ข่าว

ใจเขา-ใจเรา ดูแลก่อนสาย

ใจเขา-ใจเรา ดูแลก่อนสาย

17 เม.ย. 2556

ใจเขา-ใจเรา ดูแลก่อนสาย

 

                          ด้วยพฤติกรรมการบริโภคอาหารและขาดการออกกำลังกาย ทำให้ปัจจุบันผู้ป่วยโรคหัวใจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะวัยทำงาน รพ.จุฬารัตน์ 3 จึงได้เปิดศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด "เซฟ ฮาร์ต เซ็นเตอร์" เพื่อรองรับปัญหาดังกล่าว พร้อมทั้งจัดเสวนา เรื่อง “กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด...ระเบิดเวลาร้ายคร่าชีวิต” เพื่อกระตุ้นเตือนให้ผู้ป่วยรู้จักวิธีรับมือกับภาวะฉุกเฉินของหัวใจวายเฉียบพลัน โดยทีมแพทย์ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.จุฬารัตน์ 3  

                          นพ.ไพศาล กอบเกื้อชัยพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจและหลอดเลือด รพ.จุฬารัตน์ 3 กล่าวว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เป็นเสมือนระเบิดเวลาร้ายคร่าชีวิตคนเรา ซึ่งปัจจุบันพบว่าแนวโน้มผู้ป่วยโรคหัวใจมีอายุเฉลี่ยน้อยลง เนื่องจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ภาวะไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน บุหรี่ ความเครียด อ้วน ขาดการออกกำลังกาย เบื้องต้นผู้ป่วยโรคหัวใจจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกขณะออกแรง ต่อมาเมื่อมีการตีบของเส้นเลือดมากขึ้น จะมีอาการเจ็บหน้าอกได้แม้ในขณะพัก จนในที่สุดเมื่อเกิดการตันสนิทจนกล้ามเนื้อหัวใจไม่ทำงาน จะทำให้เจ็บหน้าอกรุนแรง หน้ามืด เป็นลม หัวใจวายและเสียชีวิตเฉียบพลันได้ ดังนั้นหากมีอาการดังกล่าวต้องรีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

                          "แนวทางการรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดปัจจุบันมี 3 วิธี เบื้องต้นแพทย์จะทำการรักษาโดยการให้ทานยา แต่หากอาการไม่ทุเลา จำเป็นต้องทำการฉีดสีเส้นเลือดหัวใจต่อไป ซึ่งการฉีดสีมีข้อดีที่สามารถทราบได้ทันทีว่าเส้นเลือดตีบจำนวนกี่เส้น ตีบบริเวณตำแหน่งใด หากมีการตีบจะสามารถรักษาได้ทันโดยใช้บอลลูนขยาย และใส่ขดลวดค้ำยันได้ต่อเนื่องทันที แต่ทางที่ดีเราควรปกป้องหัวใจให้ห่างจากโรคหัวใจขาดเลือด โดยต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม นอกจากนี้ต้องผ่อนคลายความเครียด พักผ่อนเพียงพอ และหมั่นตรวจสุขภาพหัวใจอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ” นพ.ไพศาล แนะ

                          ภายในงานยังได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้สาวแชร์ประสบการณ์ โดยเริ่มจาก "มะปราง" ปัทมวดี เสนาณรงค์ ที่แนะนำว่า โรคหัวใจเป็นภัยใกล้ตัวที่จะต้องป้องกันและดูแลรักษาเป็นอย่างดี อย่าชะล่าใจ เพราะโรคหัวใจเป็นเหมือนระเบิดเวลาที่อันตรายมาก  จึงอยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพหัวใจของตัวเองและคนที่เรารักก่อนสายเกินไป เพื่อจะได้มีอายุยืน ได้ดูแลลูก และคนที่เรารักอย่างมีความสุข

                          ขณะที่ "ติ๊ก" อภิภาวดี สนิทวงศ์ฯ ให้ความเห็นว่า คนทำงานส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยมีเวลาดูแลสุขภาพ ดังนั้นจึงควรจัดสรรเวลาสำหรับตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะการตรวจหัวใจ เพราะโรคหัวใจเป็นโรคที่หลายๆ คนอาจคาดไม่ถึงและสามารถคร่าชีวิตเราได้โดยไม่รู้ตัว จึงอยากให้ทุกคนดูแลหัวใจตัวเองให้ดี ด้วยการตรวจสุขภาพกายและสุขภาพหัวใจเป็นประจำทุกปี และควรหาเวลาออกกำลังกายบ้าง ปิดท้ายที่ "คุณหญิงนุ่น" ม.ร.ว.สุทธิภาณี ยุคล เล่าว่า รอบๆ ตัวมีคนเป็นโรคหัวใจเยอะมาก ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นเพื่อนๆ และญาติผู้ใหญ่ จึงต้องคอยเตือนให้หมั่นไปตรวจสุขภาพ ส่วนตัวเองจะไปเน้นเรื่องการรับประทานอาหาร เพราะที่ผ่านมาไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย สิ่งที่ทำได้ก็คือทำอาหารเพื่อสุขภาพรับประทานเอง แต่เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายก็สะสมสารพิษต่างๆ เข้าไปมาก การตรวจเช็กสุขภาพเป็นประจำทุกปี จึงน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด