง ตนได้ความรู้มาเยอะ เมื่อถามถึงฝ่ายราชการที่ดูเหมือนว่าจะไม่ให้ความร่วมมือเท่าตำรวจและทหาร รองนายกฯ กล่าวว่า ก็ให้เหมือนกัน แต่ขาดความเข้าใจบางส่วน คือฝ่ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัดขยัน แต่อาจไม่ค่อยมีความเข้าใจ อย่างเช่นเรื่องการซ่อมดูแลถนนบางพื้นที่ก็เป็นของผู้ว่าฯ อย่างไรก็ตามตนจะบูรณาการให้ได้ข้อยุติ เมื่อถามว่า จะลงพื้นที่อีกเมื่อไหร่ รองนายกฯ กล่าวว่า “ลง”

                          ผู้สื่อข่าวถามถึงการตัดท่อน้ำเลี้ยงของเส้นทางการเงินในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เมื่อก่อนไม่รู้แต่สมัยตนเริ่มต้นดี ส่วนแนวคิดที่จะให้กลุ่มหัวรุนแรงเข้ามาร่วมในโต๊ะเจรจาด้วยจะทำอย่างไรนั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ที่ยังมีเหตุประปราย เพราะบางคนยังมีความคิดว่าเขาไม่มีความหมาย ทั้งนี้ถ้าฝ่ายไหนจะมาให้มาบอก เพราะเราไม่รู้จักว่าใครเป็นใครซึ่งตนได้ประกาศไปแล้ว

 

สั่งปรับถนน-คอสะพาน-ข้างทาง ลดความเสี่ยงกลุ่มโจรใต้ใช้ก่อเหตุ

 

                         ร.ต.อ.เฉลิม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า จากการที่ตนได้ลงไปในพื้นที่ได้คุยกับผู้ปฏิบัติ มีข้อแนะนำว่าทำลักษณะไหนจะเบา โดยต้องทำ 3 อย่าง 1.ซ่อมแซมถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ถ้าทำถนนให้ดี ก็จะขุดยาก วางระเบิดยาก 2.คอสะพานที่ชำรุด ต้องซ่อมแซม 3.ข้างถนนหญ้าต้องโล่ง ถ้ารกรุงรังเป็นเหตุให้ลากสายไปกดระเบิดได้ จึงจะสั่งหน่วยงานในพื้นที่ให้ปรับปรุงตรงนี้ให้ได้ก่อน

                         ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า นอกจากนี้ ตนยังให้แนวทางในพื้นที่ 3 ข้อ คือ 1.เรื่องที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ขึ้นที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการตํารวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) 2.การที่ระบุว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม เรื่องหมายจับ 3.การที่ระบุว่า อยากให้ยกเลิกการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องแสดงให้เห็นว่า สงบและจะทำให้ ซึ่งได้เชิญ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสมช. ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และตำรวจมาหารือ

                         เมื่อถามถึงเหตุป่วนในตัวเมือง เมื่อลงพื้นที่แล้วมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม ตอบว่า เหตุต่างๆอาจเกิดจากความสนุก หรือต้องการแสดงสัญลักษณ์ และตนเชื่อว่า ส่วนหนึ่งที่อยู่ในเมืองไทยก็อยากมีส่วนรับรู้ในการพูดคุยและอยากแสดงออกมา ซึ่งจะพูดคุยกับ พล.ท.ภราดร ว่าจะทำอย่างไร เนื่องจากบางส่วนอาจจะคิดว่าพวกเขาไม่มีความหมายหรืออย่างไร การก่อเหตุก็เพื่อเรียกร้องความสนใจ

                         "หากใครต้องการที่จะเข้ามาพูดคุยก็ขอให้เข้ามาบอก แต่การพูดคุยในวันที่ 29 เมษายนนี้ ก็ต้องเดินหน้าต่อไป ส่วนที่ยังไม่มีการลงรายละเอียด เพราะการเข้ามาพูดคุยจะเป็นการเล่าความหลังว่าถูกกลั่นแกล้งอย่างไร ก็ได้บอกไปว่า อย่าร้องที่ประเทศมาเลเซีย ให้มาร้องที่ ศชต. และให้ พล.ท.ภราดร นำแนวทางที่ผมให้ไว้ทั้ง 3 ข้อไปบอกกับเขา และก่อนจะไปพูดคุยต้องมาปรึกษา ศปก.กปต.ก่อน"ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว