
'บอสตัน'ลงขัน5หมื่นดอลลาร์ล่ามือบึ้ม!
ทางการสหรัฐเชื่อว่าคนร้ายวางระเบิดในบอสตัน ใช้หม้ออัดความดันบรรจุระเบิด ร่วมลงขัน 5 หมื่นดอลลาร์ ล่าตัวมือระเบิด
17 เม.ย. 56 ทางการสหรัฐ ได้สันนิษฐานว่า ใครก็ตามที่วางระเบิดในระหว่างการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่นครบอสตัน รัฐแมสซาจูเสตส์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา จะใช้ระเบิดที่ทำจากหม้ออัดความดันที่ใช้ในการปรุงอาหาร แล้วใส่ในกระเป๋าไนลอน หรือ เป้สะพายหลังสีดำ ไปวางไว้ใกล้เส้นชัย ทำให้เกิดวินาศกรรมที่เลวร้ายที่สุดบนแผ่นดินสหรัฐ นับตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน ปี 2544 เป็นต้นมา
แรงระเบิดสองครั้งซ้อน ได้คร่าชีวิตผู้เคราะห์ร้ายไป 3 คน รวมทั้งเด็กชายวัย 8 ขวบ และทำให้มีผู้บาดเจ็บ 176 คน และบางคนต้องสูญเสียอวัยวะ จากแรงระเบิดที่อัดแน่นด้วยลูกปืนและตะปู / ส่วนหม้ออัดความดัน มีแรงดันที่ส่งผลดีต่อการทำระเบิดอยู่แล้ว ซึ่งเป็นตัวช่วยให้เกิดการระเบิดที่รุนแรงและสร้างความสูญเสียต่อชีวิตมนุษย์ได้เป็นจำนวนมาก / คนร้ายไม่จำเป็นต้องถือระเบิดไว้ เพียงแต่ปิดฝาหม้อให้แน่นและเร่งความร้อน ซึ่งจะช่วยให้การระเบิดรวดเร็วและรุนแรงขึ้น และเมื่อรู้วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ก็อาจจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสามารถหาตัวคนร้ายได้ง่ายขึ้น
เจ้าหน้าที่ของสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง หรือ เอฟบีไอ พบชิ้นส่วนลูกปืน และตะปู ที่เป็นไปได้ว่าบรรจุอยู่ในหม้ออัดความดัน และขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งไปวิเคราะห์ และถ้าคนร้ายใช้วิธีนี้จริง พวกเขาก็ลงทุนแค่ประมาณ 100 ดอลลาร์ หรือราว 3 พันบาท มันเหมือนระเบิดบรรจุในท่อ ที่เรียกว่า ไพพ์ บอมบ์ (pipe bomb) แต่ใหญ่กว่าและรุนแรงกว่า
ระเบิดหม้ออัดความดัน นิยมใช้ในอัฟกานิสถาน , ปากีสถาน , อินเดียและเนปาล ซึ่งใช้หม้อชนิดนี้ในการปรุงอาหารเช่นกัน และเคยถูกใช้ในความพยายามโจมตีสหรัฐ โดยเฉพาะจตุรัสไทม์สสแควร์ ในนิวยอร์ก เมื่อปี 2553 และแกรนด์ เซ็นทรัล เทอร์มินอล เมื่้อปี 2519 // แหล่งข่าวที่อยู่ระหว่างการสืบสวน ระบุว่า คนร้ายใช้หม้ออัดความดันขนาด 6 ลิตร ซ่อนในกระเป๋าขนาดใหญ่และทิ้งไว้บนพื้น ขณะที่ซีบีเอส นิวส์ รายงานว่า คนร้ายเจตนาทำให้ดูเหมือนว่า เป็นของทิ้งแล้วส่วนระเบิดที่ใช้เป็นระเบิดแรงต่ำ และสังหารบุคคล ที่ผู้เชี่ยวชาญฟันธงว่า ไม่ใช้ระเบิดพลาสติกอย่างแน่นอน
แพทย์ที่่รักษาผู้บาดเจ็บ ระบุว่า หนึ่งในเหยื่อที่สูญเสียอวัยวะ ดูเหมือนจะโดนลูกปืน และยังต้องแคะเอาวัตถุแหลมออกจากตัวเหยื่อ ซึ่งพบตะปูฝังที่อยู่ร่างกายของเด็กหญิงคนหนึ่งด้วย
ในนิตยสารออนไลน์ของกลุ่มก่อการร้ายอัล ไกดา ได้มีหัวข้อสอนการทำระเบิดในครัวนของแม่ โดยเชฟ อัล ไกดา ซึ่งมีการเขียนถึงหม้ออัดความดัน โดยระบุว่า แม้แต่ระเบิดที่ไม่รุนแรงก็ยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยหม้ออัดความดันหรือท่อปิดสนิท
วัตถุระเบิดแรงต่ำ เช่น ฝุ่นสีดำหรือฝุ่นไร้กลิ่น เหมือนกับที่ใช้ในการโจมตีที่บอสตัน ได้ระเบิดอย่างเชื่องช้าและทำให้เกิดเสียงดัง แต่ถ้าถูกเก็บอย่างมิดชิดและอาศัยแรงดันจากแก๊ส ก็จะสามารถระเบิดได้อย่างรุนแรง
ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า หม้ออัดความดันสามารถบอกชนิดของระเบิดได้ เพราะถ้าสมมติว่าบรรจุระเบิดไดนาไมต์หรือซีโฟร์ แรงระเบิดก็จะทำให้หม้อแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ แต่ถ้าเป็นระเบิดแรงดันต่ำ ก็จะยังคงเหลือสภาพเดิมให้เห็นได้บ้าง และเมื่อเจ้าหน้าที่สามารถประติดประต่อทุกอย่างเข้าด้วยกัน ก็จะได้เห็นสิ่งที่เป็นลายเซ็นต์ (signature) หรือสไตล์ของมือระเบิด // บ่อยครั้ง หรืออย่างน้อยก็ตั้งแต่มีอินเตอร์เน็ต ลายเซ็นต์ สามารถนำไปหามือระเบิดได้เสมอ ก็เหมือนกับนักเล่นเปียนโน ที่เราจะรู้ว่าเป็นการเล่นของเดฟ บรูเบ็ค หรือ โชแปง ในเพลงเดียวกัน ได้จากการแยกแยะถึงความแตกต่างของเสียง
ร่วมลงขัน 5 หมื่นดอลลาร์ ล่าตัวมือระเบิด
บรรดาสหภาพความปลอดภัยสาธารณะในนครบอสตัน ได้ลงขันกันและเสนอเงิน 5 หมื่นดอลลาร์ หรือราว 1 ล้าน 5 แสนบาท สำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสที่นำไปสู่การจับกุมบุคคลที่รับผิดชอบในเหตุระเบิดที่บริเวณเส้นชัยของการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่นครบอสตัน รัฐแมสซาจูเสตส์
บรรดาผู้ที่ร่วมลงขัน ได้แก่ สหภาพนักดับเพลิงอาชีพแห่งแมสซาจูเสตส์ , สหภาพดับเพลิงบอสตัน โลคัล 718 , สมาคมตำรวจลาดตระเวณบอสตัน , ตำรวจลาดตะเวณบอสตัน หน่วยอีเอ็มเอส , สหพันธ์ตำรวจชั้นผู้ใหญ่แห่งบอสตัน และสมาคมตำรวจสืบสวนเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์แห่งบอสตัน
หนึ่งในตัวแทนของสหภาพเหล่านี้ ได้ประกาศว่า จะหาตัวคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดครั้งนี้มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ที่ใครสักคนมาสร้างความเดือดร้อนให้กับความเป็นอยู่ของผู้คนจำนวนมาก ทำลายครอบครัวของพวกเขา ภายในเวลาไม่กี่วินาที ซึ่งทางสหภาพจะคอยให้ความช่วยเหลือครอบครัวเหล่านี้ในทุกๆ วัน
จม.ปนเปื้อนสารพิษร้ายแรงถูกส่งถึงวุฒิสมาชิกสหรัฐ
ตำรวจรัฐสภา เจ้าหน้าที่สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางหรือ FBI และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งตรวจสอบจดหมายปนเปื้อนสารพิษไรซิน ที่ถูกส่งให้กับโรเจอร์วิกเกอร์ วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐมิซซิสซิปปี้เมื่อวาน จดหมายดังกล่าวถูกประทับตราไปรษณีย์จากเมือง เมมฟิส รัฐเทนเนสซี แต่ไม่มีที่อยู่ติดต่อกลับ สารพิษไรซินเป็นสารสกัดจากเมล็ดละหุ่ง ใช้ในการกำจัดศัตรูพืช และถูกจัดเป็นสารพิษจากพืชที่มีความรุนแรงมากที่สุดในโลก ร้ายแรงกว่าไซยาไนด์ถึง 1,000 เท่า ผู้ได้รับสารพิษแม้เพียงการสัมผัสหรือสูดดม จะมีอาการท้องร่วง และอาจถึงกับเสียชีวิตเนื่องจากอาการช็อก
ขณะนี้มีการแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ในวุฒิสภาเพิ่มการตรวจสอบในกระบวนการคัดแยกและจัดส่งจดหมายทุกฉบับของวุฒิสภา และวุฒิสมาชิกได้รับรายงานสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว รวมทั้งจดหมายทุกฉบับที่ส่งถึงวุฒิสมาชิกถูกระงับไว้แล้ว และสำนักงานไปรษณีย์ที่รัฐสภาต้องถูกปิดลงชั่วคราวเพื่อป้องกันเอาไว้ก่อน
วุฒิสมาชิก วิกเกอร์ ออกแถลงการณ์ขอบคุณตำรวจรัฐสภาและเอฟบีไอ ที่ร่วมมือกันอย่างหนักในการตรวจสอบ และทำให้ทุกคนที่ทำงานในวุฒิสภามีความปลอดภัย
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทำให้วุฒิสมาชิกหลายคนหวนนึกถึงการโจมตีด้วยการส่งจดหมายปนเปื้อนเชื้อแอนแทรกซ์ถึงสำนักงานราชการ สมาชิกรัฐสภาและสำนักข่าวหลายแห่งในสหรัฐที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คนเมื่อปี 2544 ช่วงหลังเหตุวินาศกรรม 11 ก.ย เชื้อโรคแอนแทรกซ์จะทำให้มีอาการคันตามผิวหนัง จากนั้นเชื้อจะแพร่เข้าสู่กระแสเลือด และทำให้เสียชีวิตได้ และหากได้รับเชื้อผ่านทางระบบทางเดินหายใจ มีโอกาสรอดชีวิตน้อยกว่าการสัมผัสเชื้อทางผิวหนัง
การพบจดหมายปนเปื้อนสารพิษไรซิน มีขึ้นเพียง 1 วันหลังเหตุระเบิดสนั่นการแข่งขัน บอสตันมาราธอน ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 176 คน
ชาวเน็ตรุมประณามการเปิดเผยชื่อนศ.จีนที่เสียชีวิต
ชาวเน็ตหลายพันคน ได้โพสต์ข้อความทางออนไลน์ หลังจากสถานกงสุลของจีนในนิวยอร์ก ระบุว่า มีชาวจีนเป็น 1 ใน 3 คนที่เสียชีวิต จากเหตุระเบิดเมื่อวันจันทร์ // มีคนหนึ่งโพสต์ในซีน่า เหว่ยโป๋ว ซึ่งเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์แบบเดียวกับทวิตเตอร์ว่า ลัทธิก่อการร้ายไม่มีข้อจำกัดสัญชาติ และเหยื่อก็ไม่จำกัดสัญชาติเช่นกัน เรามาร่วมกันประณามคนร้ายและร่วมกันไว้อาลัยเหยื่อ ส่วนอีกคนหนึ่งโพสต์ว่า เด็กผู้โชคร้ายขอให้จากไปอย่างสงบ
กงสุลจีนในสหรัฐ ระบุว่า ญาติของเหยื่อ ได้ขอร้องไม่ให้เปิดเผยชื่อ แต่สถานีโทรทัศน์ฟีนิกซ์ ที่มีสำนักงานอยู่ในฮ่องกง ได้เปิดเผยชื่อของเหยื่อ รวมทั้งชื่อเพื่อน ที่ได้รับบาดเจ็บ และทั้งคู่กำลังดูการแข่งขันวิ่งมาราธอน / รายงานระบุว่า ผู้เคราะห์ร้ายเป็นนักศึกษาชาวจีน ที่กำลังศึกษาระดับปริญญาโทอยู่ที่มหาวิทยาลัยบอสตัน หลังจบการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีในกรุงปักกิ่ง
ชาวเน็ตอีกหลายคน โพสต์ภาพถ่ายของเหยื่อ แต่คนที่ถูกประนามส่วนใหญ่เป็นพวกที่เปิดเผยชื่อเหยื่อ / พร้อมเตือนว่า โปรดเคารพความปรารถนาของครอบครัว และลบชื่อทิ้งเสีย ส่วนเพื่อนของเหยื่อ ซึ่งเป็นชาวจีนเช่นกัน และศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยบอสตันด้วย ได้เข้ารับการผ่าตัดและอาการทรงตัว
ระเบิด ซึ่งเกิดห่างกันแค่ 13 วินาที และมีระยะห่างกันแค่ 100 หลา ได้ทำให้ของมีคมลูกปืน รวมถึงตะปูพุ่งเข้าใส่ฝูงชนหลายพันคน ที่ยืนเรียงรายอยู่ที่ถนน บอยล์สตัน เพื่อคอยดูผู้แข่งขันวิ่งเข้าเส้นชัย
'โอบามา' ระบุระเบิดบอสตันเป็นการก่อการร้าย
ประธานาธิบดีโอบาม่าแถลงเมื่อวานนี้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่ขี้ขลาด และเลวทราม และการใช้ระเบิดเวลาทำร้ายผู้บริสุทธิ์ล้วนถือเป็นการก่อการร้าย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาระบุชัดเจนว่าเป็นการก่อการร้าย หลังจากการแถลงข่าวเมื่อวานยังเลี่ยงที่จะใช้คำนี้โดยบอกว่ายังไม่ควรด่วนสรุปและต้องรอให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดเสียก่อน แม้ว่าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวและสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางหรือเอฟบีไอ ได้บอกแล้วว่าการสอบสวนจะพุ่งเป้าประเด็นการก่อการร้าย
ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงไม่รู้ว่าการระเบิดครั้งนี้เป็นผลงานของกลุ่มก่อการร้ายในประเทศ หรือ ต่างประเทศ หรือ เป็นการกระทำของใครโดยลำพัง รวมทั้งไม่รู้เหตุจูงใจในการลงมือ แต่นายโอบาม่า ย้ำว่าจะนำตัวคนร้ายมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมให้ได้ และประกาศว่า ชาวอเมริกันไม่หวั่นไหวต่อการก่อการร้าย
นอกจากนี้ประธานาธิบดีโอบาม่าสั่งลดธงที่ทำเนียบขาวจนถึงวันเสาร์นี้ เพื่อไว้อาลัยให้กับเหยื่อระเบิด และจะเดินทางไปบอสตันเพื่อร่วมพิธีรำลึกเหยื่อเคราะห์ร้ายที่โบสถ์ โฮลี ครอส โดยงานจะจัดขึ้นเวลา 11.00 น. ของวันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐ
เด็กชายวัย 8 ขวบ มาร์ติน ริชาร์ด เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตในเหตุระเบิดบอสตัน สร้างความสะเทือนใจแก่ชาวอเมริกันทั้งประเทศ และเพื่อนบ้านไปร่วมไว้อาลัยที่บ้านของเขา มาร์ตินและครอบครัวไปร่วมชมมาราธอนในวันนั้น และในช่วงเกิดเหตุเขาและครอบคตัวเดินไปซื้อไอศกรีมและกลับเข้าไปยังจุดตรงใกล้เส้นชัย แรงระเบิดทำให้เขาเสียชีวิต แม่และน้องสาวบาดเจ็บสาหัส แต่พ่อรอดตาย นอกจากนี้มีรายงานว่าผู้เสียชีวิตอีกรายเป็นนักศึกษาชาวจีนของมหาวิทยาลัยบอสตันที่ไปชมการแข่งขัน
ขณะที่เมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก เพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยตามสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น ตึกเอมไพร์สเตท ไทม์สแควร์ และศูนย์กลางการขนส่งต่างๆ ซึ่งนายไมเคิล บลูมเบิร์ก นายกเทศมนตรีของนิวยอร์คบอกว่า มาตราการความปลอดภัยเหล่านี้จะดำเนินไปจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีการคุกคามต่อเนื่องมาถึงนิวยอร์ก
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



