
กองทัพเสนอแผน'โรดแม็พ'ดับไฟใต้
กองทัพเสนอแผน'โรดแม็พ' บันได4ขั้นแก้ไขปัญหาภาคใต้ : ทีมข่าวความมั่นคง
ข้อเสนอที่ "กลุ่มบีอาร์เอ็น" เสนอต่อรัฐบาลไทยถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่จะต้องมีการพิจารณากันจากหลายภาคส่วน และขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสภาพของผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีในเรื่องต่างๆ
"คือเขาต้องการความยุติธรรม และให้ปล่อยตัวนักโทษการเมือง ที่ถูกจับกุมอยู่ในเรือนจำหลายพันคน ทั้งผู้ต้องหาคดีเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) พระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (พ.ร.บ.ความมั่นคง) รวมถึงผู้ต้องหาคดี ป.วิอาญา ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลไทยจะต้องคิดให้รอบคอบและรอบด้าน"
ทั้งนี้ การดำเนินการจะต้องไม่ให้เกิดความผิดพลาดใดๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ในตอนนี้เกิดจากกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยพยายามกดดันล้มโต๊ะเจรจา แต่รัฐบาลไทยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น คงหยุดไม่ได้คงจะต้องเดินหน้าต่อไป
สถานการณ์ไฟใต้ยังคงเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง การเปิดโต๊ะเจรจาลับเพื่อร่วมสร้างความสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า “กลุ่มหัวรุนแรง” ที่ฝังตัวอยู่ในพื้นที่ยังไม่เห็นด้วยที่จะ “สงบศึก” กับรัฐบาลไทย จึงพยายามก่อเหตุรุนแรงมากยิ่งขึ้น
และที่สำคัญ “มะรอโซ จันทรวดี” นักรบฮีโร่ ของ “กลุ่มหัวรุนแรง” ในพื้นที่ก็ยังไม่ได้รับการล้างแค้นตามความเชื่อของพวกเขา
ดังนั้น ก่อนที่จะถึงการเปิดโต๊ะเจรจาลับรอบ 2 ที่ยังไม่มีกำหนด งานนี้หน่วยงานด้านความมั่นคง คงจะต้องทำงานหนักมากเป็น 2-3 เท่า เพราะ “กลุ่มหัวรุนแรง” พยายามที่จะหาช่องว่าง และจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการปฏิบัติความรุนแรงในพื้นที่มากยิ่งขึ้น เพราะเขาพยายามที่จะ “ล้มโต๊ะ” การเจรจาลับ เพราะเขาไม่ต้องการให้บรรลุเป้าหมายสำคัญของการเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ในครั้งนี้
ที่สำคัญการพูดคุยระหว่างรัฐบาลไทยและกลุ่มบีอาร์เอ็น เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2556 จนถึงวันนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับข้อตกลง
แม้ว่าสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่มี พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. เป็นหัวหน้าทีม เสนอให้กลุ่มบีอาร์เอ็น หยุดปฏิบัติการรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะหยุดการกระทำต่อเป้าหมายอ่อนแอ แต่ก็ยังมีเหตุการณ์ต่อเป้าหมายอ่อนแออย่างต่อเนื่อง
แหล่งข่าวหน่วยงานความมั่นคง ชี้แจงด้วยว่า เป็นเรื่องปกติกับคนที่เห็นต่าง จึงได้พยายามก่อเหตุให้รุนแรง แต่สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นคือการเจรจาไปในทิศทางที่ดีจึงทำให้กลุ่มคนเห็นต่างจ้องที่จะล้มโต๊ะการพูดคุย แต่ขณะนี้การพูดคุยอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการไว้เนื้อเชื่อใจกันเท่านั้น การเจรจาที่จะถึงนี้คงจะมีผลความคืบหน้ามากยิ่งขึ้น เพราะสัญญาณที่ให้กันเป็นไปในทิศทางที่ดี
กรอบการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้มีเฉพาะของสถาบันพระปกเกล้าเท่านั้น แต่ในส่วนของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้เสนอแผน “PEACE ROADMAP” ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านไปยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว
สำหรับแผน “PEACE ROADMAP” ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีอยู่ 4 ขั้นตอน คือ
ขั้นตอนที่ 1 การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ทั้งในเรื่องการสื่อสาร และการส่งสัญญาณเรื่องสันติภาพให้เกิดขึ้นในพื้นที่ นอกจากนี้ยังจะต้องมีการสืบสภาพและเสริมสร้างความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน รวมถึงการดำเนินการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันและกัน โดยวัตถุประสงค์คือการสร้างความสัมพันธ์ การจัดตั้งกลไกในการทำงานร่วมกัน และเพื่อให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน
ขั้นตอนที่ 2 การพูดคุยเพื่อหาข้อตกลงสันติภาพ โดยมีการนำกรอบการพูดคุยจากขั้นที่ 1 มาพิจารณาหาประเด็นที่เกี่ยวข้อง และการหาแนวทางยุติการใช้ความรุนแรง ซึ่งวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือเพื่อสามารถกำหนดประเด็นปัญหาได้อย่างชัดเจน และได้ข้อสรุปในการดำเนินการเพื่อยุติการใช้ความรุนแรง
ขั้นตอนที่ 3 การพูดคุยเพื่อตกลงสันติภาพ เพื่อการบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่ยอมรับร่วมกัน วัตถุประสงค์เพื่อให้ได้กรอบข้อตกลงสันติภาพ โดยได้รับการยอมรับจากประชาชน และผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา และเพื่อจัดตั้งกลไกที่เชื่อถือได้จากทั้ง 2 ฝ่ายตรวจสอบการดำเนินการตามข้อตกลงสันติภาพ
ขั้นตอนที่ 4 การปฏิบัติภายหลังข้อตกลงสันติภาพจบลง คือการดำเนินการตามข้อตกลงสันติภาพ และการติดตามตรวจสอบการดำเนินการตามข้อตกลงสันติภาพ วัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน โดยประชาชนและผู้มีความเห็นต่างจากรัฐสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
...........
(หมายเหตุ : กองทัพเสนอแผน'โรดแม็พ' บันได4ขั้นแก้ไขปัญหาภาคใต้ : ทีมข่าวความมั่นคง)



